ภาพรวม
     สถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยรายถิ่นพำนัก ในปี 2554  มีจำนวนนักท่องเที่ยว 19.23 ล้านคน อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 20.67   ผลจากแรงสะสมของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เติบโตดีมาตลอดช่วง 10 เดือนแรก โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27.5 แม้จะสะดุดตัวลงจากผลของวิกฤตอุทกภัยในประเทศไทยอย่างรุนแรงในช่วงปลายเดือนตุลาคม ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทย มีอัตราหดตัวร้อยละ 5  ในช่วง 2  เดือนสุดท้ายของปี 2554 ก็ตาม ซึ่งปัจจัยที่สนับสนุนให้ตลาดต่างประเทศขยายตัวในปี 2554  คือ 

 
     1. การไม่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายจากปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยตลอดทั้งปี
     2. ศักยภาพของประเทศไทยทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งแหล่งเที่ยวหลากหลาย อัธยาศัยไมตรีของคนไทย  และจุดแข็งทางด้านความคุ้มค่าเงิน (Value for Money)
     3. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศสนใจเดินทางมายังประเทศไทย และสามารถเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวให้กลับมาเดินทางเข้าไทยได้อย่างรวดเร็วหลังสิ้นวิกฤต

สถานการณ์ท่องเที่ยวรายกลุ่มตลาด ปี 2554
     สถานการณ์ท่องเที่ยวรายกลุ่มตลาดเดินทางเข้าประเทศไทยในทุกกลุ่มตลาดยังคงมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในระดับที่ดี ดังนี้ 

     เอเชียตะวันออก เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.14 อาเซียน  เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.41 โอเชียเนีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.21 แอฟริกา เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.96เอเชียใต้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.47 ยุโรป เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.95 อเมริกา เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.79  และตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้นร้อยละ 6  เรียงตามลำดับ โดยมีรายละเอียดแต่ละกลุ่มตลาดพอสังเขปดังต่อไปนี้

กลุ่มตลาดเอเชียตะวันออก
     ในปี 2554  จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดเอเชียตะวันออกเดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวน 4.78 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 30.14  ผลจากการสะสมของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 เดือนแรก โดยมีอัตราการขยายตัวสูงเกือบร้อยละ 45   แต่เมื่อประสบเหตุวิกฤตอุทกภัยอย่างรุนแรงในประเทศไทยได้ส่งผลให้ตลาดในกลุ่มนี้มีการเดินทางลดลงเกือบร้อยละ 30  ในช่วง 2 เดือนสุดท้าย  อย่างไรก็ตาม  เมื่อรัฐบาลในต่างประเทศต่างลดระดับคำเตือนการเดินทางเข้าประเทศไทยลงสู่ระดับปกติ สถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยก็เริ่มมีการปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

     ทั้งนี้ เหตุวิกฤตอุทกภัยส่งผลให้ทุกตลาดในกลุ่มปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกลุ่มตลาดเอเชีย เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร  ประกอบกับได้มีการประกาศเตือนห้ามมิให้มีการเดินทางเข้าพื้นที่ประสบภัย และสายการบินหลายแห่งปรับลดจำนวนเที่ยวบินเข้าประเทศไทย อาทิ ตลาดฮ่องกงและไต้หวัน ลดจำนวนเที่ยวบินมากกว่าร้อยละ 50 ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ตลาดจีน  สายการบิน Air China ยกเลิกทำการบินในเส้นทาง ปักกิ่ง – กรุงเทพฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 1 - 16 พฤศจิกายน เป็นต้น

