การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงานแถลง “ทิศทางการดำเนินงานด้านการตลาดการท่องเที่ยวของ ททท. ปี 2557” เมื่อวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 เวลา 17.00 น.  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน และพนักงาน ททท. ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

 

แผนการท่องเที่ยวประจำปีของ ททท. นั้น จัดทำขึ้นอย่างมีกระบวนการ เริ่มจากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งที่เป็นเอกสารและข้อมูลจากพันธมิตรสาขาต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ หารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องแล้วนำมากำหนดเป็นทิศทางเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในทิศทางที่จะตอบโจทย์ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาล

การประชุมแผนการท่องเที่ยวในปีนี้ นับเป็นปีที่ 33 แล้ว ตั้งแต่ปีแรก ๆ ที่ก่อตั้งททท. ท่านผู้ว่าการในอดีต คือ ท่านผู้ว่าฯ เฉลิมชัย จารุวัสตร์ ได้กำหนดภารกิจหลักไว้ว่าเราจะต้อง Put Thailand in World Tourism ให้ได้ ณ วันนี้ สามารถกล่าวได้ว่าเราได้บรรลุถึงภารกิจนั้นแล้ว และการท่องเที่ยวไทยเองก็ได้เดินทางมาถึงจุดที่เรียกได้ว่าเติบโตเต็มที่แล้วเช่นกัน ดังนั้น ภารกิจที่เราจะทำจากนี้ จะต้องทำให้การเติบโตของการท่องเที่ยวไทยเป็นไปอย่างยั่งยืน โดยเราต้องพยายาม Elevate Thailand Higher on the World Map หรือยกระดับประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่มีตำแหน่งทางการตลาดในระดับสูงขึ้น

หลาย ๆ ปีที่ผ่านมานี้ เรามักต้องทำแผนเพื่อฝ่าฟันวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์การเมืองภายในประเทศ หรือภัยพิบัติต่าง ๆ  แต่ในปีนี้ ความท้าทายที่เราพบ กลับกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวและสถานภาพของตลาดการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป

ประเด็นท้าทายต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

  • สิ่งแรกที่เราพบอย่างชัดเจน คือ การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดของตลาดใหม่ อาทิ ตลาดจีน อินเดีย และรัสเซีย ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้นอย่างมิทันได้ตั้งรับ การที่จะให้การเติบโตของตลาดกลุ่มนี้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เป็นประเด็นท้าทายในอันดับ 1
  • การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะทำให้กลุ่มประเทศในประชาคมรวมทั้งไทย กลายเป็นตลาดการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวที่ใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีแนวทางที่จะพัฒนาไปให้อยู่ในระดับเดียวกับประชาคมยุโรป หรือ EU ซึ่งในปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าหลายประเทศเริ่มแสดงให้เห็นถึงความสนใจในมิติต่าง ๆ ที่จะมุ่งสู่ AEC ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาหรือญี่ปุ่น การเปิดประเทศเมียนมาร์ก็จะเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่จะเป็นจุดดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจากนอกภูมิภาค   การปรับบทบาทและทิศทางของไทยให้ได้รับประโยชน์จากการเปิด AEC ท่ามกลางการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกันเอง ซึ่งอาจจะส่งผลให้ไทยเสีย Market Share ในอนาคต จะเป็นอีกประเด็นท้าทายที่จะต้องหาแนวทางรับมือ
  • สภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมทั้งสถานะตลาดอิ่มตัวของตลาดหลัก นับเป็นประเด็นท้าทายที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคที่ต้องก้าวผ่านเช่นกัน เมื่อพิจารณาการเติบโตในปีที่ผ่านมา กลุ่มประเทศที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ส่งผลกระทบค่อนข้างชัดเจน ทำให้การขยายตัวการเดินทางท่องเที่ยวมาไทยไม่สูงนัก อาทิ  อังกฤษ  สแกนดิเนเวีย  เยอรมนี  อเมริกา  สเปน  อิตาลี ออสเตรเลีย และ อิหร่าน เป็นต้น ส่วนตลาดคนไทย ในระยะสั้นนี้ ก็อาจจะได้ผลกระทบเช่นกัน จากการยกเว้นตรวจลงตราเข้าญี่ปุ่นสำหรับคนไทย ซึ่งอาจจะทำให้คนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นมากขึ้น
  • อย่างไรก็ตาม การพัฒนาด้านการคมนาคมในช่วงปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นโอกาสที่จะทำให้เกิดการขยายตลาดให้กว้างขึ้นได้ อาทิ การขยายเครือข่ายการบินไปยังเมืองรองของสายการบินตะวันออกกลางจากเมืองรองในยุโรปมาไทย  และการเพิ่มที่นั่งโดยสารของ Low Cost Airline สำหรับเส้นทางการบินในระยะสั้นเชื่อมโยงจากญี่ปุ่น  จีน  เกาหลี  อินเดีย  มากรุงเทพฯ  ภูเก็ต  เป็นต้น  หรือแม้แต่นโยบายรถคันแรกของคนไทย ก็ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวเช่นกัน

