ในชั้นเรียนวิชาการเขียนสารคดีท่องเที่ยว ผมในฐานะวิทยากรและน้องนักศึกษา ช่วยกันยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ของประเทศไทยที่น่าสนใจ เพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษาในการหาประเด็น และเรียบเรียงข้อมูลเพื่อเขียนเป็นเรื่องราว


     นักศึกษาคนหนึ่งยกตัวอย่างจังหวัดราชบุรีขึ้นมา โดยกล่าวถึงโครงการ Art Normal งานศิลปะภายในเมือง ที่จัดโดยคุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ แห่งเถ้าฮงไถ่ นอกเหนือจากการอภิปรายข้อมูลเบื้องต้น

 

เกี่ยวกับรายละเอียดของกิจกรรม จุดชมงานศิลปะภายในเมืองราชบุรี ที่เต็มไปด้วยร้านรวง และสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยศิลปะในชีวิตประจำวัน พวกเราก็ยังช่วยกันอภิปรายถึงประเด็นทางสังคมด้านอื่น ๆ อีกหลากหลาย

     ยกตัวอย่างเช่น บางคนแสดงความคิดเห็นในประเด็นเรื่องพลังของภาคประชาชน การจัดงานกิจกรรมทางศิลปะขนาดใหญ่เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นความเข้มแข็งของภาคประชาชน ความตื่นตัวในเรื่องสิทธิเสรีภาพ มีความพยายามจัดการเมือง ส่งเสริมการศึกษา ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

     ในขณะที่บางคน แสดงความคิดเห็นแย้งไปอีกทาง ว่าการจัดกิจกรรมทางศิลปะกลางเมืองเช่นนี้ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวมากกว่าหรือเปล่า? เราจะรู้ได้อย่างไร? ว่างานนี้สะท้อนความเป็นจังหวัดราชบุรีได้จริง และชาวเมืองราชบุรีทั่วไปเห็นด้วยกับการจัดงานโครงการงานศิลปะนี้เพียงไร?

ความเห็นแย้งเช่นนี้ มักจะมีให้เห็นเป็นปกติธรรมดา ในยุคสมัยที่ :
     - รูปแบบการสื่อสาร ที่มีความจำเป็นจะต้องสื่อสารกันผ่านสื่อกลาง ด้วยการใช้ภาพตัวแทน และ
     - ระบบเศรษฐกิจของเรา แปลงทุกสิ่งทุกอย่างให้กลายเป็นสินค้าหมุนเวียนซื้อขายกันได้เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน ผมจำได้ว่ากระทรวงพาณิชย์ของไทย พยายามรณรงค์ขาย “ความเป็นไทย” ของสินค้าไทย ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยจัดทำโฆษณาเผยแพร่ทางโทรทัศน์ชิ้นหนึ่ง
     ส่งเสริมเน้นไปที่ผลไม้ไทย เป็นภาพชายชาวต่างชาติสูงอายุกำลังเดินตลาด และแวะเลือกซื้อผลไม้ไทยจากแม่ค้าสาวสวยชาวไทย
     ผลไม้และแม่ค้าสาวสวย ถูกนำมาใช้เป็นภาพตัวแทนของความเป็นไทย ที่ถูกทำให้กลายเป็นสินค้าเพื่อขาย ในขณะที่ลูกค้าชาวต่างชาติ มีภาพตัวแทนเป็นชายสูงอายุ ที่มายืนเลือกซื้อหาสินค้านี้ได้ตามใจชอบ มีการใช้มุมกล้องแทนสายตาของลูกค้า โลมไล้ไปบนผลไม้ชนิดต่าง ๆ กำลังสุกปลั่งน่ารับประทาน ตัดสลับกับภาพแม่ค้าสาวสวย กำลังยิ้มแย้มอย่างเชิญชวน ราวกับว่าวัตถุสองสิ่งนี้เทียบเคียงกันอยู่

     ประเด็นคำถามเดิมก็วนกลับมาอีกครั้ง ว่าผลไม้ไทยและผู้หญิงไทยเป็นภาพตัวแทนของความเป็นไทยหรือเปล่า และความเป็นไทยถูกทำให้กลายเป็นสินค้าด้วยวิธีเล่าเรื่องแบบนี้ มีความเหมาะสมเพียงไร

ภาพตัวแทนเกิดขึ้นด้วยวิธีการ
     - เลือกหยิบบางมุมมอง หรือบางองค์ประกอบของสิ่งนั้นออกมา
     - แล้วนำมาขยาย ให้ความสำคัญ จนดูโดดเด่นขึ้นมา
     นอกจากสินค้าที่เป็นวัตถุจับต้องได้อย่างผลไม้แล้ว ธุรกิจบริการอย่างการท่องเที่ยว ก็ใช้วิธีการสร้างภาพตัวแทนเช่นนี้ ในการรณรงค์ส่งเสริมเช่นกัน

