ลองสำรวจตัวเองสักนิดว่า ตอนนี้ ในตัวของเรานั้นมีอุปกรณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสาร ทั้งรับรู้และส่งข้อมูลข่าวสารกันกี่ชิ้น เพราะเมื่อแก็ดเจ็ตต่างๆ เข้ามาเป็นปัจจัยที่ห้า ในชีวิต เบียด ยานพาหนะตกไปอยู่อันดับถัดไป คงไม่มีใครปฏิเสธว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป เพราะถ้าคิดแบบนั้นอยู่ แปลว่า คุณตกกระแส และพลาดอะไรบางอย่างไปแล้ว  !!!!

 

โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนชอบเที่ยว และวางแผนให้กับทริปอันแสนสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อที่จะใช้ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนให้คุ้มค่า การหาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางตอนนี้ทำได้ง่ายๆเพียงกด และคลิกเท่านั้น อยู่ที่ไหน เวลาใด คนชอบเที่ยว ก็ค้นหาข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พัก และอื่นๆ  ได้ทุกที่  เพราะระบบการทำงานแบบบูรณาการ ยุคใหม่ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พัฒนาขึ้นนั้นสอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ที่นิยมบริโภคข้อมูลข่าวสารกันทางระบบ Online แบบ 24 ชั่วโมง ของทุกวันโดยไม่มีวันหยุดกันเลยทีเดียว อีกทั้งได้ขยายความร่วมมือไปยังองค์กรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในระดับนานาชาติ เพื่อความเป็นสากลอีกด้วย

     คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เล่าถึงความพร้อมและการเตรียมปรับตัวในการทำงานด้านบริการข้อมูลข่าวสารให้กับนักท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ให้มีความสมบูรณ์ที่สุดสรุปได้ว่า

     การปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับการค้นหาข้อมูลข่าวสารของนักท่องเที่ยว ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศมีรูปแบบเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ผู้บริโภคมีเป้าหมายของความต้องการเดินทางที่ชัดเจนขึ้น นอกจากแบ่งรสนิยมตามแต่ละประเทศแล้ว เรายังแบ่งกลุ่มนักเดินทางได้อีกหลากหลาย segmentation เช่น บางกลุ่มชอบการเดินทางแบบผจญภัย บางกลุ่มเดินทางเพื่อศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรม ที่มาเพื่อการพักผ่อนจริงๆ ก็ยังคงมีอยู่  ในขณะที่มาเพื่อรักษาพยาบาลก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

     นอกจากนั้นแล้วยังมีในเรื่องของวัย งบประมาณในการใช้จ่าย ซึ่งความหลากหลายของข้อมูลตรงนี้ทางฝ่ายเก็บข้อมูลจากผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนในระบบออนไลน์ และ นำมาเป็นโจทย์สำคัญ ที่จะพัฒนาระบบในการส่งกลับให้ข้อมูลเชิงลึก ให้ถึงมือกลุ่มนักเดินทางในแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะได้อย่างไร  ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนของ การทำสื่อสิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ยังคงมีการดำเนินการต่ออย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วนของประเทศ และในทุกๆ แห่งของโลกที่มีสำนักงานของ ททท. เปิดให้บริการอยู่ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มในส่วนของเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นมา เป็นการปรับตัวกันทุกภาคส่วนในองค์กรที่ทำงานร่วมกัน เพราะปัจจุบัน นักเดินทางนิยมค้นหาข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง และนิยมฟังความคิดเห็นที่มีหลากหลายประกอบการตัดสินใจ เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาตอบโจทย์มากขึ้น เข้ามาเป็นสื่อกลาง ให้กับทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ นักเดินทาง ทำให้การติดต่อสื่อสารสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ในหลายครั้งที่ ททท. พบว่า หน้าเพจของ twitter หรือเว็บไซต์หลักของเรา www.tourismthailand.org ได้กลายมาเป็นสื่อกลางในการประสานงานรับเรื่องให้กับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทย นอกเหนือไปจากการเข้ามาสอบถามเรื่องการท่องเที่ยว ททท. จึงได้ให้ความสำคัญและพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อรองรับการใช้งานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