เป้าหมายและแนวทางการดำเนินงาน

เมื่อประมวลความท้าทายต่าง ๆ ประกอบกับเป้าหมายการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลแล้ว จึงได้กำหนดเป้าหมายหลักที่จะต้องไปให้ถึงใน 2 ส่วนควบคู่กันไป คือ

  1. ต้องบรรลุเป้าหมายนำรายได้เข้าประเทศให้ได้ 2 ล้านล้านบาท ในปี 2558 ซึ่งเป็นภารกิจ 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2556-2558 และ
  2. ต้องปรับสมดุลในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในทุกมิติ ทั้งด้านตลาด พื้นที่ ฤดูกาล คุณค่า และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างยั่งยืน
  • เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น ในปี 2557 นี้ จะได้สานต่อแนวคิด “รายได้ก้าวกระโดด ด้วยวิถีไทย” หรือ Higher Revenue through Thainess ต่อเนื่องจากปี 2556 โดยใช้แนวคิดการทำการตลาดแบบ Marketing 3.0 เน้นส่งมอบคุณค่า (Value) หรือ ความสุข ในการเดินทางท่องเที่ยวที่เกิดจากการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม (Co-creation) ซึ่งจะประทับใจลงสู่จิตวิญญาณ จนกระทั่งเกิดการแบ่งปันและบอกต่อ (Share) ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้แล้ว ได้สร้างความตื่นตัวให้กับคู่ค้าในตลาดต่างประเทศอย่างมาก โดยคู่ค้าได้เห็นถึงศักยภาพ ในการนำวิถีไทยมานำเสนอเป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ได้
  • วิถีไทยนี้เองจะเป็นเอกลักษณ์และจุดเน้น ที่ทำให้ไทยแตกต่างจากประเทศอื่นในประชาคมอาเซียน และมีตำแหน่งในการยืนที่ชัดเจนหลังเปิดประชาคมฯ ซึ่งจะนำมาซึ่งการเติบโตและรายได้ ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว
  • นอกจากนี้ การส่งมอบความสุขแทนเรื่องของความคุ้มค่าเงิน (Value for Money) นั้น จะช่วยให้ไทยหลุดจากภาพลักษณ์การเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก และเพิ่มระดับการรับรู้ประเทศไทยในการเป็น Quality Destination โดยความสุขที่จะส่งมอบในปีนี้ จะส่งผ่านกิจกรรม Thai Experience, Thai Way of Life และ Thai Cultures ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้มีส่วนร่วมและแบ่งปัน
  • สำหรับการตั้งเป้าหมายในมิติเศรษฐกิจนั้น ได้ตั้งเป้าหมายไว้ให้รายได้รวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 แบ่งเป็น
    • รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 โดยจะให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียเป็นหลัก โดยมีการเติบโตของรายได้ประมาณร้อยละ 14 ในขณะที่ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา ให้มีการเติบโตร้อยละ 12
    • รายได้หมุนเวียนในประเทศจากนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 โดยคาดหวังให้มีรายได้หมุนเวียนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกและภาคอีสาน ประมาณร้อยละ 10
  • ในขณะเดียวกันจะปรับสมดุลเชิงการตลาดจากตลาด Mass ให้เข้าสู่ตลาดคุณภาพในทุกตลาดทั้งใน และต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงระดับกลาง-บน และนักท่องเที่ยวกลุ่มเฉพาะ หรือ Niche Market ได้แก่