กลุ่มตลาดอาเซียน
     ปี 2554 จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดอาเซียนเดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวน 5.71 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 24.41  ผลจากการสะสมของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 เดือนแรก เช่นกัน โดยในขณะนั้นมีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 29  แต่เมื่อเกิดเหตุวิกฤตอุทกภัยอย่างรุนแรงในประเทศไทยได้ส่งผลให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มตลาดอาเซียนหดตัว ในช่วง 2 เดือนสุดท้าย  ในอัตราร้อยละ 0.5  ซึ่งเป็นการหดตัวในอัตราที่เล็กน้อย เนื่องจากตลาดหลักของกลุ่มอาเซียนที่มีพรมแดนติดประเทศไทยทางด่านทางบกที่สำคัญ คือ มาเลเซีย กัมพูชา และลาว  ยังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในระดับที่ดี โดยตลาดต่างๆ ได้รับผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัยมีความรุนแรงมาก-น้อยแตกต่างกันไปตามระดับคำประกาศเตือนห้ามการเดินทางเข้าประเทศไทย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ท่องเที่ยวกลุ่มตลาดอาเซียนมีการปรับตัวดีขึ้นมากในช่วงปลายปี จากการที่รัฐบาลในต่างประเทศปรับลดระดับคำประกาศเตือน ทำให้สายการบินต่าง ๆ กลับมาทำการบินเข้าประเทศไทยเหมือนเช่นปกติ นอกจากนี้ ผลจากความนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาค ทำให้หลายสายการบินวางแผนที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2555 เช่น สายการบิน Air Asia เปิดเส้นทางสิงคโปร์ – เชียงใหม่ จำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และสายการบิน Sichuan Airlines เปิดเส้นทาง ฉงชิ่ง-ภูเก็ต จำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เป็นต้น ดังนั้น กลุ่มตลาดอาเซียนน่าจะเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องในปี 2555

กลุ่มตลาดโอเชียเนีย
     ปี  2554  จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดโอเชียเนียเดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวน 0.93 ล้านคน ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี แม้จะประสบวิกฤตทั้งจากภายในและนอกประเทศ โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.22  จากปัจจัยสนับสนุนทางด้านความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย ในช่วงปี 2554  มีอัตราแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าในพื้นที่ตลาดจะประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ต้นปี ประกอบกับมีสายการบินใหม่เปิดบริการเส้นทางบินตรงเข้าแหล่งท่องเที่ยว คือ Strategic Airlines ในเส้นทางเมลเบิร์น – ภูเก็ต และบริสเบน – ภูเก็ต จำนวนอย่างละ 2 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 และ บริษัทการบินไทย ได้เพิ่มความถี่เที่ยวบิน ในเส้นทาง บริสเบน – กรุงเทพฯ จาก 5 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในช่วงเดือนเมษายน 2554 และในเส้นทาง       โอ๊คแลนด์ – กรุงเทพฯ จาก 5 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในเดือนกรกฎาคม 2554

     สำหรับ เหตุอุทกภัยของประเทศไทยนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มตลาดนี้ โดยเป็นกลุ่มตลาดเดียวที่ยังขยายตัวได้ดีในช่วงเกิดวิกฤต เนื่องจากตลาดมีความเข้าใจดีในภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเหมือนดังเช่นที่ประเทศของตนเคยประสบมาแล้ว และยังเข้าใจด้วยว่าสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยไม่ได้เกิดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตลาด คือ ภูเก็ต  ดังนั้น แม้รัฐบาลออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จะประกาศเตือนให้พลเมืองของตนทบทวนการเดินทางเข้าพื้นที่ประสบอุทกภัย (ระดับที่ 4) จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแต่อย่างใด

     อย่างไรก็ตาม ในปี 2555  ต้องจับตามองสภาพเศรษฐกิจของประเทศออสเตรเลียที่อาจมีความเกี่ยวพันกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษที่กำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจอยู่  ผลของรัฐบาลออสเตรเลียประกาศแผนการเก็บภาษี Carbon Tax เพิ่มขึ้นในอัตราก้าวหน้าร้อยละ 2.5 ต่อปี ในปี 2555 และการประสบปัญหาทางธุรกิจของสายการบิน ส่งผลทำให้ Qantas Airways และ British Airways ย้ายฐานการบินจากประเทศไทยไปยังสิงคโปร์ ส่งผลให้เส้นทางบิน ซิดนีย์ – กรุงเทพฯ - ลอนดอน จำนวน 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เปลี่ยนไปบินในเส้นทาง ซิดนีย์ – สิงคโปร์ – ลอนดอน ในเดือนเมษายน 2555 ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเดินทางมายังประเทศไทยได้

กลุ่มตลาดแอฟริกา
     ในปี 2554 จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดแอฟริกาเดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวน 0.14 ล้านคน อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.96  เป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นในระดับที่ดี  แม้จะเกิดสถานการณ์ความวุ่นวายในกลุ่มประเทศแอฟริกาเหนือในช่วงต้นปี โดยสถานการณ์ท่องเที่ยวได้มีการปรับตัวดีขึ้น ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2554  โดยตลาดหลักที่ฉุดให้กลุ่มตลาดนี้เติบโตได้ดี คือ ตลาดแอฟริกาใต้  จากปัจจัยสนับสนุนทางด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และผลความสำเร็จต่อเนื่องจากการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลกในปี 2553 ที่ผ่านมา

     สำหรับ เหตุวิกฤตอุทกภัยอย่างรุนแรงของประเทศไทย ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ได้ส่งผลต่อตลาดในกลุ่มนี้ให้มีอัตราการขยายตัวทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวลงเล็กน้อย  

     สิ่งที่ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่องในปี 2555 คือ เหตุการณ์ความวุ่นวายในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ ซึ่งจะเกิดจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาดูแล และปัญหาเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรปที่อาจส่งผลกระทบต่อไปยังภูมิภาคอื่น

กลุ่มตลาดเอเชียใต้
     ปี 2554 จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดเอเชียใต้เดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวน 1.13 ล้านคน ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ในอัตราร้อยละ 15.47   โดยตลาดหลักที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนของกลุ่ม คือ ตลาดอินเดีย มีอัตราการขยายตัวทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20  จากปัจจัยสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดอินเดียต้องการเดินทางออกนอกประเทศมากขึ้น  รวมทั้ง การขยายตัวของธุรกิจการบินทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ สายการบินบางกอก แอร์เวย์ เปิดเส้นทางบินใหม่  มุมไบ -กรุงเทพฯ จำนวน 6 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในเดือนมีนาคม 2554  สายการบินเจ็ต แอร์เวย์ ขยายความถี่ในเส้นทางบิน มุมไบ-กรุงเทพฯ จากจำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เป็น 21 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เริ่มเดือนธันวาคม 2554 และสายการบินต้นทุนต่ำ อินดิโก้ แอร์ไลน์ เปิดเส้นทางบิน กรุงเทพฯ – นิวเดลี จำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เริ่มกันยายน 2554  และสายการบินไทย ยังมีแผนเปิดเที่ยวบินตรงจากมุมไบไปยังภูเก็ต จำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555  
     สำหรับ เหตุวิกฤตอุทกภัยในประเทศไทยได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มตลาดนี้ จากการเผยแพร่ข่าวเหตุ
น้ำท่วมอย่างรุนแรงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานและครอบคลุมในสื่อต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง ทำให้รัฐบาลอินเดีย ศรีลังกา และ บังคลาเทศ ประกาศเตือนการเดินทางเข้าประเทศไทย ประกอบกับ รัฐบาลอินเดียออกมาตรการควบคุมการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจเพื่อป้องกันปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่ขยับตัวเพิ่มขึ้นสูง ทำให้ค่าเงินรูปีมีการอ่อนค่าลง ต่ำกว่าร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลเงินบาทของไทยและค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ จึงกดดันให้กลุ่มตลาดนี้มีการฟื้นตัวได้ช้ากว่าปกติ

 กลุ่มตลาดยุโรป
     ปี 2554 จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดยุโรปเดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวน 4.93 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 13.95  เป็นผลจากแรงสะสมที่ดีในช่วง 10 เดือนแรก โดยได้มีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 17  แม้ว่าจะมีวิกฤตเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรป  ซึ่งผลจากเหตุอุทกภัยอย่างรุนแรงในประเทศไทยได้ส่งผลให้กลุ่มตลาดยุโรปชะลอการเดินทางเข้าประเทศไทย ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี เหลือเพียงอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 5 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา 

