การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ให้ความสนใจในการขยายตลาดคุณภาพ ซึ่งได้แก่กลุ่มผู้มีรายได้สูง และกลุ่มตลาดเฉพาะ โดยการท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงานนับเป็นหนึ่งในตลาดนี้ ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของไทย และเห็นว่ามีแนวโน้มการเติบโตในอนาคต

แม้ว่าสถานการณ์ตลาดการท่องเที่ยวในปัจจุบันได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ แต่การท่องเที่ยวกลุ่ม ฮันนีมูนและแต่งงานยังได้รับความนิยม เนื่องจากการท่องเที่ยวในลักษณะนี้มีความสำคัญในการบันทึกความทรงจำของชีวิตคู่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้สูง ตลาดหลักในกลุ่มนี้คือ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และสแกนดิเนเวีย โดยประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่มีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมในตลาดนี้ คือ ฮาวาย แคริบเบียน เม็กซิโก  ศรีลังกา และมัลดีฟส์


     ประเทศไทยถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงานนี้ โดยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในกลุ่มฮันนีมูน ทั้งจากยุโรปและเอเชีย นอกจากนี้การเดินทางเข้ามาประกอบพิธีแต่งงานในประเทศไทยยังเป็นที่นิยมในตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงานชาวอินเดียอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากปัญหาด้านการเมืองที่ผ่านมารวมถึงยังขาดการส่งเสริมการตลาดแบบเฉพาะกลุ่มอย่างเต็มที่ทำให้ภาพรวมของการท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงานในประเทศไทยหดตัวลง

     ดังนั้นเพื่อให้สามารถดำเนินการทางการตลาดได้อย่างครบถ้วน ททท. จึงได้มอบหมายให้ บริษัท ซินโนเวต จำกัด ดำเนินโครงการศึกษาสถานการณ์และแนวโน้มด้านการตลาดสำหรับการท่องเที่ยวกลุ่ม Honeymoon & Wedding เพื่อเข้าใจถึงทัศนคติของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่มีต่อสินค้าท่องเที่ยวของไทย รวมถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาฮันนีมูนและแต่งงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเป็นแนวทางประกอบการจัดทำแผนการตลาดและแผนดำเนินการเพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต โดย ททท. ได้กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้

     1. เพื่อศึกษาสถานการณ์ตลาดของธุรกิจที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวต่างประเทศกลุ่ม ฮันนีมูนและแต่งงานของไทยในปัจจุบัน รวมถึงสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ที่มีการเสนอขายในประเทศไทย

     2. เพื่อให้ทราบทัศนคติต่อสินค้าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงานและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงานที่เดินทางมายังประเทศไทย

     3. เพื่อให้ ททท. สามารถกำหนดแนวทางในการทำการตลาด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มนี้ในอนาคต

วิธีการศึกษาและเก็บข้อมูล
     • การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Desk Research) โดยเป็นการวิจัยจากแหล่งข้อมูลทางทุติยภูมิจากหลายๆ แหล่ง เช่น ข่าวสาร นิตยสาร รายงานสภาวะตลาดการท่องเที่ยว เพื่อให้ทราบภาพรวมของตลาดโดยกว้าง ข้อมูลที่ได้จะนำมาประกอบการจัดทำแบบสอบถามและการวิเคราะห์ผลอื่นๆต่อไป

     • การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)  แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
     1) การวิจัยเชิงคุณภาพที่มุ่งเน้นการสำรวจความเห็นจากกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ หรือวางแผนที่จะทำการตลาด เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงาน การศึกษาขั้นนี้เป็นการศึกษาทางด้าน Supply Side ซึ่งจะเป็นการศึกษาหลักของโครงงานนี้ โดยได้มีการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการจำนวน 175 ตัวอย่าง ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร เชียงหม่ เชียงราย พัทยา ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต กระบี่ พังงา  สุราษฎร์ธานี และตรัง

     2) การวิจัยเชิงคุณภาพกับกลุ่มนักท่องเที่ยว เป็นการวิจัยสนับสนุน เพื่อเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องและคำอธิบายทางความคิดของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะนำมาใช้ในการวิเคราะห์ร่วมต่อไป

     • การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) จะดำเนินการประกอบและควบคู่ไปกับการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มนักท่องเที่ยวเฉพาะ ซึ่งได้แก่ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อการแต่งงานและเพื่อฮันนีมูน จำนวน 100 ตัวอย่าง ในพื้นที่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ เมืองพัทยา หัวหิน เกาะสมุย กระบี่ และภูเก็ต  โดยจะเป็นการศึกษาในภาพรวมของตลาด (Demand side) ผลการศึกษาที่ได้จะนำมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการสรุปผลการศึกษาร่วมกับการวิจัยเชิงคุณภาพ

สาระสำคัญจากการศึกษา
การวิเคราะห์ SWOT สำหรับการท่องเที่ยวกลุ่ม Honeymoon & Wedding
จุดแข็ง
ด้านสถานที่ / แหล่งท่องเที่ยว

     1. มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเป็นธรรมชาติเหมาะสมกับการจัดงานแต่งงานและดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ โดยเฉพาะหาดทราย ทะเล และป่า ภูเขา ซึ่งจุดแข็งคือมาหนึ่งประเทศสามารถได้ประสบการณ์กลับไปหลากหลาย

     2. มีสถานที่พักทั้งโรงแรมและรีสอร์ทที่มีห้องวิลล่าสำหรับคู่รักให้เลือกหลากหลาย ในรูปแบบที่ทันสมัยและใกล้ชิดกับธรรมชาติ เช่น วิลล่าติดชายหาด เป็นต้น

     3. มีกิจกรรมสำหรับให้คู่รักได้ทำร่วมกันอย่างหลากหลาย อย่างเช่น การผ่อนคลายโดยการนวด หรือสปา หรือการท่องเที่ยว ชมเมือง ซื้อของที่ระลึก ในบางโรงแรมจะมีการกำหนดกิจกรรมแต่ละวันเพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกทำกิจกรรมกับโรงแรม

     4. ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยว Honeymoon & Wedding สามารถต่อยอดได้ง่ายเนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใช้บริการด้านนี้มักจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาเมืองไทยแล้วมีประสบการณ์ที่ดีมาแล้วจึงเลือกกลับมาไทยอีก

ด้านสินค้าและบริการ

     1. การให้บริการของคนไทยมีความเป็นมิตรและมีจิตในการให้บริการดีกว่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ เช่น มาเลเซีย ประเทศแถบคาริบเบียน คนไทยยินดีให้ความช่วยเหลือคนต่างชาติ ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวคู่รัก ให้ความรู้สึกชื่นบานได้เป็นอย่างดี

     2. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมางานแต่งงานหรือ Honeymoon ในไทยมีราคาที่คุ้มค่ามากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ถึงแม้ว่าแพ็คเกจที่มีนำเสนอมักจะไม่รวมกิจกรรมอื่นๆ แต่นักท่องเที่ยวสามารถออกไปสถานที่ท่องเที่ยวข้างเคียงได้ง่าย ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มีความรู้สึกว่าจำเป็นต้องอยู่ในเฉพาะโรงแรม

     3. แพ็คเกจแต่งงานมีราคาเริ่มต้นที่ต่ำเช่น 30,000-50,000 บาท ทำให้คู่รักที่เดินทางมาท่องเที่ยว Honeymoon สามารถเลือกจัดงานแต่งงานรอบที่สองส่วนตัวได้ ทำให้ลักษณะงานประเภท Vow Renewal มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

     4. ประเทศไทยมีการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการทางด้าน Honeymoon & wedding ค่อนข้างจำกัดแค่เว็บไซต์ของแต่ละผู้ประกอบการเท่านั้น ทำให้ความสามารถในการดึงคู่รักเข้าสู่เมืองไทยมีต่ำ

จุดอ่อน
ภาพประเทศโดยรวม
     1. สภาพแวดล้อม หรือบรรยากาศโดยรวมในประเทศ มีหลายสถานที่ที่ไม่สะอาด สกปรก โดยเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยวเอง หรือห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งทำลายบรรยากาศสำหรับคู่รักเป็นอย่างยิ่ง การค้าบริการ โสเภณี และสถานเริงรมย์ที่มีอยู่ทั่วไป ทำให้คู่รักรู้สึกอึดอัด ไม่เหมาะสมกับบรรยากาศของการฮันนีมูนหรือแต่งงาน

