ภาพรวม

สถานการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 (มกราคม-มิถุนายน) มีทิศทางสดใสต่อเนื่อง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 13.07 ล้านคน หรือมีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดถึงร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 559,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เช่นเดียวกัน (ข้อมูลรายได้เบื้องต้นจากกรมการท่องเที่ยว ณ เดือนกรกฎาคม) 

 

ภูมิภาคที่มีการขยายตัวสูงสุด ได้แก่ ตลาดเอเชียตะวันออก รวมเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และอาเซียน ขยายตัวร้อยละ 36 โดยได้รับแรงเสริม จากเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และกระแสความนิยมในการเดินทางมาประเทศไทยยังมีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระแสการเดินทางตามรอยภาพยนตร์ Lost in Thailand จากตลาดจีน รองลงมาคือ ตลาดภูมิภาคยุโรป ขยายตัวร้อยละ 11 จากแรงขับเคลื่อนของตลาดรัสเซียและยุโรปตะวันออก แม้ว่าประเทศในยุโรปใต้จะมีปัญหาสภาพเศรษฐกิจตกตํ่า  และในประเทศแถบยุโรปกลางเกิดปัญหานํ้าท่วมในช่วงเดือนมิถุนายน แต่ก็มิได้ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้าไทยในภาพรวมแต่อย่างใด สำหรับตลาดภูมิภาคอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 8 จากปัจจัยบวกด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคอเมริกาเหนือและละตินอเมริกาที่มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น กอปรกับ ททท. ได้เน้นการเจาะตลาดใหม่ ในพื้นที่ละตินอเมริกามากขึ้น และตลาดเอเชียใต้เติบโตร้อยละ 6 จากกระแสการเติบโต ของทุกตลาดหลัก โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่เติบโตต่อเนื่อง

สำหรับตลาดที่มีปัญหา เป็นตลาดขนาดเล็ก ได้แก่ ตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง ลดลงร้อยละ 3 เป็นผลมาจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองภายในภูมิภาค โดยเฉพาะในอียิปต์ และการหันเหไปเที่ยวยุโรปมากขึ้น เนื่องจากค่าเงินยูโรที่ตํ่าลงเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ ส่วนภูมิภาคโอเชียเนียและแอฟริกา ปรับตัวลงร้อยละ 2 และร้อยละ 4 ตามลำดับ เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกมีแนวโน้มการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวออสเตรเลียบางส่วนเลือกเดินทางไปสหรัฐฯ มากขึ้น นับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา เช่นเดียวกับแอฟริกาที่หันไปเดินทางระยะใกล้มากขึ้น เนื่องจากประสบปัญหาเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว อย่างไรก็ดี จากการประชุม Focus Group กับผู้ประกอบการหลักของไทย เชื่อว่า การชะลอตัวของตลาดออสเตรเลียเป็นเพียงระยะสั้น ๆ เท่านั้น และคาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ววัน

ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายว่า ในปี 2556 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว 24.15 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 และสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ จำนวน 1.11 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีจะได้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

สถานการณ์ท่องเที่ยวรายภูมิภาคในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556