     เทคโนโลยีสารสนเทศ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง แค่ Social Media เท่านั้น แต่หมายรวมถึงองค์กรเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก มี Platform ที่คนทั่วโลกให้ความนิยมใช้งาน เป็นผู้ผลิต Content ที่น่าเชื่อถือและสาธารณชนให้การยอมรับ ททท. ติดต่อขอเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ขอใช้ช่องทางที่มีอยู่ในการให้ข้อมูลข่าวสารทางด้านการท่องเที่ยวที่เป็นจริงและมีประโยชน์แก่นักเดินทาง เช่นตอนนี้ ทางททท. ได้รับความร่วมมือจาก Google ในการจัดทำ Google Street View ของสถานที่ท่องเที่ยวหลักในประเทศไทย  5 จังหวัด เพื่อเพิ่มความสะดวกในการค้นหาข้อมูลของ สถานประกอบการที่พัก ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น

     ในขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการเว็บไซต์รายใหญ่ของโลกที่ให้ข้อมูลข่าวสารในการท่องเที่ยวที่มีอิทธิพลสูงในโลกออนไลน์ อย่าง TripAdvisor ก็ได้จับมือร่วมกับ ททท. เข้ามาแชร์ข้อมูลข่าวสาร จาก www.tourismthailand.org แก่นักท่องเที่ยว ส่งผลให้นักเดินทางที่ต้องการค้นหาข้อมูลจากการ review ก็จะสามารถอ่านข้อมูลที่เป็นจริงได้

     อย่างไรก็ตาม ทาง Trip Advisor เองได้วางระบบป้องกันการให้ข้อมูลในเชิงการค้า ป้องกันเจ้าของสถานประกอบการเข้าไปทำการโปรโมตตนเอง แต่ขณะเดียวกัน ในกรณีที่มีการกล่าวพาดพิงถึงสถานประกอบการ หรือ การที่ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สามารถเข้าไปชี้แจงได้ ซึ่งความสำเร็จในการร่วมมือกันในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีทั้งของนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว  เพราะนักท่องเที่ยวจะได้คำแนะนำที่เป็นจริง ในขณะเดียวกัน เจ้าของธุรกิจสถานประกอบการในประเทศไทย สามารถเข้าไปชี้แจง หรือแนะนำตนเองได้ในส่วนที่ เว็บไซต์ ได้จัดทำไว้

     ในส่วนของ Social Media ททท. ทำงานอย่างบูรณาการในรูปแบบเครือข่ายใยแมงมุม ทุกระบบของ Social Media ที่ออนไลน์ และเป็นที่นิยมของคนทั่วโลก  ททท. ได้เชื่อมโยงข่าวสารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  และ link กลับมายังเว็บไซต์หลัก (www.tourismthailand.org) ซึ่งถ้าเทียบกับเว็บไซต์ที่เป็นองค์กรด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลด้วยกันทั่วโลกแล้ว เว็บไซต์ของเราจัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของเว็บไซต์ที่ดีที่สุด แต่ถ้าในระดับภูมิภาคอาเซียน เราจัดเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งการจัดรูปแบบหน้าเพจที่สะดวกในการหาข้อมูล ความสวยงาม และการนำเสนอข้อมูลในเชิงลึกที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม มีการจัดหมวดหมู่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มในแต่ละชาติที่หลากหลาย เช่น มี application สำหรับนักท่องเที่ยวเกาหลีที่เดินทางมาเพื่อ ฮันนีมูน หรือ ตีกอล์ฟ เราจะให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และทุกอย่างที่เกี่ยวข้องในภาษาเกาหลี เป็นต้น

     ที่ผ่านมา ททท. ได้จัดทำมาสคอต “น้องสุขใจ” เพื่อเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในการเผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยว และในปัจจุบัน “น้องสุขใจ” ได้ทำหน้าที่ทูตประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ที่มีความหลากหลาย มากขึ้น เช่น ทางสื่อสังคมออนไลน์ “น้องสุขใจ” ได้มาเป็นโลโก้ของหน้าแฟนเพจ Amazing Thailand ทั้งใน Facebook Twitter และ Google plus เป็นต้น ในส่วนของเกมส์ออนไลน์ (Gamification) มีการจัดทำเกมส์ออนไลน์ในชื่อ “Smile Land” ที่ผู้เล่นจะต้องทำการ log-in ผ่านทาง facebook โดยเกมส์ถูกออกแบบให้สอดคล้องกับสถานที่ท่องเที่ยวและเทศกาลงานประเพณีที่เกิดขึ้นจริง ณ ช่วงเวลานั้น เช่น ในเดือนตุลาคม จะมีงานประเพณี ถือศีลกินเจ เกมส์ที่เกิดขึ้นเพื่อใช้เก็บแต้มสะสมคะแนน ก็จะเป็นเรื่องของ งานเทศกาลกินเจ “Smile Land” เป็นเกมส์ที่สร้างขึ้นเพื่อ update สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งนี้ ข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ก็จะถูกนำไปโพสต์ใน twitter เช่นกัน และในขณะนี้หน้าแฟนเพจ Amazing Thailand ของ ททท. ใน Facebook มีจำนวนผู้ชื่นชอบประมาน 318,355 ราย (ข้อมูลวันที่ 3 กันยายน 2555) เป็นอันดับ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับ fanpage ของหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับชาติ (NTO) ด้วยกัน