     2. สภาพอากาศที่ร้อนชื้น ทำให้บางครั้งอากาศร้อนเกินไป หรือฝนตกตลอดทั้งวัน ทำให้คู่รักไม่สามารถทำกิจกรรมตามที่วางแผนเอาไว้ได้

     3. มีการยัดเยียดบริการ หรือยัดเยียดสินค้าซี่งทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจ และอับอายต่อหน้าคู่รัก รวมทั้ง มีการโก่งค่าบริการต่างๆ โดยเฉพาะค่าโดยสารรถแท็กซี่ในจังหวัดหัวเมืองที่มีราคาแพงเกินปกติ โดยเฉพาะเมื่อเห็นเป็นคนต่างชาติ

     4. ยังไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับงานแต่งงานในหลายๆศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งทำให้คู่แต่งงานต้องนำมาเอง เช่น การแต่งงานของชาวอินเดีย เป็นต้น ทั้งนี้รวมถึงโบสถ์ที่ใช้ประกอบงานแต่งงานเนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายชนชาติยังมีความใฝ่ฝันที่จะจัดงานแต่งงานในโบสถ์

ด้านผู้ประกอบการ
     1. ผู้ประกอบการวางแผนแต่งงานที่จับกลุ่มชาวต่างชาติยังมีน้อย ทำให้นักท่องเที่ยวอาจต้องใช้การติดต่อกับโรงแรมที่มีบริการด้านการแต่งงานโดยตรง อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการโรงแรมไม่ค่อยให้ความสำคัญกับธุรกิจการจัดงานแต่งงานมากนักเนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้กำลังคนมากในการจัดเตรียมงานซึ่งอาจส่งผลต่อธุรกิจห้องพักซึ่งเป็นธุรกิจหลัก

     2. ความร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการในประเทศเพื่อทำการเจาะตลาดชาวต่างชาติเพื่อเดินทางมาแต่งงานยังมีน้อย ทำให้การเสนอสินค้าหรือบริการยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคู่รักได้ทุกด้าน ทั้งนี้รวมถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนด้วย

     3. สินค้าและบริการส่วนใหญ่ที่มีเสนอยังคงเป็นบริการที่ได้รับความนิยมทั่วโลกอยู่แล้วเช่น Beach Wedding ซึ่งอาจมีองค์ประกอบอื่นเข้ามาตามคำเรียกร้องของลูกค้าเท่านั้น เช่นการนำช้างเข้ามาประกอบงานแต่งงาน ด้วยเหตุนี้ทำให้แพ็คเกจงานแต่งงานของประเทศไทยยังไม่มีจุดขายที่เด่นชัดในการนำเสนอจุดยืนทางการตลาด

     4. ประเทศไทยยังขาดจุดศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน นักท่องเที่ยวต้องใช้เวลาหาข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ หรือต้องอีเมล์หรือโทรมาสอบถามกับผู้ประกอบการเองเพื่อสอบถามเกี่ยวกับตัวสถานที่ หรือแม้แต่การจดทะเบียนสมรส ซึ่งในกรณีหลังบางครั้งผู้ประกอบการมักหลีกเลี่ยงการบริการส่วนนี้โดยผลักภาระให้นักท่องเที่ยวดำเนินการเอง

โอกาส
     1. แนวโน้มการเดินทางแต่งงานนอกประเทศพร้อมการ Honeymoon มีสูงขึ้นทั้งจากชาวตะวันตกและชาวเอเชียด้วยกันเองเช่น ชาวอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ฮ่องกง โดยทั้งนี้นักท่องเที่ยวแต่ละชาติมีพฤติกรรมในการเลือกประเทศแตกต่างกัน นอกจากนี้การแต่งงานนอกประเทศยังเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะที่ดีต่อสายตาผู้รู้จัก ทำให้มีภาพลักษณ์ที่ดี

     2. ช่องทางการหาข้อมูลและการตัดสินใจซื้อของคู่รักมีหลายช่องทางแนวโน้มผ่านสองช่องทาง

