การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดทำ “โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่มีต่อการท่องเที่ยวไทย” หรือที่เรียกว่า “TAT Tourism Poll” ซึ่งโครงการนี้ได้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว โดยกิจกรรมนี้ ททท. จัดทำขึ้นเพื่อต้องการเผยแพร่ข้อมูล ที่อยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

 

จากสถานการณ์การขยายตัวที่เพิ่มสูงขึ้นมากของนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนและรัสเซีย ซึ่งในมุมหนึ่งมองว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตดี แต่ขณะเดียวกัน อีกมุมก็มองว่าการเติบโตของตลาดทั้งสองก่อให้เกิดผลกระทบตามมาด้วยเช่นกัน ในการสำรวจโพลครั้งนี้ ททท. จึงมุ่งประเด็นไปที่ ผลกระทบการขยายตัวของนักท่องเที่ยวตลาดจีน รัสเซีย และการรับมือกับคลื่นยักษ์นักท่องเที่ยวทั้งสองตลาด โดยสำรวจข้อมูลจำนวน 2,163 ตัวอย่าง จากกลุ่มผู้ประกอบการ 1,068 ตัวอย่าง และประชาชน 1,095 ตัวอย่าง ในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย 7 พื้นที่ (กรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา เกาะสมุย) ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 8 กรกฎาคม 2556

สรุปสาระสำคัญจากการสำรวจ

  • จากสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยว ในช่วงปี 2550- 2555 พบว่าตลาดรัสเซีย และจีน มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งด้านจำนวนและรายได้ แต่การเติบโตของทั้งสองตลาดเป็นไปแบบไม่มีคุณภาพ โดยการเติบโตของรายได้จากตลาดจีนและรัสเซีย พึ่งพาการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่อทริปไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควร
  • เมื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในท้องถิ่น มีความเห็นตรงกันว่า การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวจีน ก่อความรำคาญกับคนรอบข้าง เนื่องจากไม่มีมารยาทและส่งเสียงดัง (ผลักผู้อื่น สูบบุหรี่) และสร้างความสกปรกให้กับพื้นที่ที่ไปใช้บริการเนื่องจากไม่รักษาความสะอาด (ถ่มนํ้าลาย ทิ้งขยะ ไม่กดชักโครก)

แต่อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ประกอบการ มีความคิดเห็นในเชิงบวกว่า การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน ก่อให้เกิดการสร้างรายได้รวมของธุรกิจเพิ่มขึ้น และมีรายรับอย่างสมํ่าเสมอเนื่องจากชาวจีนเดินทางมาเที่ยวทั้งปี แต่พบว่ามีกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างปัญหาของนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้แก่ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส

  • สำหรับปัญหาที่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวจีน คือ
    • ปัญหาเสียงดังจากการพูดคุย/ตะโกน โวยวาย (ร้อยละ 26.3)
    • ปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นลดลง (ร้อยละ 23.4)
    • ปัญหาความสกปรกต่าง ๆ เพิ่มขึ้น จากการไม่รักษาความสะอาด (ร้อยละ 21.9)
    • ปัญหาการสื่อสารกันไม่เข้าใจ (ร้อยละ 15.0)
  • สำหรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ประชาชนในท้องถิ่นและผู้ประกอบการ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียส่งผลกระทบในเรื่องการสร้างความวุ่นวายให้กับพื้นที่ที่ไปใช้บริการ เนื่องจากไม่เคารพกฎ/กติกาต่างๆ (เสียงดัง ทะเลาะวิวาท)

แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวรัสเซีย สร้างรายได้รวมให้ธุรกิจเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังมีเสียงสะท้อนถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น

  • ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการแต่งตัวโป๊ของนักท่องเที่ยวหญิง
  • เกิดมาเฟียชาวรัสเซียและการสร้างเขตอิทธิพลเพื่อหาผลประโยชน์
  • ก่อให้เกิดการลักลอบ/แฝงตัวมาค้าประเวณีของนักท่องเที่ยวหญิงชาวรัสเซีย
  • กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างปัญหาของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย คือ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สวีเดน
  • ปัญหาที่ผู้ประกอบการได้รับ จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย คือ
    • ปัญหาการแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย (ร้อยละ 14.6)
    • ปัญหาไม่เคารพ และไม่ปฏิบัติตามกฎของสถานที่ที่ไปใช้บริการ (ร้อยละ 10.4) ปัญหาการใช้กำลังก่อเหตุทะเลาะวิวาท(ร้อยละ 10.4)
    • ปัญหาการสื่อสารกันไม่เข้าใจ (ร้อยละ 9.2)
  • แนวทางการดำเนินงานเพื่อรับมือตลาดจีน รัสเซีย โดยเน้นความร่วมมือจากทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการ ดังนี้
    1. การควบคุมดูแลการเข้า-ออกของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย
    2. การตรวจสอบและดูแลการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ อย่างเข้มงวด
    3. การประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทราบถึงค่านิยม และวัฒนธรรมไทย เพื่อจะได้เรียนรู้และปฏิบัติตาม ก่อนการเดินทางเข้ามาประเทศไทย
    4. การจัดทำป้ายหรือสัญลักษณ์ เพื่อแจ้งเตือนสิ่งที่ควรรู้ให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ
    5. การส่งเสริมให้คนไทยเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศ
  • แนวทางการดำเนินงานของ ททท
    1. ปรับโครงสร้างตลาด มุ่งเน้นส่งเสริมตลาดระดับบนอย่างจริงจัง
    2. สร้างสมดุลทั้งฤดูกาลและพื้นที่ รวมทั้งโครงสร้างตลาด
    3. ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวโดยจัดทำแผ่นพับ Do and Don’t และเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวในเว็บไซต์

เรียบเรียง กองวิจัยการตลาด ททท.