    • กลุ่ม Wedding & Honeymoon ซึ่งสามารถดำเนินการเจาะได้ทุกพื้นที่ตลาด และจากการศึกษาพบว่าเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงในการมาแต่งงานและฮันนีมูนในประเทศไทย
    • กลุ่มที่เดินทางเข้ามารักษาพยาบาล (Medical) จากตลาดเฉพาะ เช่น ตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจุบันได้รับความสะดวกในเรื่องการยกเว้นลงตราเป็นกรณีพิเศษ
    • กลุ่ม Golf กลุ่ม Health & Wellness และกลุ่ม Green หรือ Eco-tourists ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องพัฒนาและส่งเสริม เนื่องจากเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาแล้วใช้จ่ายในประเทศมากกว่านักท่องเที่ยวปกติ
  • โดยการพัฒนาตลาด Niche Market นี้ ไม่เพียงแต่จะทำในเรื่องของการส่งเสริมการตลาด แต่จะพัฒนาทั้งองคาพยพโดยเฉพาะผู้ประกอบการ ให้มีความเชี่ยวชาญ มีเอกลักษณ์ มีประสิทธิภาพในการส่งมอบการบริการ สามารถสนองตอบความต้องการของลูกค้าได้จริง และให้มีความสามารถสร้างความภักดีของลูกค้าได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถส่งมอบบริการในระดับเดียวกับความต้องการของลูกค้าได้ โดยไม่ต้องนำเรื่องราคามาเป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมตลาด รวมทั้งพัฒนาช่องทางการขายออนไลน์สำหรับกลุ่มตลาดเฉพาะเพิ่มเติม อาทิ กลุ่ม Wedding Honeymoon กลุ่ม High-end และกลุ่มสุขภาพ
  • ปรับสมดุลในเชิงพื้นที่ ลดการกระจุกตัวของการท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวหลัก โดยส่งเสริมให้เกิด การกระจายการเดินทางไปยังภูมิภาค และเชื่อมโยงภายในประเทศในกลุ่ม AEC โดยไทยเป็น Hub หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะในเส้นทางทางบกที่มีความพร้อม เช่น R3A East-West Corridor และเส้นทางเชื่อมโยงทางทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น
  • ปรับสมดุลในเชิงเวลา หรือฤดูการท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทย ให้มีการกระจายตัวการท่องเที่ยวนอกฤดูมากขึ้น เช่นเดียวกับการพยายามส่งเสริมให้เกิดการเดินทางของตลาดต่างประเทศ ที่มีฤดูการเดินทางของตลาดที่ตรงกับช่วงนอกฤดูของไทย
  • นอกจากนี้ จะมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวในลักษณะ Green Tourism เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีภาพลักษณ์ที่ดี และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
  • ประเด็นสุดท้าย ททท. ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาข้อมูลเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้อมูลที่จะใช้เป็นฐาน ในการกำหนดและปรับแนวทางดำเนินงานด้านการตลาด ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที โดย ททท. จะพัฒนาศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ (Intelligence Center) ที่จะให้บริการฐานข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เป็นศูนย์พยากรณ์ และดำเนินการวิจัยด้านการท่องเที่ยว