     • การไปโพสต์เล่าเรื่องในด้านความประทับใจบนเว็บไซต์ต่างๆ ทำให้คู่รักคู่อื่นอยากเดินทางมาบ้าง มาที่เกาะ จัดงานสมรสริมทะเล ทำให้การตลาด Interactive มีศักยภาพในการประชาสัมพันธ์ประเทศ

     • มีบริษัทรับจัดงานแต่งงาน (Wedding planner) และบริษัทนำเที่ยวในต่างประเทศ เริ่มมีการตั้งแผนกสำหรับการท่องเที่ยวนี้ โดยผู้ประกอบการมีการให้คำปรึกษาแนะนำคู่รัก ซึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพในการประชาสัมพันธ์ นักท่องเที่ยวบางชาติ เช่น อเมริกา และเกาหลีมักเลือกหาข้อมูลผ่านช่องทางนี้

     • ในปัจจุบันมีองค์กรผู้ประกอบการวางแผนแต่งงานระดับโลก ซึ่งเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ตลาดภาพรวมได้ดี

     3. อายุของคู่รักสำหรับการแต่งงานครั้งแรกทั่วโลกมีแนวโน้มที่สูงขึ้น (28 ขึ้นไป) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเลือกกลุ่มลูกค้าหลักทั้งในส่วนงานแต่งงานและการ Honeymoon นอกจากนี้การแต่งงานรอบที่สองมีแนวโน้มที่จะเป็นงานเล็กๆ และมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าทำให้คู่รักหลายคู่เลือกที่จะเดินทางไปแต่งงานนอกประเทศ

     4. การจัดงานแต่งงานมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กลงทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมในไทยมีศักยภาพที่จะสามารถทำการจัดการให้คู่รักได้อย่างเพียบพร้อมและเหมาะสมมากขึ้น

     5. คู่รักมีแนวโน้มที่จะมองหาการจัดงานแต่งงานที่มีระเบียบการในการจดทะเบียนสมรสน้อยลง ทำให้สถานที่แต่งงานบางที่ เช่น ลาสเวกัส หรือประเทศทางแถบคาริบเบียนเป็นที่นิยม เนื่องจากหลักฐานในการจดทะเบียนสมรสมีน้อย (เช่นไม่ต้องใช้ใบตรวจเลือด)รวมทั้งขั้นตอนทางเอกสารไม่ยุ่งยากซับซ้อน

อุปสรรคในอนาคต
     1. ประเทศอื่นในเอเชียเช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย เริ่มส่งเสริมให้ประเทศตนเอง เป็นจุดหมายสำหรับคู่รักมากขึ้น ประเทศเหล่านี้ได้มีแนวทางการพัฒนาตลาดไปก่อนแล้วอาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการตั้งตำแหน่งทางการตลาดท่องเที่ยวนี้ ตัวย่างเช่นประเทศฟิลิปปินส์ตั้งตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นสถานที่สำหรับคู่รักโดยมีราคาค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ไม่แพงมาก ประเทศในแถบคาริบเบียนซึ่งเป็นคู่แข่งหลักก็เริ่มมีการพัฒนาตลาดอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2553

     2. สถานภาพทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซาทำให้นักท่องเที่ยวต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยในการเดินทางมาท่องเที่ยว เช่นปัจจัยทางด้านระยะทาง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายโดยตรง ปัจจัยทางด้านองค์ประกอบ ทำให้คู่รักเริ่มมีการตัดองค์ประกอบของงานแต่งงานออกไปอย่างมากเพื่อให้ค่าใช้จ่ายมีราคาที่ถูกลง

     3. นักท่องเที่ยว Honeymoon เริ่มที่จะมีการจัดการเดินทางเองมากขึ้น เช่น จองผ่านเว็บไซต์โรงแรมที่มีราคาถูกแทนที่จะซื้อแพ็คเกจ Honeymoon โดยตรงทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถระบุได้ว่าคู่ใดเป็นคู่ Honeymoon จริง ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักเน้นขายห้องผ่าน Tour Agency มากกว่า

