ความเป็นมา
     การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยกองตลาดอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ และ ททท. สำนักงานกรุงนิวเดลี  จัดงานส่งเสริมการขาย  Amazing Thailand Road Show in India ที่สาธารณรัฐอินเดียใน 2 เมือง คือ กรุงนิวเดลี ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 และเมืองไจปูร์ ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2554 เพื่อส่งเสริมตลาดเชิงรุกในพื้นที่ตลาดอินเดียให้เป็นที่รู้จักทั้งในเมืองหลักและขยายออกไปยังเมืองรอง

 

ข้อมูลพื้นฐาน  กรุงนิวเดลี  เมืองไจปูร์ (ชัยปุระ)
ความสำคัญของเมือง  เมืองหลวงของประเทศอินเดีย  -เป็นเมืองเร่งพัฒนาอันดับ 2  รองจากนิวเดลี และกัลกัตตา
-เมืองใหญ่ที่สุดในรัฐราชสถาน
-ระยะทางห่างจากนิวเดลี  262 กิโลเมตร
จำนวนประชากร    19 ล้านคน   6.6 ล้านคน
รายได้ประชากรต่อหัว  135,814 Rs (+18%) ขณะที่ รายได้ต่อหัวโดยรวมประเทศ 46,492 Rs (ปี 2010) รัฐราชสถาน มีรายได้ต่อหัว 39,967 Rs
(ปี 2010)
เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม  เมืองศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ  ส่งออกทองคำ และอัญมณี ในภูมิภาคเอเชีย
เป็นเมืองที่สงบสวยงาม วัฒนธรรมล้ำค่า
กำลังเร่งพัฒนาระบบคมนาคม สาธารณูปโภคและการศึกษา

ความสำคัญของตลาดอินเดีย
     ในปี 2553 บรรดาตลาดหลักที่เดินทางเข้าประเทศไทย 20 ประเทศแรกที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดของประเทศไทยในสัดส่วนร้อยละ 80  ตลาดอินเดีย ครองลำดับ 6 ทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งได้เลื่อนขึ้นจากลำดับที่ 10  เมื่อปี 2552  สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไทย อยู่ในลำดับที่ 11  โดยตลาดอินเดียเป็นตลาดหนึ่งที่ทวีความสำคัญมากขึ้น มีการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดได้ดี ทั้งการเพิ่มรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยว

ที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การจัดลำดับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักของประเทศไทย ในปี 2552-2553

แนวโน้มของการส่งเสริมตลาดอินเดียสรุปจากหลักฐานเชิงประจักษ์

     1. การเจาะกลุ่มตลาดสำหรับผู้ที่ไม่เคยเดินทางมาประเทศไทยมาก่อน (First Visit) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในระดับสูง  ร้อยละ 53  ทำให้สัดส่วนของกลุ่มตลาด First Visit  ขยับขึ้นมาจากสัดส่วนร้อยละ 44 ในปี 2552 กลายเป็นสัดส่วนร้อยละ 53 ในปี 2553 นับว่าสำนักงาน ททท. ที่ดูแลตลาดอินเดีย ทั้ง สำนักงานนิวเดลี (สนล.) และสำนักงานมุมไบ (สมบ.) ประสบผลสำเร็จในการรุกตลาดกลุ่มนี้ ในขณะที่ ภาพรวมของประเทศไทย กลุ่มตลาด First Visit ยังมีสัดส่วนเท่าเดิม ร้อยละ 34  และกลุ่มตลาดผู้เดินทางท่องเที่ยวซ้ำ (Repeater) ยังมีสัดส่วนร้อยละ 66  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ในช่วงปี 2552-2553

     2. เมื่อพิจารณาลงค่าใช้จ่ายต่อทริป สำหรับตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของภูมิภาคเอเชียใต้  ถือส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคใหญ่สุด สัดส่วนร้อยละ 76  มีอัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.04  ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน หากเทียบกับอัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปในภาพรวมทั้งประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.15 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

     หากพิจารณาลงรายหมวดค่าใช้จ่าย พบว่า หมวดการจับจ่ายซื้อสินค้า (Shopping) มีสัดส่วนการใช้จ่ายเงินมากที่สุด ประมาณร้อยละ 37  และยังมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 5.8  จากการเพิ่มยอดค่าใช้จ่ายในสินค้าประเภท อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ จอแอลซีดี  เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นต้น นอกจากนี้ ในหมวดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น หมวดบันเทิง  ก็มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.77  ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อทริปของกลุ่มตลาดอินเดียมีการเติบโตในระดับที่ดี