     โดยเหตุวิกฤตอุทกภัยอย่างรุนแรงในประเทศไทยส่งผลให้ทุกตลาดในกลุ่มมีการเดินทางลดลงเป็นผลกระทบโดยตรงจากการเผยแพร่ข่าวสนามบินดอนเมืองน้ำท่วม และข่าวลือการอาจเกิดโรคระบาดหลังจากประสบภัยพิบัติอย่างรุนแรงในสื่อต่างประเทศ พร้อมทั้ง คำประกาศเตือนของรัฐบาลในต่างประเทศที่ยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้น ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม – กลางเดือนพฤศจิกายน 2554  ส่งผลให้นักท่องเที่ยวขาดความมั่นใจในการเดินทางมายังประเทศไทย

     อย่างไรก็ตาม แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวของกลุ่มตลาดยุโรป ในช่วงปลายปี 2554  มีการปรับตัวเป็นบวก จากกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเริ่มหันกลับไปบินตรงเข้าแหล่งท่องเที่ยวหลักแทนมากขึ้น เช่น บริษัทการบินไทย เปิดเส้นทางบินตรง โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต จำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และยังเปิดเที่ยวบินใหม่บินตรงไปในต่างประเทศ ในเส้นทาง บรัสเซล-กรุงเทพฯ จำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในเดือนพฤศจิกายน, สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เปิดเส้นทางบิน โคเปนเฮเกน – สิงคโปร์ – สมุย จำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และสายการบิน Aerosvit เปิดเส้นทางบินตรงจากปราก - กรุงเทพฯ และบริษัท TUI Poland เปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ในเส้นทาง วอร์ซอ – ภูเก็ต ในเดือนพฤศจิกายน 

     ในปี 2555 สิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือ ปัญหาเศรษฐกิจในทวีปยุโรปที่ยังคงย่ำแย่ รวมทั้งการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน (APD : Air Passenger Duty) ร้อยละ 8 ในช่วงเดือนเมษายน 2555 ในสหราชอาณาจักร และการประกาศบังคับใช้ European Union Emission Trading System (EU ETS) ของสหภาพยุโรป ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555  อาจส่งผลให้การเดินทางในระยะไกลต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

 กลุ่มตลาดอเมริกา
     ในปี 2554 นักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดอเมริกาเดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 0.88 ล้านคน มีอัตราการเติบโตที่ดี ร้อยละ 11.79   แม้ว่าจะกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการฟื้นตัวจากวิกฤตปัญหาซัปไพรม์ เมื่อปี 2551  เนื่องจากตลาดมีการปรับพฤติกรรมการดำรงชีพให้เข้ากับปัญหาเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่ได้มากขึ้น ดังนั้น การที่ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในเรื่องการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่าเงิน (Value for Money) และการไม่เกิดปัญหาความวุ่นวายภายในประเทศไทยตลอดทั้งปี  จึงส่งผลให้ตลาดสหรัฐฯ และแคนาดา ซึ่งเป็นตลาดหลักของกลุ่มมีการขยายตัวในระดับที่ดี  ประกอบกับ การขยายตัวที่ดีของตลาดในกลุ่มละตินอเมริกาทั้ง บราซิล และอาร์เจนตินา จากปัจจัยการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้หลายสายการบินหันไปเปิดเส้นทางบินตรงเข้ากลุ่มประเทศเหล่านี้มากขึ้น เช่น สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ เปิดเส้นทางบิน สิงคโปร์ – นครเซาเปาโล จำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในเดือนมีนาคม 2554 และสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ – บัวโนส ไอเรส จำนวน 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในเดือนมกราคม 2555

     สำหรับ วิกฤตอุทกภัยของประเทศไทยในช่วงปลายปีที่ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศยกระดับการให้คำแนะนำเดินทางเข้าพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในประเทศไทย อยู่ในระดับ 4 คือ ทบทวนการเดินทางเข้าพื้นที่ประสบอุทกภัยหากไม่จำเป็น ได้ส่งผลกระทบให้ตลาดกลุ่มนี้เดินทางลดลง เหลืออัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.9 ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของ        ปี 2554 
ในปี 2555 สิ่งที่ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง คือ ความเปลี่ยนแปลงของวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอเมริกาและยุโรป ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวน และปัญหาการก่อการร้าย ที่อาจจะส่งผลต่อการเดินทางให้เปลี่ยนแปลงไปจากแนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวจากวิกฤตทางด้านการเงินที่ผ่านพ้น  