คู่แข่ง
ทัศนะของผู้ประกอบการ :
ตลาดแต่งงาน

     • คู่แข่งแถบคาริบเบียนนั้นเป็นคู่แข่งที่สำคัญเนื่องจากลักษณะสินค้าและบริการมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยมาก และมีโรงแรมและรีสอร์ทที่เพียบพร้อม นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์และการให้บริการข้อมูลที่ดีกว่าประเทศไทยมาก

     • คู่แข่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคือคู่แข่งจากประเทศในแถบเอเชียเองซึ่งเริ่มมีการวางแผนพัฒนาไปแล้วและมีการจับกลุ่มเฉพาะอย่างเห็นได้ชัด เช่น มาเลเซียจะจับกลุ่มชาวอาหรับและชาวมุสลิมอื่นๆ เป็นหลัก ฟิลิปปินส์มีการวางแผนจะจับกลุ่มชาวเอเชียเป็นหลัก ซึ่งทำให้ไทยอาจเสียตลาดไปได้

     • คู่แข่งแถบทวีปอเมริกาและยุโรป เช่น เม็กซิโก ฮาวาย หรือหมู่เกาะต่างๆ เช่น เวอร์จิ้น ไอส์แลนด์ จะได้เปรียบในเรื่องระยะทางสำหรับคู่รักชาวตะวันตก ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าแต่การเชิญแขกเหรื่อหรือการวางแผนจัดงานทำได้ง่ายกว่า อาจรวมถึงการสื่อสารและรายละเอียดและวัฒนธรรมประเพณีของงานที่จะจัด

ตลาดฮันนีมูน
     • Romantic Destination
     คู่แข่งตลาดผู้ประกอบการมองว่าการจัดตำแหน่งทางการตลาดให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ Romantic ทำได้ยากเนื่องจากองค์ประกอบอื่นไม่อำนวย เช่นการจัดการพื้นที่เมือง เมื่อเทียบกับประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ Romantic เช่นประเทศฝรั่งเศสหรือประเทศอิตาลี ซึ่งประเทศเหล่านี้มักจะเป็นประเทศในฝันของชาวตะวันตกอยู่แล้ว

     • Sea and Sun Destination / Cheap Destination
     คู่แข่งมีหลากหลายจากหลายทวีป เช่น 
     อเมริกา : เม็กซิโก ฮาวาย คาริบเบียน
     ยุโรป: สเปน
     เอเชีย: ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย

     ตลาดนี้จุดขายมักจะมีการรวมวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าไปด้วยเพื่อให้แต่ละสถานที่เป็นเอกลักษณ์มากกว่าทะเลและชายหาด นักท่องเที่ยวมักจะมองหาวัฒนธรรมประจำถิ่นและเรียนรู้วัฒนธรรมที่สนุกสนานมากกว่าการไปแค่ชายหาด

     ในทัศนะของนักท่องเที่ยวประเทศคู่แข่งโดยตรงของไทย คือ บาหลี-อินโดนีเซีย หมู่เกาะมัลดีฟส์ ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส ตามลำดับ

ข้อเสนอแนะจากมุมมองของผู้ประกอบการ
ด้านสินค้า (Product)
ตลาดแต่งงาน

     • นักท่องเที่ยวโดยมากยังใฝ่ฝันที่จะจัดงานแต่งงานตามพิธีตะวันตกอยู่ การจัดพิธีไทยอาจเกิดจากความชอบส่วนตัวหรือเป็นการจัดงานแต่งงานรอบที่สองส่วนตัว

     • แพ็คเกจแต่งงานที่คู่รักเลือกใช้บริการนั้นมักจะเลือกใช้แพ็คเกจที่ธรรมดาเช่น Beach Wedding ซึ่งยังไม่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากนัก

     •  คู่รักบางคู่จะมีการขอร้องให้รวมประเพณีไทยเข้าไปด้วยซึ่งเป็นจุดขายที่ดี แต่การจัดงานแต่งงานแบบไทยยังมีข้อจำกัดมาก เช่นการจัดหาอุปกรณ์ซึ่งต้องติดต่อหลายๆ ด้าน  ทำให้ผู้ประกอบการบางเจ้าเลือกที่จะไม่เสนอบริการ หากมีการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวรู้จักประเพณีการแต่งงานไทยมากขึ้นให้เป็นจุดขาย อาจทำให้ความต้องการในการนำประเพณีไทยเป็นองค์ประกอบมากขึ้น และเกิดการร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการได้

