แม้จะยังไม่มีการสรุปจำนวนของนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างเป็นทางการสำหรับในช่วงปีที่ผ่านมา  แต่สำหรับผู้คนที่มีวิถีชีวิตอันเป็นปกติโดยทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตตัวเมืองก็คงตระหนักถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี บรรดาอาตี๋อาหมวยอาเฮียอาเจ๊ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากมายในแทบทุกหัวมุมถนน เป็นสิ่งที่ยืนยันปรากฏการณ์นี้อย่างชัดเจน

 

ว่ากันว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จำนวนของทัวริสต์ชาวจีนเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารนั้นเป็นผลมาจากภาพยนตร์ดังในประเทศจีนเรื่องหนึ่งซึ่งอาศัยเชียงใหม่เป็นสถานที่ถ่ายทำ อันทำให้เชียงใหม่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ประจวบกับสถานะทางเศรษฐกิจของคนจีนที่ล่ำซำ มากขึ้น โดยเปรียบเทียบกับคนในประเทศต่างๆ จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์แผ่กระจายไปยังประเทศต่างๆ หลายประเทศ  ‘นักท่องเที่ยวจีนผู้ต้องการเห็นโลกกว้าง’

บทความนี้ เป็นภาคต่อของ Tourism Talk ในไตรมาสที่ 1/2557 เนื้อหายังเกี่ยวเนื่องเรื่องเชียงใหม่ กอง บ.ก. เห็นว่าน่าสนใจและมีประเด็นน่าคิด  ชวนให้ติดตาม จึงนำมาเผยแพร่เพื่อขยายผลต่อไป

          ในด้านหนึ่ง ก็ทำให้เกิดการปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจที่ต้องสัมพันธ์กับทัวริสต์จีน จะเห็นว่าในหลายแห่งได้มีการจ้างลูกจ้างที่สามารถใช้ภาษาจีนเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร บางแห่งมีการทำป้ายบอกเมนูอาหาร หรือป้ายบอกรายละเอียดต่างๆ เป็นภาษาจีนให้เห็นเพิ่มมากขึ้น

          แม้กระทั่งอ่างแก้วซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ได้มีการทำแผนที่ ที่มีภาษาจีนกำกับตั้งแสดงไว้ในบริเวณดังกล่าว

          แม้จะคาดหวังต่อเงินในกระเป๋าของบรรดาอาเฮียอาซ้อทั้งหลาย  แต่อีกด้านหนึ่งทัวริสต์ก็ได้ทำให้เกิดความรู้สึกที่เอือมกับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว มีเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความไม่พึงพอใจต่อทัวริสต์ชาวจีนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อนร่วมงานผมเล่าให้ฟังถึงการหยุดรถมอเตอร์ไซค์บนท้องถนนเพื่อ ถ่ายรูป โดยไม่สนใจว่ารถที่ขับตามหลังมาจะต้องเบรกตัวโก่งอย่างไร ผู้คนที่ ทำงานในโรงแรมซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าพักต่างบ่นถึงความไม่เกรงใจหรือการไม่เคารพกฎเกณฑ์ของโรงแรม เช่น การสูบบุหรี่ในห้องพัก  การส่งเสียงเอะอะมะเทิ่งในสถานที่สาธารณะ การถ่มน้ำลายแบบไม่กลัวว่าจะกระเด็นไปโดนหัวใคร เป็นต้น ซึ่งดูราวกับว่าเรื่องเล่าในด้านลบกำลังทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว

          ส่งผลให้วัฒนธรรมในแบบที่ไม่สู้จะมีวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวจีน จากสายตา ‘คนอื่น‘ มีผลต่อทัศนคติของคนเชียงใหม่จำนวนไม่น้อย ที่รู้สึกต่อต้านคนกลุ่มนี้ ในสถานที่บางแห่งทัวริสต์จีนทำให้เจ้าของโรงแรมหรือสถานประกอบการตัดสินใจปฏิเสธลูกค้ากลุ่มนี้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยว หรือลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ที่ปฏิเสธการเข้าใช้บริการในสถานที่เดียวกันที่มี ทัวริสต์จีนอยู่

          รวมทั้งมีการตั้งคำถามต่อไปถึงจำนวนมหาศาลของนักท่องเที่ยวจีน ที่หากยังดำเนินต่อไปในลักษณะเช่นนี้แล้ว อาจส่งผลกระทบที่กว้างขวางต่อผู้คนหลากหลายกลุ่มในระดับที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะการท่องเที่ยวในลักษณะของอุตสาหกรรมย่อมนำมาซึ่งการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก  ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ ขยะ ซึ่งล้วนแต่มีต้นทุนในการจัดการของแต่ละสังคม  ไม่ว่าจะในด้านของการจัดหา การลงทุน หรือการกระจายทรัพยากร ออกไปให้กับประชาชนในสังคมนั้น ทัวริสต์ก็จะเป็นคนอีกกลุ่มที่เข้ามา มีส่วนในการใช้ทรัพยากรดังกล่าว หากไม่มีการเตรียมการหรือวางแผนไว้ล่วงหน้าก็อาจส่งผลกระทบในอนาคตอันใกล้ได้