 

     จากข้อมูลของ บริษัท Euromonitor  คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของตลาดอินเดีย ในปี 2011-2015 พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยมีทิศทางสดใสมากขึ้น จากอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 13.52 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2005-2010) ขยับเพิ่มขึ้นมามีอัตราการเติบโตร้อยละ 24.50 ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2011-2015)  ทั้งนี้ ประเทศไทยจะสามารถมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยเป็นอันดับ 1 ในปี 2014 (พ.ศ. 2557) ขยับจากอันดับ 3  ในปีปัจจุบัน 2010 (พ.ศ.2553) ที่รองจาก สิงคโปร์ และ UAE  (รายละเอียดดังตารางแนบ)


วัตถุประสงค์ของการจัดงาน Road Show ในครั้งนี้
     1. เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ขายจากประเทศไทยและผู้ซื้อในพื้นที่ตลาดได้พบปะเจรจาธุรกิจกันโดยตรง
     2. เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในกลุ่มผู้ซื้อและผู้ขาย
     3. เพื่อรุกเปิดตลาดเมืองรองใหม่ ๆ
     4. เพื่อสร้างเครือข่ายและสานความสัมพันธ์ระหว่าง ททท. และภาคเอกชน

ลำดับการจัดงานส่งเสริมการขายในพื้นที่ประกอบด้วย
     1. การจัดทำ Seller Briefing ให้แก่ผู้ขายที่เข้าร่วมงานกรุงนิวเดลี เพื่อทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์และหลักสำคัญในการพบปะผู้ซื้อรายใหญ่ (Top 10 buyers)  และการจัดเรียงลำดับในการเข้าพบ
     2. การจัดทำ Table Top โดยกลุ่มผู้ขาย (Sellers) พบกับกลุ่มผู้ซื้อ (Buyers)
     3. การนำเสนอ Thailand Product Briefing โดย สนล. เป็นผู้จัดเตรียมและนำเสนอ
     4. การประกาศให้รางวัล (Lucky draw) ให้กับผู้ซื้อที่เข้าร่วมงาน
     5. จัดเลี้ยงอาหารเย็นและเครื่องดื่ม

ประเด็นคำถามเพื่อประเมินผลการจัดงาน
     นอกจากประเด็นคำถามเพื่อประเมินผลการจัดงานตามวัตถุประสงค์ทั้ง 4 ข้อ ต่อกลุ่มผู้ซื้อและผู้ขายแล้ว ททท.สำนักงานนิวเดลี (สนล.) ยังขอเพิ่มเติมคำถามในแบบสอบถามในเชิงข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ของสำนักงานเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงการดำเนินงาน ในช่วงปี 2554 - 2555 ดังสรุปประเด็นคำถามได้เป็น 4 ส่วนดังต่อไปนี้

