ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่

เรามีนัดกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2 ท่าน คือ ศ.ดร. อรรถจักร สัตยานุรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และ รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ ทั้งสองท่านสละเวลาในวันหยุดมานั่งสนทนาเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดที่เป็นทั้งบ้าน ทั้งที่ทำงาน เป็นจังหวัดที่มีหลายหน่วยงานในประเทศไทยมุ่งกำหนดภาพลักษณ์ให้เป็น Creative City เป็น Mice City และหลายสำนักในต่างประเทศได้จัดอันดับให้เชียงใหม่เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับโลก

 

          ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเชียงใหม่ มีเรื่องน่าคิด น่าคุยมากมาย การพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก เป็นเรื่องน่าภูมิใจ เป็นหมุดหมายสำหรับการสื่อสารการตลาด เป็นความท้าทายของผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายที่จะต้องรักษาตำแหน่งนี้ไว้ การตั้งคำถามกับปัญหาเดิมที่ดำรงอยู่คู่เชียงใหม่ กับการเกิดขึ้นของปัญหาใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งท้าทายความรู้ ความสามารถของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐหรือภาคเอกชน ทั้งนี้ อาจต้องรวมคนท้องถิ่น เข้าไว้ในโมเดลการเติบโตด้วย เนื่องจากโดย ส่วนใหญ่แล้ว คนท้องถิ่นในฐานะเจ้าบ้าน หรือ Host มักไม่เคยถูกนับจากคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

          จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมอง ที่มีต่อสภาพการท่องเที่ยวเชียงใหม่กับอาจารย์ทั้งสองท่าน มีประเด็นที่พอจะสรุปเป็นสาระสำคัญ ดังนี้

 

1 . การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเขตเมือง

          นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่กระจุกตัวกันอยู่ในเมือง ทำให้เกิดปัญหาการจราจร ปัญหาความแออัดของผู้คนปัญหาความไม่เป็นระเบียบของเมือง การเกิดขึ้น ของธุรกิจที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวโดยในช่วงหลัง พบว่า มีการประกอบธุรกิจที่พักขนาดเล็กเกิดขึ้นอย่างมาก เกิดย่านการท่องเที่ยวใหม่ เช่น บริเวณ ถนนนิมมานเหมินท์ที่เลื่องชื่อ เป็นที่รู้จักของกลุ่ม นักท่องเที่ยวที่มีรสนิยมเฉพาะกลุ่ม การที่เมือง เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีรูปแบบการบริหารจัดการเมืองที่ดูแลทั้งคนเมืองและนักท่องเที่ยว

 

2 . ต้องกระจายคนออกให้ได้

          หากมีกระบวนคิดในการส่งเสริมสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวกระจายออกไปในเขตอำเภอรอบนอกได้ จะสามารถลดทอนปัญหาต่างๆ  ได้มาก ปัจจุบัน สิ่งที่ทรงอิทธิพลมาก คือการสื่อสารระหว่างกัน ในสังคมออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลที่น่าสนใจในเรื่องที่เกี่ยวกับ การท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่พัก หรือกิจกรรมท่องเที่ยว ต่างๆ พื้นที่หนึ่งในเชียงใหม่ เช่น แม่ทา เป็นพื้นที่ที่สวยมาก เป็นหมู่บ้านที่ปลูกผักปลอดสารพิษส่งเชียงใหม่ ข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ หาก ททท. นำไปประชาสัมพันธ์จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์อาจจะทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยว หรือรายการนำเที่ยว เช่น ทัวร์ล้างพิษ ที่สำคัญคือเส้นทางท่องเที่ยวลักษณะนี้มีคนสนใจ หรือมีอุปสงค์

          นอกจากต้องกระจายคนออกไปยังเขตอำเภอรอบนอกแล้ว  ในแนวคิดเรื่องเมืองบริวารหรือเมืองรอง เช่น ลำพูน ลำปาง ก็เป็นสิ่ง ที่ต้องนำมาขบคิดและออกแบบการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน โดยการให้ความสำคัญในลักษณะกลุ่มจังหวัด

          การจัดกลุ่มท่องเที่ยวอาจดำเนินการได้ใน 3 ระดับ คือ การจัด กลุ่มจังหวัดตามกลุ่มลุ่มน้ำหรือจังหวัดที่มีอะไรคล้ายๆ กัน ส่วนระดับ ที่สอง คือ ระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลต่างๆ และ ระดับที่สาม คือเชื่อมข้ามจังหวัด เป็นการบูรณาการทุกอย่างทั้งเรื่อง เศรษฐกิจสิ่งแวดล้อมพร้อมๆ กับการพิจารณาเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปด้วย

