การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานแถลงผลการสำรวจทัศนะของผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวไทยในปี 2556 ซึ่งนับว่าเป็นการแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 8 มกราคม 2556 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 10อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยสำรวจจากผู้ประกอบการจำนวน 600 ตัวอย่าง ทั่วประเทศ

 

     การสำรวจพบว่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2555 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวส่วนใหญ่ร้อยละ 48.7 เห็นว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ในขณะที่ร้อยละ 32.8 เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวมาก ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 84.2 ได้รับนักท่องเที่ยวตรงตามเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้ และอีกร้อยละ 2.5 ได้รับนักท่องเที่ยวเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้

     ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มากกว่าร้อยละ 50 คาดว่าภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย จะเหมือนเดิม ในขณะเดียวกันมีผู้ประกอบการถึงร้อยละ 36 ที่มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะดีขึ้น และร้อยละ 32.7 มองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น

     สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทย มีผู้ประกอบการถึงร้อยละ 46.8 มองเห็นโอกาสและมองว่าสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยในปี 2556 จะมีทิศทางการเติบโตดีขึ้น โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสการขยายตัวสูง คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกและกลุ่มอาเซียน รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็มีโอกาสขยายตัวและน่าจับตามองเช่นเดียวกัน ในขณะที่ผู้ประกอบการยังคงกังวลต่อกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปและอเมริกา

     นอกจากนี้ ตามทัศนะของผู้ประกอบการ มองว่ากลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และควรได้รับการผลักดันมากที่สุด คือ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (ร้อยละ 32.7) รองลงมา คือ กลุ่มฮันนีมูน/แต่งงาน (ร้อยละ 21.3)

     ปัจจัยที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อธุรกิจมากที่สุด คือ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นโยบายการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้าน IT และการเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อธุรกิจมากที่สุด คือ ความขัดแย้งทางการเมืองไทย การปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ทั่วประเทศ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท และปัญหาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

     จากภาวะเศรษฐกิจโลก ผู้ประกอบการมองว่า การเติบโตของ AEC เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อธุรกิจท่องเที่ยวมากที่สุด ในขณะที่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบด้านลบมากที่สุด คือ ภาวะหนี้ยุโรป รองมาคือ ภาวะหน้าผาทางการเงิน (Fiscal Cliff) ในสหรัฐอเมริกา

     จากปัจจัยความเสี่ยงต่อธุรกิจในเรื่องภัยธรรมชาติ สถานการณ์ทางด้านการเมือง ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว ค่าเงินบาทที่ผันผวนและแข็งขึ้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระดับปานกลาง สำหรับสถานการณ์ในปี 2556 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกเท่า ๆ กัน

     สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการมากที่สุดในปัจจุบัน คือ ส่งเสริมการท่องเที่ยว แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาการเมือง ดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

     ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการในการพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคต ได้แก่ การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในทุกสถานที่ของประเทศไทย การรักษาบรรยากาศทางการเมืองให้สงบ การรักษาความเป็นไทย วิถีไทยที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และการดูแลรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม


เรื่องและภาพ : กองวิจัยการตลาด