          ทัวริสต์จีนกำลังกลายเป็นเป้าแห่งการโจมตีว่ากำลังเป็นผู้ซึ่งทำลายความสงบสุขและวัฒนธรรมของเมืองในล้านนาแห่งนี้

          บางคนตั้งคำถามว่าจะหาทางจำกัดนักท่องเที่ยวจีนให้ลดน้อยลงได้อย่างไร ซึ่งสำหรับโลกปัจจุบัน หากต้องการจำกัดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้น้อยลงได้ก็คงมีวิธีการน้อยมาก หนึ่งในนั้นก็คือทำให้ประเทศไทย เป็นแบบเกาหลีเหนือ หรือไม่ก็อัฟกานิสถานนั่นแหละ

          อย่างไรก็ตาม คำถามที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือทัวริสต์จีน เป็นสาเหตุสำคัญประการเดียวของความยุ่งยากที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเชียงใหม่จริงหรือ

          เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ในแต่ละปี เฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญๆ หรือเวลาที่มีการหยุดยาว นับตั้งแต่ต้นปีมาจนกระทั่งถึงปลายปี โดยในห้วงเวลาดังกล่าวจะพบว่า สถานการณ์ของเชียงใหม่ต้องตกอยู่ในความวุ่นวายไม่น้อยไปกว่ากัน เส้นทางการเดินทางที่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวจะมีรถราเป็นจำนวนมาก  การขับรถที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย การจอดรถที่เละเทะโดยไม่สนใจ ต่อกฎจราจรสักแอะ การทิ้งขยะเอาไว้เกลื่อนกลาดทั่วแหล่งท่องเที่ยว หรืออีกจำนวนมากที่จะสามารถมาเล่าให้ฟังได้สามวันสามคืนไม่จบ

          ใครซึ่งมีโอกาสอยู่เชียงใหม่ในช่วงเทศกาลจะพบว่าการต้องอยู่ในท้องถนนที่มีรถจาก ‘ต่างจังหวัด’ โดยเฉพาะจากกรุงเทพฯ  ซึ่งไม่ค่อยจะคุ้นเคยเส้นทางเป็นการขับรถที่ยากลำบาก เดี๋ยวก็หยุด เดี๋ยวก็ชะลอ กลับรถในที่ห้ามกลับบ้าง ล้วนชวนให้หงุดหงิดใจ ไม่น้อย

          ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของปรากฏการณ์แบบนี้ไม่ใช่มาจากน้ำมือของทัวริสต์จีน หากเป็นพี่ๆ น้องๆ คนไทยเรานี่แหละครับ

          แต่ดูเหมือนว่าปัญหาของพี่น้องชาวไทยจะไม่ค่อยถูกตระหนักว่าเป็นเรื่องที่ได้รับการจัดการมากเท่าใด ในด้านหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าความไร้ระเบียบของทัวริสต์ไทยนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในระดับมาตรฐานของสังคมไทยตามปกติ ไม่ว่าจะการไม่เคารพกฎจราจร การทิ้งขยะทุกที่ที่ได้ไป ฯลฯ     

          ดังนั้น หากมองในแง่มุมที่กว้างขึ้น ปัญหาของบรรดาทัวริสต์ จึงไม่ได้จำกัดไว้เพียงทัวริสต์จีนเท่านั้น ทัวริสต์ไทยก็ล้วนเป็น ส่วนหนึ่งของปัญหาด้วยเช่นกัน เพียงแต่ระดับความไร้ระเบียบของพี่น้องไทยนั้นเป็นสิ่งที่คุ้นเคย หรือเราเองก็ทำกันอยู่เหมือนกัน  ดังการละเมิดกฎจราจรที่เห็นกันอยู่ทั่วไป

          พูดให้ตรงมากยิ่งขึ้นก็คือความโกลาหลของทัวริสต์จีนเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีความไร้ระเบียบของเชียงใหม่เป็นปัจจัยเอื้อให้เกิดขึ้น

          ความไร้ระเบียบในที่นี้ปรากฏอยู่อย่างรอบด้าน ระบบขนส่งมวลชนแบบรถแดงอันเลวร้ายอย่างยิ่ง ทำให้ทั้งผู้คนในเชียงใหม่และทัวริสต์ต่างต้องหาทางออกด้วยการใช้ระบบขนส่งเอกชน อันหมายถึง การใช้รถยนต์ส่วนตัว รถมอเตอร์ไซค์ และรวมไปถึงการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดแม้กระทั่งหน้าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ หลายแห่งก็พบการขับรถฝ่าไฟแดงจนเป็นเรื่องธรรมดาของทุกคนไป การจอดรถซ้อนคันแถวตลาดหลายแห่งก็เห็นกันอย่างตำตา