แนวทางการสื่อสาร

    • ตลาดต่างประเทศ
      ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย นำเสนอภาพลักษณ์ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่มี “คุณภาพ” พร้อม “ประสบการณ์ชีวิต” และ “ความสุข” ที่ยากจะหาที่ใดเหมือน ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยและวิถีไทย โดยสื่อสารผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand” สร้างการรับรู้ภายใต้แนวคิด Happiness You can Share นำเสนอประสบการณ์และความสุขที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ และพร้อมแบ่งปันให้กับผู้อื่น ทั้งคนใกล้ชิด และคนทั่วโลก รวมถึงการร่วมตอบแทนสิ่งที่ดีสู่ชุมชน คนในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส
    • ตลาดในประเทศ
      สื่อสารผ่านแคมเปญ “หลงรักประเทศไทย” เพื่อสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ภายใต้โฆษณาประชาสัมพันธ์ ดังนี้
      • การสื่อสารผ่านรายการต่าง ๆ ทางสถานีโทรทัศน์ Free TV และ Cable TV ท้องถิ่น ทั้งรูปแบบของการลงสปอตโฆษณา การ Tie in กับรายการโทรทัศน์ รายการข่าว
      • การลงโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ การจัดทำ Scoop ข่าว บทความแนะนำการท่องเที่ยวในหนังสือพิมพ์ นิตยสารต่าง ๆ
      • การใช้อนุสาร อสท. ซึ่งเป็นนิตยสารด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุด มานำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี พร้อมจัดทำ อสท. ในรูปแบบ E-magazine ซึ่ง Download ฟรีได้ที่ www.thaiegazine.com
      • สื่อ Out of Home เช่น การลงโฆษณาทางโรงภาพยนตร์ Billboard สื่อโฆษณาข้างรถประจำทาง รถไฟฟ้า BTS รถไฟใต้ดิน MRT ป้ายอัจฉริยะต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
      • การสื่อสารผ่านสื่อสมัยใหม่ นอกจากจะใช้การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่าน Website ที่ได้รับความนิยม รวมถึงการจัดทำ Social Network ต่าง ๆ แล้ว ยังมีการปรับปรุงการให้บริการข้อมูลข่าวสารทาง 1672 เป็นระบบ IP และจัดทำ E-brochure ในรูปแบบของ Application บนมือถือ

      นอกจากนี้ ททท. ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ ดังนี้

      • การนำเสนอข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวด้วยภาษามือ ทั้งไทยและอังกฤษ ผ่าน www.tourismthailand.org สำหรับผู้พิการทางการได้ยิน
      • การจัดทำหนังสือ Free Copy ภายในแทรกอักษรเบรลล์ เพื่อให้ผู้พิการทางสายตารับทราบข้อมูลการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง

      สินค้าท่องเที่ยวเด่น

      • การพัฒนาและส่งเสริมตลาด Wedding & Honeymoon โดยจะพัฒนาและนำสินค้าที่เหมาะกับแต่ละตลาดในหลากหลายรูปแบบ ผสมผสานกลิ่นอายความเป็นไทย สำหรับตลาดต่างประเทศ สำหรับตลาดคนไทย จะดำเนินการร่วมกับเครือข่ายที่พักและ Wedding Studio เน้นสร้างการรับรู้แหล่งฮันนีมูน ที่เป็น Romantic Destination ได้ เช่น หัวหิน สมุย เชียงใหม่ สตูล ตรัง เป็นต้น
      • การนำเสนอ มวยไทย เป็นกิจกรรมที่ส่งผ่านคุณค่าในการมาเที่ยวเมืองไทย โดยเน้นการดำเนินงานสำหรับตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ร่วมกับค่ายมวยในต่างประเทศ และพันธมิตรบริษัทนำเที่ยว เสนอการเรียนมวยไทยในลักษณะที่เป็นศิลปะการต่อสู้ ควบคู่กับการขยายผลการเสนอขายให้มีนักท่องเที่ยวมาเข้าร่วมกิจกรรมการไหว้ครูมวยไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่จัดขึ้นทุกวันที่ 17 มีนาคม ของทุกปี เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงประสบการณ์มวยไทยที่แท้จริง
      • สินค้าที่มีความพร้อม และสินค้าที่ต้องการเสนอขายต่อเนื่องอีก ได้แก่
        • สินค้าและบริการระดับ Luxury โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มาตรฐานสูงกว่า 5 ดาว Pool Villa ที่พักที่มีการออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ที่ยังเปิดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจะเป็นสินค้าและบริการที่สามารถสนองตอบความต้องการตลาดนักท่องเที่ยวระดับสูง หรือ Luxury ได้
        • สินค้าเชิงสุขภาพ Health & Wellness และ Medical โดยเฉพาะ Medical ซึ่งประเทศไทยมีโรงพยาบาล การรักษาพยาบาลและการบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้รัฐบาลได้ยกเว้นตรวจลงตราสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยโดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งจะทำให้มีความสะดวกมากขึ้น
        • ชุมชนท่องเที่ยว เรียนรู้วิถีชีวิต และจิตอาสาสำหรับตลาดกลุ่มเฉพาะ เช่น Green Tourism และอาสาสมัคร อาทิ บ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม บ้านห้วยแร้ง จ.ตราด บ้านเกาะกลาง จ.กระบี่ ชุมชนทำเทียนเสนอขายควบคู่กับประเพณีแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี ประเพณีแห่ต้นดอกไม้ บ้านแสงนภา อ.นาแห้ว จ.เลย ชุมชนท่องเที่ยวจิตอาสาบ้านแม่ละนา บ้านจาโบ่ จ.แม่ฮ่องสอน และเกาะยาวน้อย จ.พังงา เป็นต้น
        • อาหารไทย อาทิ Street Food เทศกาล Thailand Splash and Spice ระหว่าง 15 มีนาคม- 31 พฤษภาคม โดยเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารไทยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน www.tourismthailand/ amazingthaifood.org
        • งานประเพณี และ Event ที่สำคัญที่จะผลักดันอย่างต่อเนื่อง คือ เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลลอยกระทง และ Thailand Grand Sales
        • สำหรับคนที่มีความสนใจพิเศษ โดยเฉพาะกีฬาวิ่งมาราธอน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ถึง 5 ครั้งต่อปี ในงาน ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ เดือนมกราคม ลากูนาภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนล มาราธอน เดือนมิถุนายน พัทยามาราธอน เดือนกรกฎาคม Midnight Run อมารีวอร์เตอร์เกท เดือนตุลาคม และกรุงเทพมาราธอน สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเดือนพฤศจิกายน
        • ประเด็นสุดท้าย คือ การเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่ม AEC สามารถพิจารณาเส้นทางการเดินทางที่มีความพร้อมมาก อาทิ เส้นทางเชื่อมโยง R3A จากจีนเชื่อมโยงกับจังหวัดเชียงรายเข้าถึงกรุงเทพฯ หรือพัทยา เช่น
          • คุนหมิง-จิ่งหง-บ่อหาน-หลวงนํ้าทา-ห้วยทราย-เชียงของ-เชียงราย-เชียงใหม่-ปาย
          • คุนหมิง-จิ่งหง-บ่อหาน-หลวงนํ้าทา-ห้วยทราย-เชียงของ-เชียงราย-เชียงใหม่-สุโขทัย
          • คุนหมิง-จิ่งหง-บ่อหาน-หลวงนํ้าทา-ห้วยทราย-เชียงของ-เชียงราย-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ
          • คุนหมิง-จิ่งหง-บ่อหาน-หลวงนํ้าทา-ห้วยทราย-เชียงของ-เชียงราย-เชียงใหม่-พัทยา

      ทิศทางการดำเนินงาน

      ตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ถึงเป้าหมายรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ต้องเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 นี้ ททท. กำหนดแนวทางการดำเนินงานดังนี้