     ส่วนสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยม ททท. เองก็ได้ให้ความสำคัญโดยการเข้าไปมีตัวตนในสื่อประเภทต่างๆ เช่น การทำโครงการ Miracle Thailand ร่วมกับ Instagram การสร้าง account ใน Pinterest และ Foodspotting 
ด้าน Application ‘LINE’ ที่กำลังมาแรง ททท. ได้จัดทำ Stickers ‘น้องสุขใจ’ ในอิริยาบถต่างๆ ในช่วงเทศกาลนั้นๆ ให้ได้รับรู้อารมณ์ ความรู้สึกมากกว่าแค่ตัวอักษร เช่นในช่วงนี้ตรงกับเทศกาลลอยกระทง Stickers ก็จะเกี่ยวกับลอยกระทง เป็นต้น ซึ่งเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา Official Line ของ Amazing Thailand มียอดผู้เข้ามา add เป็นเพื่อนแล้วถึงกว่า 220,000 ราย (ข้อมูลวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555) โดย first message จะมีการปล่อยครั้งแรกในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนซึ่งตรงกับเทศกาลลอยกระทง เหล่านักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่เล่น LINE จะได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ จาก ททท. พร้อมได้ดาวน์โหลด Stickers น้องสุขใจ ทั้งนี้ สาเหตุที่เลือกเจาะตลาดกลุ่มผู้เล่น LINE ก็เพราะสะดวกและรวดเร็วต่อการเข้าถึง และมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยยอดของผู้เล่น LINE ในเอเชียมีกว่า 70 ล้านคนแล้ว

     ททท. มองว่า กลยุทธ์ในการ feed ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว ผ่านทาง “น้องสุขใจ” จะได้รับความสนใจจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย ความน่ารักของ “น้องสุขใจ” จะทำให้ “น้องสุขใจ” ได้รับความนิยมและยอมรับให้เป็น Personal Guide ให้กับกลุ่มนักเดินทาง ซึ่งในขณะนี้ ททท. ได้นำตุ๊กตามาสคอต “น้องสุขใจ” เดินทางแนะนำตัวเองในงานเทศกาลท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นตัวแทนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และตรงความต้องการของนักท่องเที่ยว

     ในส่วนของภาพเคลื่อนไหวนั้น แน่นอนว่า พันธมิตรหลักที่ ทาง ททท. ได้รับความร่วมมือด้วยดีมาตลอดนั้น คือ youTube ซึ่งนอกจากจะเผยแพร่ในส่วนของภาพยนตร์โฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศแล้ว ในส่วนของคลิปวีดีโอ ที่กลุ่มสารสนเทศการตลาดจัดทำขึ้น ก็เป็นการให้ข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น  เน้นการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริง ณ ช่วงเวลานั้น กลุ่มนักแสดงหลักคือนักท่องเที่ยวจริงๆ  สถานที่จริง ภาพจริง ภาพที่ได้ออกมาอาจจะไม่สวยงามเท่าภาพยนตร์เพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ แต่สิ่งที่ได้คือ อารมณ์ร่วม เสียงหัวเราะ ความสดใส และการสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน คลิปวีดีโอนี้ ใช้เป็นสื่อกลางในการส่งข่าวประชาสัมพันธ์ได้ดีในช่วงที่เกิดวิกฤติการณ์ต่างๆ ในบ้านเรา อาทิ การเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ปลายปี 2011 ที่สำนักข่าวในต่างประเทศ ต่างพากันนำเสนอภาพเหตุการณ์น้ำท่วมโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศและส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางประเทศญี่ปุ่น แม้เวลาจะผ่านไปและน้ำลดลงแล้วก็ตาม แต่การนำเสนอภาพข่าวซ้ำๆ ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความไม่เชื่อมั่นในการเดินทาง กลุ่มสารสนเทศการตลาด จึงได้จัดทำวีดีโอโดยถ่ายทำจากสถานที่จริงและให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่เดินชมโบราณสถานอยู่ เป็นผู้บอกเล่า ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก มีการบอกต่อ และแชร์ข้อมูลกันอย่างรวดเร็ว สร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาร่วมถ่ายทำวีดีโอ
สารคดีสั้น ชุด “wish you were here” ก็สามารถชมภาพตนเองได้ ที่ www.youtube.com/Thailand