ตลาด Honeymoon
     • แพ็คเกจ Honeymoon ส่วนใหญ่มักจะเน้นไปทางด้านที่พักทำให้ไม่มีความแตกต่างในด้านสินค้าและบริการมากนัก ส่วนใหญ่โรงแรมมักจะใช้ชื่อเสียงของโรงแรมเป็นการเพิ่มราคาของแพ็จเกจ

     • ผู้ประกอบการควรจัดทำแพ็คเกจที่แตกต่างออกไปเช่นจัดรวมกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก เช่น สปา อาหารเย็นริมทะเล เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเนื่องจากนักท่องเที่ยวมักชอบใช้เวลาอยู่ในโรงแรมสองต่อสองมากกว่า

ด้านสถานที่ (Place)
     • ผู้ประกอบการบางรายมองว่าในการโปรโมทตลาด Honeymoon ทำได้ง่ายกว่าเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวอยากมาอยู่แล้ว อาจต้องทำการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ออกไปในลักษณะของคู่รัก ซึ่งการ Honeymoon ในประเทศไทยสามารถประชาสัมพันธ์ได้ทุกภาค

     • สำหรับตลาดแต่งงานเนื่องจาก ภูเก็ต สมุย ซึ่งเป็นสถานที่หลักเริ่มเกิดความวุ่นวายซึ่งขัดกับคู่รักที่มองหาความเป็นส่วนตัว จึงควรมองหาสถานที่ใหม่ทางแถบทะเลภาคใต้เช่น เกาะลันตา และพัฒนาให้เหมาะสมกับตลาดแต่งงานอย่างยั่งยืน

ด้านการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ (Promotion)
     • พัฒนาศูนย์ข้อมูล หรือ ศูนย์อำนวยความสะดวกเรื่องการจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายของชาวต่างชาติในไทย จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการพบว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้คู่รักต่างชาติ เปลี่ยนใจไปจัดงานแต่งงานที่ประเทศอื่น เนื่องจากมีความต้องการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่ตนไปจัดงานด้วย แต่เมื่อพบความยุ่งยากและใช้เวลาดำเนินงานที่เป็นเวลานานและมีความซับซ้อนในไทย ประกอบกับไม่มีศูนย์กลางข้อมูลทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางนี้ จึงเลือกเปลี่ยนไปประเทศอื่นที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ได้มากกว่า

     • พัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ 
     ♣ ด้านภาษา จากการสำรวจ พบว่านักท่องเที่ยวชาวยุโรปนิยมเดินทางมาแต่งงานและ Honeymoon เพิ่มขึ้นในไทย จึงควรจัดให้มีการอบรมภาษาท้องถิ่นของชาวต่างชาติประเทศนั้น เช่น ภาษารัสเซีย หรือ เยอรมัน เป็นต้น

     ♣ ความเป็นมืออาชีพในการจัดงานแต่งงานแบบถูกกฎหมาย จัดอบรมความรู้เกี่ยวกับการแต่งงานในพิธีต่างๆ เช่น อินเดีย คริสต์ รวมถึง จัดให้มีความพร้อมของการจัดงาน เช่น บาทหลวง โบสถ์ เป็นต้น

     ♣ จัดตั้งศูนย์รวมสำหรับการจัดงานแต่งงานของชาวต่างชาติในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับคู่รักต่างชาติ ให้มีช่องทางการหาข้อมูลที่วางแผนจะแต่งงานอย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ยังพบว่า การแนะนำปากต่อปากหรือจากประสบการณ์จริงส่งผลต่อการตัดสินใจของคู่รักต่างชาติในการจัดงานนอกประเทศ จึงอาจจัดให้มี website ที่รวบรวมประสบการณ์และบทวิจารณ์ของนักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางมาจัดงานแต่งงานในไทย เพื่อเป็นข้อมูลช่วยตัดสินใจอีกทางหนึ่ง