      • มุ่งส่งเสริมการเดินทางจากตลาดเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก และตลาดอาเซียนเป็นหลัก โดยเน้นให้เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 และ 6 ตามลำดับ และพยายามปรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวให้สูงขึ้น โดยให้มีรายได้เติบโตเฉลี่ยประมาณ ร้อยละ 16 และ 12 ตามลำดับ สำหรับโจทย์การดำเนินงาน ของตลาดเอเชียนั้น จะมุ่งเน้น Highlight ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว และการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC
      • ส่วนตลาดยุโรป อเมริกา นั้นจะเน้นการรักษาฐานตลาดให้อยู่ในระดับเดิม ไม่ให้ลดลง โดยให้ระดับการเติบโตด้านจำนวนอยู่ในระดับร้อยละ 6 ทั้ง 2 ภูมิภาค และเน้นเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยให้มีรายได้เติบโตประมาณร้อยละ 12 สำหรับตลาดยุโรป และ ร้อยละ 8 สำหรับตลาดอเมริกา ส่วนของภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกานั้น ลักษณะตลาดมีความหลากหลาย แต่อาจกล่าวได้ว่ามีสถานะตลาดในทิศทางเดียวกัน คือ แนวโน้มการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่สูงมาก ดังนั้น จึงเน้นดำเนินงานใน 2 ประเด็นหลัก คือ รักษาทิศทางการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวให้ยังคงอยู่ในแนวบวก เพื่อให้สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ให้ได้ และพยายามเพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวและวันพักแทนเพื่อให้รายได้เป็นไปตามเป้าหมาย

      ตลาดในประเทศ สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวคนไทย ในปี 2557 นี้ ททท.จะต้องเร่งดำเนินการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในเชิงรุกมากขึ้น โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนกระบวนการของตลาดภายในประเทศไปสู่รายได้ 700,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็น ร้อยละ 9 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 136 ล้านคน/ครั้ง ในปี 2557

      3 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย คือ

      1. สร้างกระแสหลงรักประเทศไทย
      2. สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
      3. สร้างและแบ่งปันประสบการณ์ การเดินทางท่องเที่ยว

      โดย ททท.จะดำเนินโครงการตามกลยุทธ์ที่วางไว้ แบ่งออกเป็น 2 โครงการหลัก คือ

      1. ดำเนินงานโครงการเด่น ๆ ตลอดปี ในพื้นที่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 500 โครงการ เพื่อให้คนไทยสามารถท่องเที่ยวไปได้ทุกเดือน รวมทั้งเพิ่มปริมาณความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
      2. เปิดแนวคิดทางการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ “Dream Tourism” ที่ดึงชีวิตในแบบที่คุณฝันออกมาใช้ในการท่องเที่ยว กระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางไปใช้ชีวิตได้อย่างที่ใจฝันอยากจะไป โดยในปีนี้ ททท.จะนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวกลุ่มแรก “Dream Destinations” กาลครั้งหนึ่ง..ต้องไป แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสุดยอดของความงามดั่งฝัน ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตหากได้ไปสัมผัสแล้วคุณจะต้องรู้สึก..“หลงรัก” อย่างแน่นอน

      บทส่งท้าย

      เป้าหมายที่กำหนดไว้คงไม่ใช่เป้าหมายของ ททท. เท่านั้น แต่นับเป็นเป้าหมายโดยรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แนวทางการดำเนินงานในปี 2557 ที่ได้เสนอไปนั้น คงจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หากไม่ได้รับการผลักดัน ร่วมปรับตัว และสร้างสมดุลในทุกมิติจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในมิติที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกมีความสุข ประทับใจจากการเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยวิถีไทย จนเต็มใจที่จะแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ให้กับคนอื่นได้รับทราบ ซึ่งวิถีไทยนี้ จะเป็นจุดแข็งให้ไทยแตกต่างจากคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียน และในมิติของการปรับตัวเข้าสู่ตลาดคุณภาพที่มีความสามารถในการใช้จ่ายสูง ซึ่งหมายถึงการที่ต้องยกระดับราคาให้เหมาะสมกับคุณภาพสินค้าและบริการที่จะนำเสนอ ทั้งนี้ เพื่อก้าวเดินสู่ความเป็นคุณภาพ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน


      เรื่อง กองกลยุทธ์การตลาด ททท.