กลุ่มผู้ซื้อ  กลุ่มผู้ขาย
ส่วนที่ 1 :  ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลบริษัท  การเคยเข้ามาร่วมงานกับ ททท.มาก่อน ความตั้งใจวางแผนจัดทริปมาประเทศไทย 
ส่วนที่ 1 :  ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลบริษัท  จำนวนผู้ซื้อที่ได้พบปะเจรจาธุรกิจ 
ส่วนที่ 2 : การบรรลุตามวัตถุประสงค์ มี  6 ข้อ คือ
1) การได้รับข้อมูลประเทศไทยในภาพรวม
2) การพบปะกับลูกค้าเก่า
3) การควบคุมการเจรจาต่อรองธุรกิจ
4) การได้พบปะลูกค้าใหม่ๆ
5) การได้รับตัวอย่างรายการเที่ยว/สินค้าราคาพิเศษ
6) การได้รับรู้ข้อมูลสินค้าของประเทศไทยใหม่ๆ 
ส่วนที่ 2 : การบรรลุตามวัตถุประสงค์ มี 8 ข้อ คือ
1) เพิ่มการรับรู้สินค้าและภาพลักษณ์ของบริษัท
2) ต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่
3) สร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับกลุ่มลูกค้า
4) เป็นผู้นำในการสร้างการขายแบบใหม่  
5) ได้รายชื่อผู้ซื้อรายใหม่
6) มีการตกลงซื้อขาย
7) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้ขายด้วยกัน
8) ได้สำรวจตลาดใหม่ ๆ
ส่วนที่ 3 : ความพึงพอใจในการเข้าร่วมงาน
1) ความพึงพอใจในการเจรจาธุรกิจ 5 ข้อ (จำนวนผู้ขาย/ คุณภาพผู้ขาย/ ความสำเร็จของการเจรจาธุรกิจ/ วันและช่วงเวลาของการจัดงาน /และการจัดแบ่งช่วงเวลาสำหรับการเจรจาธุรกิจ)
2) ความพึงพอใจในการบริหารจัดการของ ททท.5 ข้อ (การเชิญและการติดตาม (Follow up) /การจัดส่งข้อมูล/ การนำเสนอ Presentation /การให้บริการของพนักงาน ททท./ และการจัดเตรียมอาหารเครื่องดื่ม)
ส่วนที่ 3 : ความพึงพอใจในการเข้าร่วมงาน
1) ความพึงพอใจในการเจรจาธุรกิจ 5 ข้อ (ความสำเร็จของการทำธุรกิจ / ความคุ้มค่าเงิน/ จำนวนผู้ซื้อรายใหญ่ที่เข้าพบ/ จำนวนผู้ซื้อรายย่อยที่ได้เข้าพบ /วันและเวลาของการจัดการธุรกิจ )
2) ความพึงพอใจในการบริหารจัดการของ ททท. 3 ข้อ (การสมัครและลงทะเบียน / การบริการข้อมูลการตลาด/ และการสร้างเครือข่ายของ ททท. )
ส่วนที่ 4 : คำถามเพิ่มเติมจาก สนล. สอบถามความคิดเห็น ข้อเสนอแนะด้านส่งเสริมการตลาดตามกลยุทธ์ของ ททท. ในช่วงปี 2554-2555 คือ
1) การรับรู้ Brand ประเทศไทย /คู่แข่งของไทย
2) การเข้าร่วมงานส่งเสริมการตลาด
3) การให้ความรู้ จัดอบรมให้แก่ Frontlines Agent
4) เอกสาร สิ่งพิมพ์ ข้อมูลใด ๆ ที่ต้องการเพิ่มจาก สนล. 
ส่วนที่ 4 : คำถามเพิ่มเติมจาก สนล. สอบถามความคิดเห็น ข้อเสนอแนะด้านส่งเสริมการตลาดตามกลยุทธ์ของ ททท. ในช่วงปี 2554-2555 คือ
1) กลุ่มตลาดที่ต้องการให้เจาะตลาดเพิ่มเติมนอกเหนือจาก กลุ่มแต่งงาน/ฮันนีมูน กอล์ฟ เยาวชน สุขภาพ/ความงาม
2) การส่งเสริมการตลาดเฉพาะกลุ่ม
3) การเข้าร่วมงานส่งเสริมการตลาด

วิธีการประมวลผลแบบสอบถาม
     ใช้วิธีการทางสถิติขั้นพื้นฐานผ่าน Excel และ SPSS ในคำตอบทั้ง 4 ส่วน เช่น สัดส่วนร้อยละ การถ่วงค่าน้ำหนักจากการตอบคำถามเป็นช่วง Scale ในเลขลำดับ 1 – 5 คือ เลข 5 บรรลุวัตถุประสงค์และความพึงพอใจมากที่สุด ส่วนเลข 1 บรรลุวัตถุประสงค์น้อยที่สุด หรือมีความพึงพอใจน้อยสุด /ควรที่จะมีการปรับปรุง 

สรุปผลการประเมินการจัดงานจากผู้ประกอบการ
ผู้ซื้อ (Buyers)

ส่วนที่ 1 :  ข้อมูลพื้นฐาน

จำนวนผู้ซื้อที่เข้าร่วมงาน Amazing Thailand Road Show ที่
1) กรุงนิวเดลี จำนวน 98 ราย แยกเป็นบริษัทนำเที่ยว จำนวน 92 ราย และสื่อมวลชน จำนวน 6 ราย
2) เมืองไจปูร์ จำนวน 60 ราย แยกเป็นบริษัทนำเที่ยว จำนวน 59 ราย และสื่อมวลชน จำนวน 1 ราย 