     นักศึกษาในชั้นเรียนได้ยกอีกหลายกรณีตัวอย่าง เช่น ป้ายหลักกิโลเมตรยักษ์ ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นจุดถ่ายภาพ อย่างเช่นที่หน้าโรงพยาบาลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี หรือที่ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เชียงคาน จังหวัดเลย

     นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาอย่างจงใจ อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์มังกร จังหวัดสุพรรณบุรี ทัวร์คาวบอย ของฟาร์มโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา
     รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยว ที่อ้างอิงอยู่กับความเป็นท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างเช่น ทัวร์หมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลาดนํ้าอัมพวา สมุทรสงคราม
     สถานที่และกิจกรรมท่องเที่ยวเหล่านี้ สร้างขึ้นมาจากการใช้ภาพตัวแทน โดยเลือกหยิบบางมุมหรือบางองค์ประกอบของท้องถิ่น ที่มีพื้นฐานมาจากข้อเท็จจริงบางประการ เช่น พิกัดสถานที่บนแผนที่ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ วิถีชีวิต สินค้า อาชีพ ฯลฯ เรื่อยไปถึงตำนานโบราณ หรือตำนานร่วมสมัยของท้องถิ่น
     แล้วนำขึ้นมาขยายว่าคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของท้องถิ่นนั้น ๆ ใส่รายละเอียด เรื่องราว กำหนดออกมาเป็นเส้นทางและพิธีกรรมที่ต้องทำตาม ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาซื้อบริการท่องเที่ยว ได้เกิดประสบการณ์ตามไปเรื่อย ๆ
     เช่น การไปถ่ายภาพหมู่ ณ จุดหลักกิโลเมตรตามที่กำหนดไว้ การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในห้องปรับอากาศที่เต็มไปด้วยการแสดงแสง สี เสียง มัลติมีเดีย หรือเข้าร่วมทัวร์แบบกลางแจ้ง เพื่อดูสถานที่การทำงานจริง วิถีชีวิตจริง รับฟังตำนานเรื่องเล่าของแต่ละท้องถิ่น
     เมื่อมาถึงสุดเส้นทางและเสร็จสิ้นพิธีกรรมท่องเที่ยวตามกำหนด นักท่องเที่ยวก็จะซึมซับประสบการณ์เข้าไปอย่างเต็มเปี่ยม จนกระทั่งถึงจุดที่พึงพอใจ ยอมรับภาพตัวแทนเหล่านั้นอย่างสนิทใจ สิ้นสงสัย และซื้อของที่ระลึก ของฝาก ที่เป็นภาพตัวแทนของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นกลับบ้านไป
     ภาพตัวแทนของความเป็นไทย ไล่เรียงไปจนถึงความเป็นท้องถิ่นของแต่ละแห่ง ถูกทำให้กลายเป็นสินค้าเพื่อการท่องเที่ยว ด้วยวิธีการแบบนี้
     ในกรณีของกิจกรรม Art Normal จังหวัดราชบุรี คุณวศินบุรียืนยัน ว่าเขาไม่ได้คาดหวังผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่มีจุดประสงค์เพื่อนำศิลปะกลับคืนสู่ผู้คนในท้องถิ่นเป็นสำคัญ
     การจัดงานโดยมีภาคประชาชนหลายฝ่ายเข้ามาร่วมมือกัน จะทำให้ทุกคนมีความตื่นตัว ไม่รอคอยการจัดการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งการเข้าถึงศิลปะ จะทำให้เมืองราชบุรีมีเสน่ห์ ชาวบ้านมีความสุข ทุกคนตระหนักรู้ถึงคุณค่า ความงามต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
     ถึงแม้ว่ากิจกรรมนี้จะมีความน่าสนใจ จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมงานได้มาก แต่คุณวศินบุรีกล่าวว่าเขารู้ดีว่าการท่องเที่ยวที่มีการจัดการอย่างไม่เหมาะสม จะทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านในท้องถิ่นได้รับผลกระทบ เหมือนกับกรณีของสถานที่ท่องเที่ยวหลาย ๆ แห่ง ที่เสื่อมโทรมและทำลายวิถีชีวิตชาวบ้าน
     ดังนั้น การจัดงาน Art Normal จึงระมัดระวังผลกระทบนี้ และเอาใจใส่ชาวบ้านในท้องถิ่นเป็นหลัก
     กลับมาในห้องเรียน นักศึกษามีคำถามที่ต้องร่วมกันอภิปรายต่อไป ว่ามีความเป็นไปได้หรือเปล่า ที่เราจะสร้างการท่องเที่ยวที่ไม่ได้มีพื้นฐานตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงใด ๆ ของสังคม ประเทศ หรือของท้องถิ่นนั้น ๆ เลย
     มันจะมีรูปแบบอย่างไร และมันจะสร้างปัญหาอะไรหรือเปล่า
     คำตอบคือเป็นไปได้แน่นอน มันคือสิ่งที่เราเห็นกันอยู่อย่างชินตาในปัจจุบัน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโปรดของเราด้วยซํ้า โดยเราไม่ทันฉุกคิด ยกตัวอย่าง เพลินวาน ที่หัวหิน ซานโตรินี ชะอำ กรีนเนอรี่
     เขาใหญ่ ตลาดนํ้าอโยธยา จังหวัดอยุธยา รีสอร์ทสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ ที่เต็มไปด้วยฝูงแกะสีขาวโพลน มีเปิดให้บริการกันทั่วอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
     ในต่างประเทศก็มีจัดการท่องเที่ยวแบบนี้มากมาย เช่น เซนโตซ่า ของสิงคโปร์ ที่สร้างเป็น Theme Park ขนาดใหญ่ บรรจุโรงแรมหรูหราเกินกว่าห้าดาว บ่อนคาสิโน สวนสนุก และกิจกรรมสันทนาการหลากหลายเอาไว้ บนเกาะที่ไม่ได้มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับรูปแบบการท่องเที่ยวเหล่านั้นเลย
     หรืออย่างในประเทศพัฒนาแล้ว ที่ประชาชนมีดัชนีความสุขมาก ๆ อย่างฟินแลนด์ ก็สร้างเกาะสวนสนุกขึ้นมาจากคาแรกเตอร์การ์ตูนมูมิน รวมไปถึงบ้านจริง ๆ ของซานตาคลอส ตัวจริง (ซึ่งไม่มีอยู่จริง)
     ประเด็นที่นักศึกษาสนใจอภิปรายกันในชั้นเรียน คือประเทศเหล่านี้มีความสูญเสียอะไรจากการจัดการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้หรือเปล่า การสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ได้สะท้อนความจริง ไม่ได้สะท้อนความเป็นประเทศนั้น ๆ หรือจังหวัดนั้น ๆ เป็นการทำลายหรือสร้างสรรค์มากกว่ากัน
     ผลกระทบจากการท่องเที่ยวนั้น นอกจากเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีผลกระทบทางสังคมให้คำนึงถึงอีกหลากหลายด้าน
     เพราะความขาดแคลนทางเศรษฐกิจ ทำให้เรามีความจำเป็นที่จะต้องหาสินค้าหรือบริการมา เพื่อขายออกไป แล้วนำรายได้เข้ามาสู่ท้องถิ่นจังหวัด หรือระดับประเทศ