ภูมิภาคเอเชีย

เอเซียตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 56

กลุ่มตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเติบโตมากที่สุดที่ร้อยละ 56 หรือมีนักท่องเที่ยว 4.27 ล้านคน ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับทุกภูมิภาค โดยตลาดจีน ครองอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่มาไทยทั้งหมด มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 102 ในช่วง 6 เดือนแรก หรือมีนักท่องเที่ยวจีนถึง 2.33 ล้านคน อันเป็นผลจากกระแสความนิยมในการเดินทางตามรอยภาพยนตร์ Lost in Thailand ที่เป็นอิทธิพลร้อนแรงต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว รวมทั้ง การเปิดเที่ยวบินใหม่ อู่ฮั่น-กรุงเทพฯ จำนวน 14 เที่ยว/สัปดาห์ ของสายการบิน China Eastern Airlines ในเดือนมิถุนายน และความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นทำให้เกิดการหันเหการเดินทางมาไทย เช่นเดียวกับตลาดอื่น ๆ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ล้วนมีการเติบโตที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะ ตลาดไต้หวัน ฟื้นตัวและขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนร้อยละ 39 โดยได้ปัจจัยบวกจากบรรยากาศความขัดแย้งกันเองจากข้อพิพาทระหว่างไต้หวันและฟิลิปปินส์ และการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินเข้าไทย ส่วนฮ่องกงปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 29 ด้วยแรงส่งจากปัจจัยบวกหลักจากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบิน เช่น Hong Kong Airlines เพิ่มเที่ยวบิน ฮ่องกง-กรุงเทพฯ จาก 28 เที่ยว เป็น 35 เที่ยว/สัปดาห์ และ ฮ่องกง-ภูเก็ต จาก 7 เที่ยว เป็น 14 เที่ยว/สัปดาห์ และ Dragon Air เพิ่มเที่ยวบิน ฮ่องกง-เชียงใหม่อีก 1 เที่ยว เป็น 6 เที่ยว/สัปดาห์ ในขณะที่ญี่ปุ่นหันมาเดินทางสู่ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่สูงแทน จากการที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงมากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับเงินสกุลต่าง ๆ และเกิดความขัดแย้งกับจีนและเกาหลี โดยเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 19

อาเซียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18

นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนขยายตัวร้อยละ 18 โดยตลาดหลัก เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย มีการเติบโตที่ดีในอัตราร้อยละ 10 และ 21 ทั้งนี้ ตลาดมาเลเซียสามารถฟื้นตัวจากการระเบิดที่หาดใหญ่ซึ่งตรงกับไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา และเดินทางเข้ามาร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ที่ในปีนี้ตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์มากขึ้น ส่วนตลาดขนาดกลาง เช่น อินโดนีเซีย มีอัตราการเติบโตช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44 โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 เนื่องจากมีการเดินทางเข้ามาในช่วงสงกรานต์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการนำภาพยนตร์ไทย (พี่มากพระโขนง) ไปฉายที่อินโดนีเซียในเดือนพฤษภาคม ซึ่งได้รับความนิยมค่อนข้างมาก และมีส่วนส่งเสริมให้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น สำหรับตลาดเวียดนาม เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 ในครึ่งปีแรก ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวเวียดนามมีแนวโน้มท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะเดินทางมายังประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งมีราคาไม่ต่างกันมากเมื่อเทียบกับการท่องเที่ยวในประเทศ อีกทั้งในเดือนมิถุนายน สายการบิน Vietjet Airlines ได้เปิดเส้นทางใหม่ ฮานอย-กรุงเทพฯ 7 เที่ยว/สัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกระแสความต้องการในการเดินทางมายังประเทศไทยของชาวเวียดนามที่มีมากขึ้น