 กลุ่มตลาดตะวันออกกลาง
     ปี 2554 จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตลาดตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทย มีจำนวน 0.65 ล้านคน อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่ำที่สุด ร้อยละ 6   จากสถานการณ์ท่องเที่ยวของกลุ่มตลาดนี้ที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบภายในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือที่ได้คลี่คลายลง ในช่วงไตรมาสที่ 2 – 3  แต่ก็ต้องได้รับผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัยในประเทศไทยอีกครั้ง ในช่วงไตรมาสที่ 4 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางลดลงไปมากถึงร้อยละ 30  และในขณะนั้น รัฐบาลของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  โอมาน คูเวต และอิหร่าน ได้มีประกาศให้คำแนะนำพลเมืองของตนทบทวนการเดินทางเข้าพื้นที่ประสบภัยในประเทศไทยหากไม่จำเป็น (ระดับ 4)  ส่งผลให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางและชะลอการสำรองรายการนำเที่ยวเข้าประเทศไทยไปบางส่วน ในช่วงปลายปี 2554 และต้นปี 2555  

     สำหรับ ปี 2555  ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความวุ่นวายภายในภูมิภาคที่กำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านกำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และผลของมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีต่อประเทศอิหร่าน ส่งผลให้สายการบินอิหร่าน แอร์ ลดเที่ยวบินมายังประเทศไทยจำนวนมาก และการเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ และคาดว่าผู้ต้องสงสัยจะเป็นชาวอิหร่าน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555  อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยในกลุ่มตลาดนี้

 คาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศและเป้าหมายปี 2555    
     ในปี 2555  จากการประเมินสภาวะแวดล้อมทางด้านการท่องเที่ยวทั้งภายในและภายนอกประเทศไทย ประกอบกับการบริหารจัดการเชิงวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพเช่นที่ผ่านมา จึงคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศน่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดได้ คือ สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554  (ประมาณรายได้  846,00 ล้านบาท  หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยว 20.58 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7)
โดยจำแนกโอกาสและอุปสรรคที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย ในปี 2555 ดังนี้

 

โอกาส อุปสรรค
1.มีภาพลักษณ์ทางด้านแหล่งท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่าเงิน (Value For Money) 1.การปรับขึ้นภาษี APD  ของประเทศสหราชอาณาจักร ในช่วงเดือนเมษายน 2555 การประกาศบังคับใช้ European Union Emission Trading System (EU ETS) ของสหภาพยุโรป วันที่ 1 มกราคม 2555 และนโยบายการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการตรวจลงตราเข้าประเทศในหลายประเทศที่หันมาให้ความสำคัญมากขึ้น
2.ความมีชื่อเสียงของประเทศไทยและการเป็นที่รู้จักกันในเวทีโลก 2.กลุ่มตลาดตะวันออกกลางที่กำลังเผชิญกับปัญหาความวุ่นวาย ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
3.ความนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาค เนื่องจากมีระยะทางไม่ไกล ค่าใช้จ่ายไม่สูง และใช้ระยะเวลาวางแผนการเดินทางไม่นาน 3.ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรปและอเมริกา
4.นโยบายการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC : ASEAN Economic Community)   4.การควบคุมอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน
  5.ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
  6.การเกิดประเทศคู่แข่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ เช่น พม่า  กัมพูชา ศรีลังกา เนปาล เป็นต้น
  7.ความเสี่ยงจากวิกฤตภัยธรรมชาติ ปัญหาการก่อการร้าย  และปัญหาทางการเมืองของประเทศไทย



  

 


 เรียบเรียง : สิรินาถ ฉัตรศุภกุล - หัวหน้างานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