     ด้าน Mobile ซึ่งเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ขาดไม่ได้ในชีวิตปัจจุบัน ใช้ในการสื่อสารและค้นหาข้อมูล ททท.ได้จัดทำ application ที่ใช้งานได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ android  iOS และ BlackBerry ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ทั้งเรื่อง QR Code, Augmented Reality, Location-based และ Check-in โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปดาว์นโหลด application ต่างๆได้ที่ http://mobile.tourismthailand.org  และในส่วนของ Instant message ที่กำลังได้รับความนิยม นั้น ททท.ก็กำลังพัฒนาช่องทางให้ผู้ใช้ทั้ง whatsapp, LINE, WeChat ในประเทศจีน Nimbuzz ในประเทศอินเดีย ได้เข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวได้เช่นกัน ซึ่งสำนักงาน ททท. ในแต่ละประเทศ กำลังรวบรวมข้อมูล และวางแผนการใช้เทคโนโลยีในส่วนนี้ขยายช่องทางการตลาด เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่อไป

     การดำเนินงานในปัจจุบันนี้ถือได้ว่า ททท. สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวออนไลน์ได้ดี โดยจะเห็นได้จากยอดของ Impression ที่มีต่อสื่อออนไลน์ทุกประเภท แต่อย่างไรก็ตาม ในการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวบางประเทศ ยังคงมีปัญหาในเรื่องการสื่อสาร โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีภาษาประจำชาติที่แข็งแรง อย่าง จีน อินเดีย เกาหลี และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งจะมีพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์และสังคมสื่อออนไลน์ในแบบเฉพาะ ดังได้กล่าวมาแล้วในข้างต้น แต่อย่างไรก็ตาม ททท. ก็กำลังพยายามศึกษาหาวิธีการที่จะนำข้อมูลข่าวสารต่างๆ ส่งให้กับกลุ่มนักเดินทางในกลุ่มประเทศดังกล่าว โดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งมีประชากรจำนวนมาก ททท. ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้ถึงกลุ่มนักเดินทางที่เป็นเป้าหมายให้เร็วที่สุดและมากที่สุด เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังในการซื้อสูง ซึ่งหลายประเทศเองก็ให้ความสำคัญเช่นกัน นอกจากนี้ ททท. เองก็ค่อนข้างระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และใส่ใจในตลาดนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องสร้าง first impression ที่ดี ให้เป็นที่ประทับใจ และเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทย

     ผลจากการทำงานแบบบูรณาการอย่างเป็นระบบที่ผ่านมา ทำให้ ททท. ได้รับรางวัลจาก PATA Gold Award Winner 2011 ในส่วนของ Marketing-Primary Government Destination ในแคมเปญ “Amazing Thailand Social Networking” ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ ททท. เร่งพัฒนาการทำงานนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อขยายช่องทางการตลาดในธุรกิจการท่องเที่ยว ออกไปให้ครอบคลุมในทุกสื่อออนไลน์

     และในตลอด ปี 2013 นี้ ททท. จะเน้นการเข้าถึงชุมชนนักท่องเที่ยวออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยนอกจากจะเน้นการเพิ่มเติมเนื้อหาในสื่อออนไลน์ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยเน้นเนื้อหาที่จะสื่อถึงเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยและวิถีชีวิตแบบไทยแล้ว ททท. ยังให้ความสำคัญกับการจัดทำฐานข้อมูลนักท่องเที่ยวอย่างละเอียดเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการต่อยอดเพื่อเพิ่มจำนวน และการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด ในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และเกิดพฤติกรรมในการบอกต่อและกลับมาอีกครั้ง

     ในปี 2013 นี้ นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาเที่ยวเพื่อการพักผ่อน และเยี่ยมชมศิลปวัฒนธรรมซึ่งเป็นกลุ่มหลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยแล้ว ททท. มีแผนที่จะส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวในกลุ่ม Medical และ Wedding & Honeymoon เพิ่มมากขึ้น เพราะเรามีผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ให้บริการได้ดีไม่แพ้ที่ใดในโลก ซึ่ง ททท. จะได้เน้นการให้ข้อมูลข่าวสารผ่านสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีทั้งต่อผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตรงตามเป้าหมายความต้องการของกลุ่มนักเดินทางที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย 


เรื่อง : เพชรสุภา ทัศนพันธ์
ภาพ : ศรุต ฉวยฉาบ