‘เทคโนโลยีต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คนตามกาลเวลา ไม่ใช่ผู้คนปรับตัวเข้าหามัน’ Carlo Ratti สถาปนิกและวิศวกรผู้มีจินตนาการกว้างไกล  ชาวอิตาเลียน กล่าวไว้ในงานสัมมนา Creative Unfold: Design is Opportunities  เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)

     Carlo Ratti เป็นผู้บริหารของ MIT Senseable City Lab ที่เน้นการศึกษาสิ่งแวดล้อมของเมืองตั้งแต่ ผังเมือง ถนน ท่อน้ำประปา และระบบกำจัดขยะ โดยใช้เครื่องมือจับสัญญาณ(Sensor) และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่เพื่อทำความเข้าใจและอธิบายบริบทของความเป็นเมือง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติการศึกษา และทำความเข้าใจเมืองที่เน้นรูปแบบของการปฏิสัมพันธ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

 

     ผลงานที่สำคัญของ Carlo Ratti ได้แก่ “อาคารน้ำดิจิตอล” (Digital WaterPavilion) ในงาน World Expo 2008 ณ เมืองซาราโกซา ประเทศสเปน และได้รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแห่งปีของนิตยสาร Time ทั้งนี้ “อาคารน้ำดิจิตอล” เป็นอาคารที่ประกอบไปด้วยผนังที่เกิดจากน้ำที่ควบคุมด้วยวาล์วแม่เหล็กไฟฟ้าความดันสูงที่เชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะส่งผลให้ผนังน้ำดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่าง รูปแบบการนำเสนอเรื่องราว รวมทั้งเปลี่ยนเป็นรูปภาพและตัวอักษรได้ตามข้อมูลที่ได้รับจากเครื่องมือจับสัญญาณเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมงาน โดยอาคารดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณทางเข้างาน ประกอบไปด้วยบริเวณจัดแสดงนิทรรศการ ศูนย์ให้ข้อมูลผู้เข้าชมงาน และพื้นที่สาธารณะ

 

     นอกจากนี้ Carlo Ratti ยังเข้าไปมีส่วนในโครงการ ‘Copenhagen Wheel’ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนรูปแบบการใช้จักรยานในเมืองใหญ่ ส่งเสริมความเป็นเมืองแห่งความยั่งยืน (Urban Sustainability) และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเมืองและ
ผู้ใช้จักรยาน โดยโครงการดังกล่าวเปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 ในโอกาสที่เมือง Copenhagen เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม UN Climate Change Conference

     ความท้าทายสำคัญของโครงการ ได้แก่ การสนับสนุนให้กระแส “ความยั่งยืน”ดำเนินต่อไปเนื่องจาก Copenhagen เป็นเมืองที่ให้ความสำคัญแก่ “ความยั่งยืน” เป็นอย่างมากอยู่แล้ว และการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้การขี่จักรยานเป็นกระแสในหมู่ชาวเมือง โดยจากการศึกษาวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการลดปัญหาโลกร้อนและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

     Copenhagen Wheel คือ การใช้นวัตกรรมใหม่ควบคู่ไปกับระบบติดตามอัจฉริยะเพื่อให้ผู้ใช้จักรยานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐาน รวมทั้งแบ่งปัน (Share) ตำแหน่งปัจจุบันในการขี่จักรยานของตนเอง โครงการดังกล่าวเริ่มต้นจากการพัฒนาแอพพลิเคชันทาง Facebook ในชื่อ “I crossed your path” ซึ่งจะเป็นการสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ระหว่างผู้ใช้จักรยานด้วยกัน โดยให้ผู้ใช้จักรยานสามารถสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อกับผู้ใช้ที่ขี่จักรยานสวนทางกันในระหว่างวัน ซึ่งอาจรวมไปถึงผู้ใช้จักรยานหน้าใหม่รายอื่นๆ ในเมืองอีกด้วย นอกจากนี้ เครื่องตรวจจับสัญญาณที่ติดตั้งที่ล้อจักรยานจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลการใช้จักรยานของตนเอง ตั้งแต่ระยะทางซึ่งจะถูกนำมารวมใน Green Mileage เพื่อความตระหนักในการมีส่วนร่วมของการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เส้นทางการใช้จักรยานภายในเมือง โดยข้อมูลข้างต้นทั้งหมดจะถูกนำมาเชื่อมต่อกันเพื่อดูความเคลื่อนไหวของชุมชนจักรยานภายในเมืองได้อีกด้วย

 

     ผลงานล่าสุดของ Carlo Ratti ได้แก่ The Cloud หรือสิ่งก่อสร้างเชิงศิลปะที่มีการปฏิสัมพันธ์และเคลื่อนไหวที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของลอนดอน โดย The Cloud เป็นกลุ่มเมฆจำลองขนาดใหญ่ที่สร้างจากวัสดุโปร่งแสง
จำนวนมากเชื่อมต่อกันบนหอสูง สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอสังเกตการณ์ทั้งภาพกรุงลอนดอนจากมุมสูง ความเคลื่อนไหวต่างๆ ภายในเมือง และทั่วทุกมุมโลกผ่านจอภาพขนาดใหญ่นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชม The Cloud ได้ทั้งการเดิน และขี่จักรยาน โดยพลังงานที่เกิดจากผู้เข้าชมจะเป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในตัวอาคาร

 

     The Hotpoint Innovation Area ครัวต้นแบบสุดล้ำในโครงการ The Kitchen of Tomorrow ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันกับแบรนด์เครื่องครัวระดับโลกอย่าง Cucina ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในงาน Milan Design Week ในปีนี้ โดยแนวคิดสำคัญของ Hotpoint คือการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ให้มากขึ้น พร้อมกับสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และแตกต่างไปในคราวเดียวกัน เช่น จากเดิมที่ผู้ใช้จะต้องคอยหมั่นปรับอุณหภูมิความร้อนของเตาระหว่างการปรุงอาหาร หาก Hotpoint จะเปลี่ยนรูปแบบการทำครัวให้ผู้ใช้สามารถกำหนดเวลาตั้งอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้นและลดลงได้ภายในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ตั้งแต่ต้นจนจบขั้นตอนการประกอบอาหารตลอดจนการใช้เทคโนโลยีกล้องที่ช่วยให้ผู้ใช้เห็นหน้าตาของอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ต้องเปิดเตาเพื่อเช็คดูบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ระบบผิวสัมผัส (Interface) ก็จะถูกนำเข้ามาใช้เพื่อให้การชั่ง ตวง และวัดเครื่องปรุงเป็นไปด้วยความแม่นยำ ส่วนแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับชุดครัวก็จะทำให้การเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์มีความสะดวกสบายมากขึ้น ตั้งแต่การค้นหาสูตรอาหาร ไปจนถึงการแบ่งปันข้อมูล (share) การทำอาหารชนิดนั้นๆไปยังสื่อสังคมออนไลน์ได้ในทันที

 

     ทั้งนี้ Carlo Ratti ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคตจะต้องง่ายขึ้น โดยการใช้งานจะสะดวกและง่ายดายจนแทบไม่ต้องเปิดอ่านคู่มือ และหลังจากที่ซื้อมาแล้วจะสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีเหมือนกับเป็นการใช้โดยสัญชาตญาณ


ที่มา: www.wikipedia.org, www.sciencedaily.com, www.carloratti.com, www.raisethecloud.org
นิตยสารคิด ฉบับที่ 1 ตุลาคม 2555
เอกสารประกอบการประชุม International Symposium, Creative Unfold: Design is Opportunities

เรียบเรียง : ณัฏฐิรา อำพลพรรณ