     ทั้งนี้ มีผู้ซื้อจากกรุงนิวเดลี ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถาม จำนวน 80 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 82  ส่วนใหญ่เป็นผู้ซื้อรายเก่าที่เคยเข้าร่วมงานกับ ททท. มาก่อน ในสัดส่วนร้อยละ 71 สำหรับ ผู้ซื้อจากเมืองไจปูร์ ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามจำนวน 17 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่  

 


     หากจำแนกตามกลุ่มตลาด จำนวนผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานทั้งที่กรุงนิวเดลี และเมืองไจปูร์ ส่วนใหญ่จะทำการตลาดกับนักท่องเที่ยวโดยรวมไม่ได้แยกทำเฉพาะกลุ่มเป็นราย Segment

     ผู้ซื้อทั้งหมดที่เข้าร่วมงานมีความตั้งใจว่าจะจัดทริปการท่องเที่ยวมายังประเทศไทยหลังเข้าร่วมงานครั้งนี้

 

จะเห็นได้ว่า กลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามน้อย  ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ
     1. กลุ่มผู้ซื้อจากเมืองไจปูร์ มีการเดินทางเข้ามาร่วมงานล่าช้ากว่ากำหนดการ จึงทำให้มีช่วงเวลาปฏิสัมพันธ์ในงานน้อยกว่างานที่กรุงนิวเดลี จึงมีเวลาในการตอบแบบสอบถามน้อย
     2. ส่วนใหญ่กลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์เป็นกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่  จึงยังไม่คุ้นเคยกับงานในลักษณะเช่นนี้ของ ททท. มากนัก ไม่เหมือนกลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลี จึงให้ความร่วมมือน้อยกว่า  
     3. อาจจะจัดตารางเวลาให้เหมาะสมมากขึ้น  ติดต่อสร้างความคุ้นเคยก่อนล่วงหน้า หรือมีการประกาศเตือนให้เห็นถึงความสำคัญในการตอบแบบสอบถามเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในครั้งต่อไป

ส่วนที่ 2 :  การบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงาน 
     ผู้ซื้อจากกรุงนิวเดลี: กลุ่มผู้ซื้อจากทั้งรายเก่าและรายใหม่ทั้งหมดบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงาน โดยให้คะแนนใน ระดับ "ดีมาก” ทั้งหมด  6 ประเด็น คือ 1) การได้รับข้อมูลประเทศไทยในภาพรวม  2) การพบปะกับลูกค้าเก่า  3) การควบคุมการเจรจาต่อรองธุรกิจ  4) การได้พบปะลูกค้าใหม่  5) การได้รับตัวอย่างรายการ
นำเที่ยว/สินค้าราคาพิเศษ  6) การได้เรียนรู้ข้อมูลสินค้าประเทศไทยใหม่ๆ

     ผู้ซื้อจากเมืองไจปูร์: เนื่องจากจำนวนผู้ตอบแบบสอบจากกลุ่มผู้ซื้อที่เมืองไจปูร์มีจำนวนไม่มาก จึงไม่สามารถจำแนกกลุ่มผู้ซื้อรายเก่าและรายใหม่ได้  สามารถสรุปรวมได้ว่า ผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์บรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงาน ในระดับ “ดีมาก” “จำนวน 5 ข้อ  มีเพียงหัวข้อเดียว คือ การควบคุมการเจรจาต่อรองธุรกิจ ที่ได้คะแนนในระดับ “ดี”

     จะเห็นได้ว่า กลุ่มผู้ซื้อ ที่เข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลีและเมืองไจปูร์ ให้คะแนนในเรื่องการบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงานภาพรวม อยู่ในเกณฑ์ดีมาก เกือบทุกข้อ ยกเว้นการควบคุมการเจรจาต่อรองธุรกิจ โดยเฉพาะที่เมืองไจปูร์ ที่ได้คะแนนในระดับดี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะกลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ซื้อรายใหม่ไม่เข้าใจและชำนาญในการเจรจาธุรกิจเหมือนกลุ่มผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลีที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ซื้อรายเก่า