ภูมิภาคยุโรป เพิ่มขึ้นร้อยละ 11

ในช่วงครึ่งปีแรกยังคงมีทิศทางที่สดใส โดยขยายตัวร้อยละ 11 ตลาดรัสเซีย มีการเติบโตสูงสุดในภูมิภาคที่ร้อยละ 34 รองลงมาคือ ตลาดยุโรปตะวันออก และ CIS เติบโตร้อยละ 26 เนื่องจากประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม และมีความคุ้มค่าเงิน ประกอบกับปัจจัยบวกทางด้านเศรษฐกิจ และตลาดเหล่านี้มิได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าแต่อย่างใด ส่วนตลาดเยอรมนี ยังคงเติบโตดีร้อยละ 11 แม้จะมีความกังวลในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และประสบปัญหานํ้าท่วมในช่วงเดือนมิถุนายน แต่มิได้ส่งผลต่อการท่องเที่ยวแต่อย่างใด เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวค่อนข้างสูง แต่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเดินทางแทน กล่าวคือ ใช้เวลาท่องเที่ยวสั้นลงและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ตลาดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีอัตราการขยายตัวติดลบ ได้แก่ กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย สเปน และอิตาลี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ การดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่า และมาตรการปรับขึ้น APD ทำให้การเดินทางมาประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดระยะไกล มีต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดสเปนและอิตาลี ยังคงต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอยต่อไปในปีนี้ รวมถึงประชาชนมีการชุมนุมประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลเป็นระยะๆ ทำให้ความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวลดลง หรือเลือกเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย สำหรับตลาดเดนมาร์ก ลดลงร้อยละ 4 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสายการบิน SAS Scandinavian Airlines งดบินเส้นทางโคเปนเฮเกน-กรุงเทพฯ ตามตารางการบินฤดูร้อน (มีนาคม-ตุลาคม) และนักท่องเที่ยวบางส่วน เลือกเดินทางไปท่องเที่ยวแถบเมดิเตอร์เรเนียนและแคริบเบียนแทน เนื่องจากสภาพอากาศอบอุ่นขึ้น

ภูมิภาคอเมริกา เพิ่มขึ้นร้อยละ 8

ตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักของภูมิภาค ขยายตัวร้อยละ 8 โดยมีปัจจัยพื้นฐานมาจากสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนตลาดอาร์เจนตินาและบราซิล มีการขยายตัวดีที่ร้อยละ 15 และ 19 ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการทำตลาดเชิงรุกบุกตลาดใหม่ของ ททท. ในช่วงปีที่ผ่านมา

ภูมิภาคเอเชียใต้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6

ตลาดอินเดีย ขยายตัวร้อยละ 6 เป็นการขยายตัวต่อเนื่องในระดับปานกลาง แม้ว่าจะมีการเปิดเส้นทางใหม่เข้าไทยถึง 3 เส้นทาง (ไทยสไมล์ : อาห์เมดาบัด-กรุงเทพฯ, นิวเดลี-ภูเก็ต, มุมไบ-ภูเก็ต) ในเดือน เมษายน ที่ผ่านมา แต่การเติบโตของตลาดนี้อาจจะไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบหลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศของไทย ประกาศเพิ่มเงินการันตีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่ยื่นขอ Visa พร้อมกับต้องมีใบยืนยันการจองที่พัก หรือใบรับรองจากบริษัทนำเที่ยว (การออกมาตรการดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลอินเดียประกาศใช้มาตรการเดียวกันกับคนไทยที่ยื่นขอตรวจลงตราเข้าอินเดีย) ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจอินเดียตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เงินรูปีอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดศรีลังกา ปากีสถาน และบังคลาเทศ ยังคงเติบโตค่อนข้างดีที่ร้อยละ 6-9

ภูมิภาคโอเชียเนีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 2

ตลาดภูมิภาคนี้มีทิศทางที่สดใสในช่วงไตรมาสแรก แต่กระแสการเดินทางมาไทยเริ่มแผ่วลงตั้งแต่เมษายนเป็นต้นมา จากปัญหาที่นักท่องเที่ยวออสเตรเลียซึ่งเป็นตลาดหลัก เริ่มหันเหการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาประเทศยอดนิยมในอันดับต้นๆ แทน เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่ากว่าค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ จึงทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดออสเตรเลียปรับตัวลดลงเกือบร้อยละ 6 อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการโรงแรมของไทย เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ตลาดนี้ไม่น่าเป็นห่วงนัก และคาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ในไตรมาสถัดไป