     •  ความช่วยเหลือในการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศต่อภาคผู้ประกอบการ
     ♣ จากการสัมภาษณ์ พบว่า ผู้ประกอบการภาคโรงแรม มักจะให้ความสำคัญกับการขายห้องพัก มากกว่าการให้บริการจัดงานแต่งงานแบบครบวงจร เนื่องจากการจัดงานแต่งงานแบบครบวงจร ต้องใช้ทรัพยากรค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น ชุด อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อประกอบพิธี การติดต่อดำเนินงาน และแก้ไขตามข้อเรียกร้องต่างๆของลูกค้า ทำให้เกิดความยุ่งยากและใช้เวลาในการบริหาร ซึ่งทางโรงแรมเชื่อว่า กลุ่มเป้าหมายนี้ยังเล็กอยู่ อาจไม่คุ้มค่าถ้าเน้นเพียงด้านจุดมุ่งหมายการแต่งงานแต่เพียงอย่างเดียว ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นจะต้องให้การสนับสนุนทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศ เพื่อดึงให้คู่รักต่างชาติเข้ามาในปริมาณที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทาง Roadshow ประสานงานกับการท่องเที่ยวของประเทศนั้น นิตยสารในประเทศเป้าหมาย เป็นต้น

     ♣ รณรงค์เรื่องความปลอดภัย  ในความเห็นของผู้ประกอบการพบว่า ยังพบปัญหาที่กระทบต่อความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาแต่งงานพร้อมอยู่ Honeymoon เช่น การฉ้อโกงข่มขู่ หรือทำร้ายนักท่องเที่ยว อยากให้ทางรัฐประสานงานกับทางตำรวจหรือ ททท.ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เช่น จัดให้มีตำรวจท้องถิ่นดูแล มี hotline เพื่อเป็นช่องทางให้นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น

     ♣ มีการจัดความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศเช่น Wedding Consultants ของตลาดหลักและมีประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้เฉพาะมากกว่าที่จะส่งเสริมภาพลักษณ์ในการมาเที่ยวเมืองไทยโดยรวม

ข้อเสนอแนะจากมุมมองนักท่องเที่ยว
ด้านสินค้า (Product)
     • พัฒนาความพร้อมของโรงแรมและบริษัทรับจัดงานแต่งงาน (wedding planner) เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่คู่รักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความพร้อมในการจัดงานแต่งงานในหลายรูปแบบ หลายวัฒนธรรม

     • ควรมีตัวเลือกสำหรับคู่รักที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะคู่สมรสที่ต้องการให้มีตัวเลือกผู้ให้บริการจัดงานสมรส มากขึ้น และควรมีทางเลือกในการจัดงานที่หลากหลายยิ่งขึ้น สามารถเลือกสถานที่ที่เหมาะสมกับความต้องการของคู่รัก

     • ควรพัฒนาระบบสาธารณูปโภคโดยเฉพาะน้ำดื่มควรจะสะอาดในทุกพื้นที่ และสามารถดื่มได้ รวมถึงการขยายระบบการขนส่งมวลชนให้คู่รักสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ด้านราคา (Price)
     มีการลดราคาและค่าอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวคู่รัก เมื่อระบุเหตุผลในการจอง หรือให้คูปองลดราคาอาหารสำหรับคู่สมรสที่จัดงานสมรสในโรงแรม

ด้านสถานที่ (Place)
     รักษาความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเล ที่ใกล้กับที่คู่รักอยู่ เช่น ชายหาดและทะเล รวมถึงสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น ถนนหนทาง เป็นต้น

ด้านการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ (Promotion)
     • โรงแรมควรส่งเสริมกิจกรรมพิเศษ เช่น การให้แชมเปญ ไวน์ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ฟรีสำหรับคู่รักที่มาพักโรงแรมเพื่อฮันนีมูน หรือแต่งงาน 
     • รวมค่าอาหารเย็นในแพ็คเกจเพื่อฮันนีมูนหรือให้อาหารเย็นใต้แสงเทียนสำหรับคู่รักฟรี
     • ให้บริการนวดและสปาฟรีสำหรับคู่รัก
     • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงฮันนีมูนและสมรสประกอบไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยแบบปกติเพื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบคู่รัก

     จากการศึกษาครั้งนี้ บริษัทซินโนเวตได้นำเสนอการจัดวางระบบโครงสร้างธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการไว้ดังนี้ 

 


 

 เรียบเรียง : กองวิจัยการตลาด