     ดังนั้น อาจต้องทำความเข้าใจล่วงหน้ามากขึ้น ในกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ เนื่องจากยังไม่เคยเข้าร่วมงานกับ ททท. มาก่อนเพื่อสร้างความคุ้นเคยระหว่างกัน  หรือ ส่งข้อมูลของการจัดงานให้กลุ่มผู้ซื้อรายใหม่บ่อยครั้งกว่ากลุ่มผู้ซื้อรายเก่า  ซึ่งจากงานมีผู้ซื้อบางรายให้คำแนะนำว่า ควรจัดทำตารางส่งเสริมการขายในพื้นที่ตลาดอย่างเป็นประจำ เช่น อาจจะจัดงานในเมืองใหม่ ปีละ 2 ครั้ง ในช่วง 2 ปีแรก ในช่วงต้นปี หรือกลางปี แล้วจึงพิจารณาเหลือปีละ 1 ครั้ง หลังจากที่การซื้อขายได้ติดตลาดแล้ว เป็นต้น เพื่อกลุ่มผู้ประกอบการจะได้มีการเตรียมตัวและวางแผนล่วงหน้า

ส่วนที่ 3 : ความพึงพอใจในการเข้าร่วมงาน มี 2 ส่วน
ผู้ซื้อจากกรุงนิวเดลี:  ผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลี มีความพึงพอใจในการเจรจาธุรกิจ ในคะแนนเฉลี่ยระดับ “ดีมาก” แต่เมื่อแยกพิจารณาแต่ละส่วน พบว่า

     1) ความพึงพอใจในการเจรจาธุรกิจ   
     กลุ่มผู้ซื้อรายเก่า  แม้ว่าส่วนใหญ่จะให้คะแนนความพึงพอใจใน ระดับดีมาก แต่จะมีหัวข้อความสำเร็จของการเจรจาธุรกิจ และการจัดแบ่งช่วงเวลา ได้คะแนนเฉลี่ยเพียงใน “ระดับดี” และสำหรับผู้ซื้อรายใหม่  ให้คะแนนความพึงพอใจ ในการจัดแบ่งช่วงเวลาสำหรับการเจรจาธุรกิจ ใน “ระดับดี” เช่นกัน 

     สำหรับ การแบ่งกลุ่มผู้ซื้อที่ทำการตลาดโดยรวม 
ให้น้ำหนักความพึงพอใจในการเจรจาใน “ระดับดี”  ในหัวข้อ จำนวนผู้ขาย และการจัดแบ่งช่วงเวลาสำหรับการเจรจาธุรกิจ”   ส่วนกลุ่มผู้ซื้อที่ทำการตลาดเฉพาะกลุ่ม  ให้น้ำหนักความพึงพอใจ “ระดับดี”  ในหัวข้อ ความสำเร็จของการเจรจาธุรกิจ และการจัดแบ่งช่วงเวลาสำหรับการเจรจาธุรกิจ ซึ่งใกล้เคียงกัน
จะเห็นได้ว่า หัวข้อที่กลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่ ให้คะแนนความพึงพอใจในการเจรจาธุรกิจต่ำสุด คือ การจัดแบ่งช่วงเวลาสำหรับการเจรจาธุรกิจ และอาจส่งผลต่อความสำเร็จของการเจรจาธุรกิจ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

     1. การประสบปัญหาทางด้านสถานที่ เนื่องจากจำนวนโรงแรมขนาดใหญ่ที่จะสามารถรองรับการจัดงานที่กรุงนิวเดลีมีจำนวนน้อย จึงทำให้แต่ละโรงแรมมีคิวการจัดงานต่อเนื่องกันตลอดเวลา ทำให้ทาง ททท. ไม่สามารถเข้าไปเตรียมการล่วงหน้าได้ 
     2.  กลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ไม่มาตรงต่อเวลา และบางรายไม่มาตามกำหนดการ ทำให้ต้องปรับกระบวนการและตารางเวลาการเจรจา

2) ความพึงพอใจในการบริหารจัดการของ ททท. 
     กลุ่มผู้ซื้อรายเก่า ที่เข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลี  ส่วนใหญ่ให้คะแนนความพึงพอใจในการบริหารจัดการของ ททท. ในระดับ “ดีมาก”  มีเพียงหัวข้อ การเชิญและการติดตาม (Follow Up) ที่ได้คะแนนใน “ระดับดี” ส่วน กลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ ให้คะแนนความพึงพอใจในการบริหารจัดการของ ททท. ในระดับ "ดีมาก” ทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้ซื้อรายเก่าที่เคยเข้าร่วมงานมาก่อน จะมีความคาดหวังมากกว่ากลุ่มผู้ซื้อรายใหม่