ภูมิภาคแอฟริกา เพิ่มขึ้นร้อยละ 4

ตลาดภูมิภาคนี้มีทิศทางสดใสในไตรมาสแรก โดยได้รับแรงเสริมจากการเติบโตที่ดีของตลาดแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นตลาดหลัก อย่างไรก็ดี ในไตรมาสที่ 2 ตลาดแอฟริกาใต้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ซึ่งเกิดจากเศรษฐกิจของแอฟริกาใต้ชะลอตัวในไตรมาสแรก จากการที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัว และในช่วงเวลาเดียวกันเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดแอฟริกาใต้ ลดลง ร้อยละ 2 และเมื่อประกอบกับตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคปรับตัวลดลงที่ร้อยละ 6 จึงฉุดให้ภาพรวมของภูมิภาคนี้ชะลอตัวลงไปถึงร้อยละ 4

 

คาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556

คาดว่า การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศในภาพรวมจะขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังต่อไปนี้

  • ประเทศไทยยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงมีความคุ้มค่าเงินสูงเมื่อเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่แน่นอน
  • การรุกทำตลาดในพื้นที่ใหม่ ๆ ของ ททท. ที่มีศักยภาพ อาทิ ยุโรปตะวันออก คาซัคสถาน ยูเครน ตุรกี และละตินอเมริกา
  • สายการบินในเอเชียและยุโรปมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ มาไทยเพิ่มเติม เพื่อสนองตอบความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่นเอเชีย
    • China Airlines   เปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เส้นทาง ไทเป-ภูเก็ต 5 เที่ยวบินช่วงวันที่ 1-17 กรกฎาคม 2556
    • Eva Airs เปิด Extra Flight เส้นทาง ไทเป-กรุงเทพฯ 24 เที่ยวบิน ช่วงวันที่ 1 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2556
    • AAA Asia Atlantic Airlines เปิดเส้นทาง โอซากา-กรุงเทพฯ และ โตเกียว-กรุงเทพฯ 7 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มวันที่ 17 กรกฎาคม 2556
    • Cebu Pacific เปิดเส้นทาง มะนิลา-ภูเก็ต 3 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มวันที่ 16 สิงหาคม 2556
    • การบินไทย เปิดเส้นทาง มัลดีฟส์-กรุงเทพฯ เริ่มช่วงเดือนตุลาคม 2556
    • ไทยแอร์เอเชีย เปิดเส้นทาง เนปิดอว์-กรุงเทพฯ 2 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มช่วงเดือนตุลาคม 2556
    • นกแอร์ เปิดเส้นทาง ย่างกุ้ง-แม่สอด 7 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2556

    ยุโรป

    • การบินไทย มีแผนจะเปิดเส้นทาง มอสโก-ภูเก็ต 3 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มช่วงเดือนกรกฎาคม 2556
    • การบินไทย เพิ่มเที่ยวบินเส้นทาง มิลาน-กรุงเทพฯ 4 เที่ยว/สัปดาห์ (จากเดิม 3 เที่ยว) เส้นทาง โรม-กรุงเทพฯ 5 เที่ยว/สัปดาห์ (จากเดิม 4 เที่ยว) เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2556
    • การบินไทย เพิ่มเที่ยวบินเส้นทาง โคเปนเฮเกน-กรุงเทพฯ 9 เที่ยว/สัปดาห์ (จากเดิม 7 เที่ยว/สัปดาห์) เริ่มช่วงวันที่ 5 กรกฎาคม-วันที่ 18 สิงหาคม 2556
    • บริษัท Tui Thomson จะเปิดบินเส้นทาง ลอนดอน-แกดวิก-กรุงเทพฯ 1 เที่ยว/สัปดาห์ เริ่มวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556
  • โอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากความขัดแย้งระหว่างประเทศในเอเชียที่เกิดขึ้น เช่น ความขัดแย้งทางการเมืองของ จีน-ญี่ปุ่น, ญี่ปุ่น-เกาหลี, เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้,  ฟิลิปปินส์-ไต้หวัน ฯลฯ อาจทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้หันไปเลือกท่องเที่ยวในประเทศอื่นแทน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม อาจทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของประเทศไทยคึกคักขึ้น

เรื่อง : งานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