          แล้วจะให้ทัวริสต์จีนเคารพกฎจราจรกันอย่างเข้มงวดอย่างไร ก็ในเมื่อพี่น้องหมู่เฮาฝ่าฝืนกฎจราจรกันอย่างเอิกเกริก เขาก็คง ไม่สามารถแยกแยะได้ภายในชั่วข้ามวันหรอกว่ากฎประเภทนี้ฝ่าฝืนได้ ส่วนอันนั้นห้ามฝ่าฝืน เวลามาเที่ยวก็แค่สามวันห้าวัน ขอปลดปล่อย ความอัดอั้นตันใจออกมาเท่าที่จะรู้ได้ว่าคงไม่ถูกจับติดคุกแน่ๆ เท่านั้น

          ที่อธิบายมานั้นไม่ได้หมายความว่าเพราะฉะนั้นจึงปล่อยให้เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นและดำเนินต่อไปโดยไม่ต้องไปทำอะไรทั้งสิ้น

          ตรงกันข้าม มีประเด็นที่ต้องคิดและไตร่ตรองให้มากขึ้นสำหรับคนในท้องถิ่นที่ต้องเผชิญหน้ากับอภิอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การสร้างอำนาจของท้องถิ่นขึ้นเพื่อกำกับและทำให้การท่องเที่ยวต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของท้องถิ่น เพื่อทำให้วิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นสามารถดำเนินต่อไปได้พร้อมกับธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องดำเนินไปแบบไม่ทำร้ายผู้คน

          ในระยะสั้นหรือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ละส่วนคงต้องร่วมมือกัน ในการสร้างมาตรฐานทางวัฒนธรรมเพื่อให้ทัวริสต์จีนได้ตระหนักว่าอะไร เป็นสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ หรืออะไรเป็นสิ่งที่ไม่อาจกระทำได้ เมื่อเห็นการฝ่าฝืนในลักษณะต่างๆ ก็ต้องร่วมกันตักเตือนโดยไม่ปล่อยให้ผ่านตาไปเฉยๆ แล้วมานั่งบ่นกันลับหลังอย่างเดียว รวมทั้งอาจต้องสูญเสียรายได้เฉพาะหน้าลง หากทัวริสต์จีนไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่วางไว้ของสถานบริการต่างๆ  แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐก็อาจต้องเข้มงวดกับทัวริสต์จีนมากขึ้นในการขับขี่ รถมอเตอร์ไซค์ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คือความพยายามที่จะทำให้บรรดาอาเฮีย ได้เรียนรู้ที่จะท่องเที่ยวโดยต้องคำนึงถึงวัฒนธรรมของคนในสังคมนั้นๆ

          แม้จะสร้างกฎระเบียบรองรับ แต่หลายด้านก็จำเป็นต้องแก้ไขในเชิงโครงสร้างติดตามมา การห้ามรถยนต์ส่วนตัวขึ้นดอยสุเทพโดยต้องนั่งรถแดงขึ้นไปในช่วงเทศกาล นับเป็นตัวอย่างที่ทำให้คนจำนวนมากต้องฝากชีวิตไว้กับรถแดง ซึ่งจำนวนไม่น้อยอยู่ในสภาพที่ชวนหวาดเสียวไม่น้อยกว่านั่งรถไฟเหาะในสวนสนุก เชื่อแน่ว่าหลายคนที่เห็นสภาพของรถแดงแล้ว ถ้าทำใจไม่ได้ก็อาจต้องยอมยกเว้นการขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพจากโปรแกรมตนเอง

          ดังนั้น สำหรับระยะยาว การผลักดันให้เกิดอำนาจที่เข้มแข็งของท้องถิ่น ในการจัดการด้านต่างๆ เป็นความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เนื่องจากในหลายประเด็นต้องมีการปรับเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างที่อาศัยการผลักดันและทรัพยากรในระดับที่กว้างขวาง เช่น การสร้างระบบขนส่งมวลชนในท้องถิ่น ที่มีประสิทธิภาพต่อการรองรับการเดินทางทั้งของผู้คนและนักท่องเที่ยว  อันเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยงบประมาณ อำนาจหน้าที่ และแรงผลักดันทางการเมืองในท้องถิ่นอย่างสำคัญ

          การขยายอำนาจของท้องถิ่นให้เพิ่มมากขึ้นในการจัดการกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะทำให้บรรดาทัวริสต์ไม่ว่าจะไร้วัฒนธรรมเพียงใด และไม่ว่า จะเป็นคนสัญชาติใดก็จะไม่สามารถสร้างความโกลาหลให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ  อีกต่อไป


 

เรื่อง : สมชาย ปรีชาศิลปะกุล