     ถ้าหาสินค้าหรือบริการที่เป็นรูปธรรมไม่ได้ ก็ต้องนำเรื่องราวนามธรรม อย่างเช่นความเป็นไทย ความเป็นท้องถิ่น มาแปลงให้เป็นรูปธรรม เช่น หลักกิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยว ของที่ระลึก ฯลฯ แล้วก็ทำให้กลายเป็นสินค้าและบริการ เพื่อขายออกไป
ด้วยความสมัครใจหรือความจำยอมก็ตาม ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ “ถูกเที่ยว” โดยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพื่อนำรายได้เข้าประเทศของเรา เราจึงมีผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวมากมายหลายหลาก ทั้งที่มีและไม่มี พื้นฐานตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงของสังคม ท้องถิ่น และประเทศ

     เช่นเดียวกันกับโฆษณาส่งเสริมสินค้าไทย รณรงค์ขายผลไม้ไทย ของกระทรวงพาณิชย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็สร้างงานโฆษณามากมาย ผ่านสื่อต่าง ๆ หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นำความเป็นไทยในแง่มุมต่าง ๆ มาสร้างเป็นภาพตัวแทน แล้วนำออกไปขายทั่วโลก

     ความเป็นไทย ความเป็นท้องถิ่น ทั้งที่มีอยู่จริงและไม่มีอยู่จริง ถูกนำออกขายผ่านภาพตัวแทนมากมาย ในทุกวันนี้ สินค้าและบริการสำหรับการท่องเที่ยว ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในสถานที่ท่องเที่ยว แต่กลับกลายเป็นว่าทุกพื้นที่ ทุกปริมณฑล วิถีชีวิตประจำวันของเราที่มีความExotic ไม่แพ้ชายหาด ทะเล ภูเขา อุทยาน ฯลฯ ก็ถูกทำให้กลายเป็นสินค้าได้ทั้งหมด

     จากประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมได้ร่วมชมโครงการ Art Normal จังหวัดราชบุรี ผมและกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ขี่จักรยานและขับรถยนต์ส่วนตัวตามกันไปเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อแวะดูวิถีชีวิตของชาวเมืองราชบุรีตามจุดต่าง ๆ ทั่วเมือง
ชาวเมืองราชบุรีทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีเยี่ยม ยอมให้เราเยี่ยมชมวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วย “ความเป็นราชบุรี” ในแง่มุมต่าง ๆ เราเริ่มต้นแวะชมริมฝั่งแม่นํ้า ร้านอาหารเก่าแก่ ร้านตัดผมสไตล์โบราณ ซากตึกร้างที่มีวัยรุ่นไปวาดภาพกราฟฟิตี้ทิ้งไว้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย เรื่อยไปจนถึงร้านกาแฟนั่งชิลล์ ๆ และโรงงานเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียงโด่งดังประจำจังหวัด

     โดยส่วนตัว ผมไม่มั่นใจว่าชีวิตประจำวันของชาวราชบุรี จะถูกรบกวนมากหรือน้อยแค่ไหน เมื่อมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ไปยืนมุงที่หน้าบ้าน หรือหน้าร้านของพวกเขา โดยมีวิทยากรช่วยบรรยายให้ความรู้ตามจุดต่าง ๆ อย่างละเอียด แต่ก็แน่นอนว่า การจราจรในเมืองราชบุรีวันนั้นติดขัดและสับสน เพราะขบวนรถจักรยานและรถยนต์ของนักท่องเที่ยวอย่างพวกเรา ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ เพียงแค่เรามองดูสิ่งใด ก็เท่ากับเราได้เข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นแล้ว ผมเชื่อเช่นนี้
ในมุมของสิ่งที่ถูกมอง ชาวเมืองราชบุรีที่รู้สึกตัว ว่าตนเองกำลังถูกนักท่องเที่ยวมองดูแบบ The Tourist Gaze จะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร และก็ย้อนกลับมาที่คำถามเริ่มต้นของน้องนักศึกษาในชั้นเรียนการเขียนสารคดีท่องเที่ยวว่า ภาพตัวแทนของ “ความเป็นราชบุรี” ที่นักท่องเที่ยวอย่างพวกเราไปเยี่ยมชมนั้น สะท้อนความจริงของราชบุรีมากน้อยแค่ไหน

     คุณวศินบุรีแสดงความคิดเห็นว่า ถึงแม้ชาวบ้านในเมืองราชบุรีจะถูกรบกวนจากนักท่องเที่ยวบ้าง ในช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม แต่สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นกับชาวบ้าน คือความรู้สึกภาคภูมิใจ

     สายตาของนักท่องเที่ยว นักวิชาการ และศิลปินกลุ่มใหญ่ จะทำให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่าวิถีชีวิตประจำวันของตนเอง ไม่ใช่เรื่องโบราณ ครํ่าครึ หรือยากจน แต่มันกลับเต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม ความน่าสนใจ มีคุณค่าควรรักษาไว้

     ด้วยความตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรมอย่างเหมาะสม คุณวศินบุรีเชื่อว่างาน Art Normal จะเป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นมากกว่าผลเสีย

     อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะได้หรือเสีย จังหวัดราชบุรีเป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ของสิ่งที่เกิดกับประเทศไทยทั้งประเทศ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา และประเทศไทยก็เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ ของสิ่งที่เกิดกับธุรกิจ

     การท่องเที่ยวของทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ปาย เชียงคาน สุพรรณบุรี ราชบุรี ไปจนถึงสิงคโปร์และฟินแลนด์ เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจากทั่วโลก ต่างก็เดินทางไปเยี่ยมชมภาพตัวแทนของกันและกัน ความเป็นสิ่งโน้น ความเป็นสิ่งนี้ ... ทั้งมีจริง หรือไม่มีจริง ... ทั้งที่สะท้อนความจริงได้อย่างเที่ยงตรงหรือบิดเบือน

     ไม่เพียงแค่ราชบุรี ไม่เพียงแค่ประเทศไทย แต่เป็นโลกทั้งใบ ที่กำลังถูกเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการมองดูของสายตานักท่องเที่ยว นี่คือสิ่งที่เราทุกคนจะต้องซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน เพราะการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยว ผู้ถูกเที่ยวทุกคน ทุกเมือง ทุกประเทศ ต่างก็ต้องมีต้นทุนที่จะต้องจ่ายออกไป 


 

 เรื่อง : วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