 

3 . Little Chiang Mai ของเล็กๆ คนเล็กๆ เชียงใหม่มีอะไรเกิดขึ้นใหม่ๆ

          นอกเหนือจากที่นักท่องเที่ยวรู้จักอยู่แล้ว เช่น ดอยสุเทพ ตลาดวโรรส สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นและเริ่มได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ ททท. ควรโปรโมตสิ่งเล็กสิ่งน้อยที่กระจายตัวอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น บ้านแม่กำปอง ร้านกาแฟเล็กๆ  ที่มีดีไซน์ และตั้งอยู่ในเขตอำเภอรอบนอก เด็กๆ ใน มช. ไปกินกาแฟร้านนี้ โดยต้องขับรถออกไปถึง 40 กิโลเมตร

          ททท. น่าจะรวบรวมสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ รูปแบบคล้ายๆ OTOP แล้วทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะการโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันนี้จะได้ผล อย่างมาก หรือทำเป็นแผนที่แสดง โปรโมตให้คนรู้จัก อาจจัดเป็นเทศกาลท่องเที่ยว  นำเสนอการทำธุรกิจของคนเล็กๆ ทั้งที่เป็นที่พัก ของที่ระลึก ของกิน เป็นต้น



          การจัดเทศกาลท่องเที่ยวที่เน้นสิ่งเล็กๆ อาจทำรวมกับการจัดสัมมนา จากนั้น จึงผลิตเป็นสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อนักท่องเที่ยวจะรู้จักและจะก่อให้เกิดการ กระจายตัวและกระจายรายได้

 

4 . กรณีการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน

          ปัญหาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนอาจต้องแยกแยะให้ชัดเจนในแต่ละเรื่อง เช่น เรื่องการไม่เคารพกฎหมาย กฎจราจร กรณีนี้สามารถแก้ได้ด้วยกฎระเบียบที่มีอยู่แล้ว หากผิดกฎจราจร ก็จับ ปรับ หรือในกรณีการเช่ารถเครื่องในเชียงใหม่ หากนักท่องเที่ยวไม่มีใบขับขี่สากลก็ไม่สามารถเช่ารถได้ หากผู้ประกอบการให้ นักท่องเที่ยวเช่า ตำรวจก็ดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งกับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบ-การ

          ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนที่มาท่องเที่ยวในเชียงใหม่เริ่มเข้ามากินข้าวในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวไทยก็เข้ามากิน มากันเป็นรถทัวร์เลย  จอดกันเต็ม แต่กรณีนักท่องเที่ยวจีน จากการสังเกต พบว่า เขาเดินกันมา เดินเข้ามากินข้าวที่โรงอาหาร หากมากันมากๆ ก็จะทำให้เด็กและอาจารย์ไม่มีที่นั่ง นอกจากการกินข้าวในโรงอาหารแล้ว นักท่องเที่ยวจีนยังมีการทัวร์ตามจุดต่างๆ  ในมหาวิทยาลัย เท่าที่สังเกต นักท่องเที่ยวจีนจะถือแผนที่ และเดินไปตามจุดต่างๆ ในมหาวิทยาลัย เช่น อ่างแก้ว เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะจะต้องมีการสืบค้นข้อมูล มาอย่างดี จึงสามารถทำทัวร์เองได้

          ในอดีตที่ผ่านมา คนเชียงใหม่เผชิญปัญหาที่เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เป็นชาติตะวันตกมาแล้ว เช่น การแต่งกายโป๊ การนุ่งกางเกงขาสั้น หรือ  คนเชียงใหม่เคย  Suffer กับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลี ที่น่าสนใจคือ ทั้งนักท่องเที่ยว ตะวันตกหรือญี่ปุ่น เกาหลี จะจำกัดอยู่เป็นพื้นที่ ไม่เหมือนกับกรณีนักท่องเที่ยวจีน ที่กระจายลงไปในพื้นที่ต่างๆ ถ้าวิเคราะห์จากอดีต ก็จะพบว่าคนเชียงใหม่จะปรับตัว กับปัญหา และเริ่มชิน คุ้นเคย กับสิ่งที่เกิดขึ้น

          สำหรับกรณีที่มีบางจังหวัดประกาศที่จะไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนนั้น น่าจะทำไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้แน่ๆ คือ การบริหารจัดการกับมวลนักท่องเที่ยวจีน  เช่น การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอยู่ เช่น เรื่องพื้นฐานที่สุดคือ การจราจร เราต้องเข้มงวด ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมา เราปล่อยปละละเลยมานาน การบริหารจัดการให้มีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว ทั้งในพื้นที่ท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องช่วงเวลาที่อาจจะมาซ้อนทับกับกิจกรรมคนเมืองซึ่งอาจจะต้องออกแบบช่วงเวลาให้เหมาะสม

          พฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เฮงซวยอยู่ในปัจจุบันนี้ก็เพราะเรานั่นแหละที่เฮงซวย ระบบการบริหารจัดการพื้นฐานของเราเฮงซวยด้วยกรณีคลื่นมวลมหานักท่องเที่ยวจีนที่มาเชียงใหม่ น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้เชียงใหม่หันมามองปัญหาการบริหารจัดการของตัวเอง

 

5 . เชียงใหม่มหานคร

          เป็นแนวคิดเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง หลักการเบื้องต้น คือ จังหวัดมีอำนาจในการกำหนดแนวนโยบาย ระเบียบ ข้อปฏิบัติ การจัดการงบประมาณการคลัง  การจัดการบริหารงานบุคคล ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการนำเสนอ ในรูปแบบพระราชบัญญัติ เชียงใหม่มหานคร

          ถ้าคิดว่าจะใช้เชียงใหม่มหานครเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาด้านการ ท่องเที่ยว และการบริหารจัดการเมือง เรื่องเชียงใหม่มหานครอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เราจำเป็นต้องมาดูเรื่องเฉพาะหน้า หรือดูกลไกที่มีอยู่ก่อน  เช่น คณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวจังหวัด ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเป็นaกรรมการ น่าจะใช้ช่องทางนี้  โดยในเบื้องต้นสมมุติเป็นเรื่องกรณีนักท่องเที่ยวจีน มีผู้ประกอบการส่วนใด ได้รับผลกระทบบ้าง ให้รวบรวมความเห็นและเสนอเข้าสู่การพิจารณาหาทางออกและหากมีการตั้งวงคุยกันแล้ว ต้องมีการติดตามต่อเนื่อง เช่น การตั้งคณะทำงาน เป็น Working Group ติดตามเรื่องนั้นๆ เป็นช่วงๆ อาจจะทุกไตรมาส เป็นต้น

 

6 . การเปลี่ยนผ่านด้านการท่องเที่ยว

          เนื่องจากตอนนี้ประเทศไทยมีกลุ่มชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น เป็นกลุ่มคนที่มีฐานะดีขึ้น มีลักษณะ การใช้ชีวิตชุดหนึ่ง สำหรับการท่องเที่ยวของคนไทยตอนนี้ จะพบว่ามีการเปลี่ยนวิธีการเที่ยว เปลี่ยนวิธีคิด ที่มีต่อการท่องเที่ยว เปลี่ยนจาก Mass เป็น Niche ถ้าเป็นเช่นนี้ ททท. จำเป็นต้องเปลี่ยนแลนด์มาร์คทางการท่องเที่ยวจากเดิม เน้น ดอยสุเทพ เน้น งานลอยโคม อาจจะต้องเปลี่ยนมาแลนด์มาร์คจุดอื่น จุดเล็กๆ เหมือนอย่างที่ญี่ปุ่นทำ เน้นร้านเล็กๆ 

          ส่วนเรื่องการออกแบบเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่มีคอนเซ็ปต์ต่างๆ เช่น เมืองประชุม เมืองสร้างสรรค์ นั้น ทุกวันนี้เป็นไปตามหน่วยงานที่เข้าไปประกาศ

          การสนทนากับอาจารย์ทั้งสองท่านจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  หลายเรื่องเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำได้ทันที ไม่ต้องรอนวัตกรรมใหม่ๆ บางเรื่องบางประเด็นที่อาจารย์ ทั้งสองท่านพูดและยกตัวอย่าง ทำให้ต้องกลับมาขบคิด ทบทวนความเชื่อ ทั้งในส่วนที่เป็นทัศนคติ และทัศนอคติที่อยู่ในตัวเอง

          ขอบคุณอาจารย์ทั้งสองท่านอย่างสูง และหวังว่าจะมีโอกาสได้อ่านบทความเต็มๆ ของอาจารย์ในมุมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวเชียงใหม่

          ในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ 6.57 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.05 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 4.37 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.86 นักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.19 ล้านคน  เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.51 พักค้างคืนเฉลี่ย 3.24 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 2,976.06 บาทต่อคนต่อวัน รายได้จากการ ท่องเที่ยว 53,863.72 ล้านบาท

          เมื่อพิจารณาในภาพรวม พบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น พักค้างคืนในจังหวัดนานขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการ ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น


 

เรื่อง : ยุวดี นิรัตน์ตระกูล

^ to top || TAT 1/2014