     กลุ่มผู้ซื้อที่ทำตลาดโดยรวม  ส่วนใหญ่ให้คะแนนความพึงพอใจในระดับดีมากเช่นกัน มีเพียงการจัดส่งข้อมูล เท่านั้น ที่ได้คะแนนเฉลี่ยใน “ระดับดี”  ส่วนกลุ่มผู้ซื้อที่ทำตลาดเฉพาะกลุ่ม  ส่วนใหญ่ให้คะแนนความพึงพอใจในระดับดีมาก มีเพียงการเชิญและการติดตาม (Follow up) เท่านั้น ที่ได้คะแนนเฉลี่ยใน “ระดับดี” แสดงให้เห็นว่า กลุ่มผู้ซื้อที่ทำตลาดโดยรวม มีความคาดหวังในการได้รับข้อมูลการตลาดมากกว่า  แต่กลุ่มผู้ซื้อที่ทำตลาดกลุ่มเฉพาะ มีความคาดหวังต่อการเชิญและการติดตาม (Follow up) มากกว่า ดังนั้น จึงอาจปรับปรุงการทำงานตามความคาดหวังของแต่ละกลุ่มผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของ ททท.ให้มากขึ้น

     ผู้ซื้อจากเมืองไจปูร์: ผู้ซื้อที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์ ให้คะแนนความพึงพอใจในการเจรจาธุรกิจและการบริหารจัดการของ ททท. ในระดับ “ดีมาก” ทุกประเด็น ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะกลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นรายใหม่  เนื่องจากเป็นเมืองรอง ที่ ททท. เริ่มรุกเปิดตลาด จึงไม่มีความคาดหวังสูง

ส่วนที่ 4 : คำถามเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ซื้อ ที่ สนล. สอบถามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมการตลาดของสำนักงานตามกลยุทธ์การตลาด ในช่วงปี 2554 – 2555

ผู้ขาย (Sellers)
ส่วนที่ 1 :  ข้อมูลพื้นฐาน

จำนวนผู้ขายที่เข้าร่วมงาน Amazing Thailand Road Show ที่
     1) กรุงนิวเดลี จำนวน 43 ราย
     2) เมืองไจปูร์ จำนวน 37 ราย
     จำนวนผู้ขายจากประเทศไทยที่เข้าร่วมงาน ณ กรุงนิวเดลี ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถาม จำนวน 14 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 33  สำหรับ ผู้ขายจากประเทศไทยเข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์ให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถาม จำนวน 3 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8  ซึ่งส่วนใหญ่เคยร่วมงานกับ ททท.มาก่อน จึงให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามค่อนข้างน้อย

 

     จำนวนผู้ซื้อพบผู้ขายเฉลี่ยในงานที่กรุงนิวเดลี มีจำนวน  45 ราย และที่เมืองไจปูร์ มีจำนวน  21 ราย จะเห็นว่า กลุ่มผู้ขาย จากประเทศไทยเข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลีและเมืองไจปูร์ ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจำนวนน้อย ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะ กลุ่มผู้ขายส่วนใหญ่เคยเข้าร่วมงานกับ ททท. มาก่อน และมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี  จึงไม่เห็นความสำคัญในการตอบแบบสอบถาม  ดังนั้น อาจจะต้องบอกเน้นถึงความสำคัญในการตอบแบบสอบถามเพื่อการพัฒนาในครั้งต่อไป

ส่วนที่ 2 :  การบรรลุตามวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงาน 
     ผู้ขายที่เข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลี: กลุ่มผู้ขายที่ให้คะแนนเฉลี่ยการบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงานทั้ง 8 ข้อ อยู่ใน “ระดับดี” แต่หากพิจารณาเป็นรายหัวข้อ พบว่า

     • หัวข้อที่ได้คะแนนในระดับดี มีจำนวน 6  ข้อ  คือ  1) เพิ่มการรับรู้และภาพลักษณ์ของบริษัท  2) ต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่  3) สร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับกลุ่มลูกค้า   4) เป็นผู้นำในการสร้างการขายแบบใหม่ๆ  5) ทำข้อตกลงกับผู้ซื้อ   6) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้ขายด้วยกัน     
     • หัวข้อที่ได้คะแนนในระดับดีมาก มีจำนวน  2  ข้อ  คือ 1) ได้พบปะลูกค้าใหม่ๆ   2) มีการสำรวจตลาดใหม่

ผู้ขายที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์: กลุ่มผู้ขายที่ให้คะแนนเฉลี่ยการบรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมงานทั้ง 8 ข้อ อยู่ใน “ระดับดี” แต่หากพิจารณาเป็นรายหัวข้อ พบว่า

     • หัวข้อที่ได้คะแนนในระดับดี มีจำนวน  4 ข้อ คือ 1) เพิ่มการรับรู้และภาพลักษณ์ของบริษัท  2) ต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่  3) สร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับกลุ่มลูกค้า   4) ได้มีการสำรวจตลาดใหม่   
     • หัวข้อที่ได้คะแนนในระดับปานกลาง มีจำนวน 4 ข้อ เช่นกัน  คือ 1) เป็นผู้นำในการสร้างการขายแบบใหม่ๆ  2) ได้พบปะผู้ซื้อรายใหม่   3) มีข้อตกลงกับผู้ซื้อ  4) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้ขายด้วยกัน     

จะเห็นว่า กลุ่มผู้ขาย จากประเทศไทยที่เดินทางเข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลีและเมืองไจปูร์
     1. ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจำนวนน้อย และส่วนใหญ่ให้คะแนนอยู่ในระดับปานกลาง-ดี อาจเป็นเพราะผู้ขายส่วนใหญ่เคยเข้าร่วมงานและมีความคุ้นเคย การเข้าร่วมงานจึงไม่ได้เหนือความคาดหมาย
     2. กลุ่มหัวข้อที่ได้คะแนนในระดับดีมาก คือ หัวข้อทางด้านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และการได้สำรวจตลาด มากกว่าการเดินทางเพื่อเจรจาธุรกิจในพื้นที่ตลาดให้สัมฤทธิ์ผลในการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขาย
     3. ดังนั้น หาก สนง.ต้องการวัดผลความสำเร็จในเชิงการเจรจาธุรกิจจากการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขาย อาจจะไม่ได้รับผลลัพธ์ที่สำเร็จเป็นไปตามวัตถุประสงค์

ส่วนที่ 3 : ความพึงพอใจในการเข้าร่วมงาน
     ผู้ขายที่เข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลี: กลุ่มผู้ขาย  ให้คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจในการเข้าร่วมงานทั้ง 8 ข้อ ใน “ระดับดี” แยกเป็น

     1) ความพึงพอใจในการเจรจาธุรกิจ   มีจำนวน 5 ข้อ  ได้คะแนนเฉลี่ยใน “ระดับดี” จำนวน 3 ข้อ  คือ 1) ความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจ  2) ความคุ้มค่าเงิน  3) จำนวนผู้ซื้อรายย่อยที่ได้เข้าพบ   และได้คะแนนเฉลี่ยใน “ระดับปานกลาง” จำนวน  2  ข้อ คือ 1) จำนวนผู้ซื้อรายใหญ่ที่เข้าพบ  2)  วันและเวลาของการจัดการธุรกิจ   

     2) ความพึงพอใจในการบริหารจัดการของ ททท.  ได้คะแนนเฉลี่ยในระดับ “ดี”  ทั้งหมด 3  ข้อ

     จะเห็นว่า กลุ่มผู้ขาย จากประเทศไทยที่เดินทางเข้าร่วมงานที่กรุงนิวเดลีและเมืองไจปูร์ ให้คะแนนเฉลี่ยต่ำสุดในหัวข้อ จำนวนผู้ซื้อรายใหญ่ที่ได้เข้าพบ และ วัน/เวลาของการจัดการธุรกิจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ค่อนข้างจะไปในทิศทางเดียวกับจุดบกพร่องของ Top Buyers และสถานที่จัดงานที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น

     ผู้ขายที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์: กลุ่มผู้ขายที่เข้าร่วมงานที่เมืองไจปูร์ มีความพึงพอใจในการเข้าร่วมงานทั้ง 8 ข้อ อยู่ในคะแนน “ระดับปานกลาง” ทั้งในเชิงการเจรจาธุรกิจ และการบริหารจัดการของ ททท. ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะเป็นกลุ่มที่เคยเข้าร่วมงานเป็นประจำกับ ททท. จึงให้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางไม่ได้เหนือความคาดหมาย

ส่วนที่ 4 : คำถามเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ขาย จาก สนล. ต้องการสอบถามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการส่งเสริมการตลาดของสำนักงานตามกลยุทธ์ตลาดการท่องเที่ยว ในช่วงปี 2554-2555

 


 

เรียบเรียง : สิรินาถ นุชัยเหล็ก