โรงแรมแห่งอนาคต (Hotel of the Future)
โดย Mr. Ari Bjorkqvist  (Haaga – Helia University of Applied Sciences)

     โรงแรม  ไม่ได้มีความหมายเพียงสถานที่พักแรมของนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางที่ตั้งอยู่ ณ แห่งใดแห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วยเช่น โรงแรมบนเรือสำราญ ยานอวกาศ บอลลูนที่ล่องลอยไปบนฟ้า ขบวนรถไฟที่มีห้องพักแรมเมื่อเดินทางไกล รีสอร์ทกลางทะเล

 

     โรงแรมมีรูปแบบใหม่ๆเพิ่มขึ้นมากมายเปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาของเทคโนโลยีและตามความต้องการของลูกค้าเช่น HIP Hotel , Travelodge container hotel ซึ่งใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาทำเป็นห้องพัก

 

 Travelodge container hotel

 

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า
     - ลูกค้าที่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางและต้องการความรวดเร็ว
     - ความภักดีของลูกค้าลดลง
     - ต้องการความบันเทิงในเวลาที่จำกัด
     - มีความต้องการสูง (Demanding)
     - มีประสบการณ์ (Experienced)
     - ไม่อดทน (เวลาเป็นสิ่งสำคัญ)
     - ไม่อาจคาดเดาได้ (Unpredictable)
     - เป็นปัจเจกบุคคลในฝูงชน (Individual in a herd of humans)
     - มีมาตรฐานชีวิตสูงและมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกในบ้าน
     - มีฐานะที่ดี
     - มีความตั้งใจและสามารถที่จะใช้เงินเพื่อตัวเอง
     - มีความตั้งใจที่จะปรนเปรอตนเองและผู้อื่น
     - มีความตั้งใจที่จะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ง่ายและรวดเร็ว
     - มีความใคร่รู้เรื่องเทคโนโลยีหรือชอบธรรมชาติ หรืออาจ เป็นทั้งสองอย่าง

     การให้บริการของโรงแรมจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปจากสิ่งที่เหมือนกัน (uniformity) ไปสู่การออกแบบที่เฉพาะตัวมีความแตกต่าง

ธุรกิจบริการขายอะไร
     สิ่งที่ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรมและภัตตาคารขายคือความพึงพอใจในการใช้บริการแต่ละครั้ง (One Time Satisfaction)

สิ่งที่ลูกค้าต้องการมีลำดับชั้นตามทฤษฎีของมาสโลว์

     - ลูกค้าต้องการซื้อความสุข การตอบสนองความต้องการส่วนบุคคล ความง่าย ความเร็ว ความผ่อนคลาย ความเอาใจใส่
     - คาดหวังที่ลูกค้ามีก่อนใช้บริการ ความทรงจำจากการเข้าพักแรมเมื่อความต้องการส่วนบุคคลได้รับการตอบสนอง และการเชิญชวนให้กลับมาใช้บริการ รวมทั้งการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า การบริการในอนาคตและลูกค้าในอนาคต

วิธีการสร้างอนาคต
     1. โดยวิธีใช้หลักฐานที่ผ่านมาเป็นพื้นฐาน เช่น ข้อเท็จจริง ข้อมูล โมเดลทางวิทยาศาสตร์ การทบทวนวรรณกรรม ตัวชี้วัดต่างๆ
     2. วิธีการที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นฐาน เช่น จิตนการ นวนิยายวิทยาศาสตร์ Simulation games
     3. วิธีการของผู้เชี่ยวชาญ , Panels , Scenarios
     4. วิธีการแบ่งปันความรู้ การประชุม การทดลองเชิงความคิด การสำรวจ

     ในอนาคตสิ่งที่จำเป็นคือความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างโรงแรม โดยยกกรณีศึกษาโครงการ Hotel of Tomorrow ของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมีการกำหนด 10 Trends  10 Visions ไว้ดังนี้

     1. Experience Economy เน้นการขายประสบการณ์ที่น่าประทับใจเช่น ห้องพักในโรงแรมกลางเมืองแต่มีวิวเป็นทะเลหรือป่าเขา
     2. Nanotechnology  ถูกนำมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด
     3. Generation P    คนรุ่นใหม่จะมีความต้องการเฉพาะตัวเพิ่มขึ้นและในปี 2015 โรงแรมไม่จำเป็นต้องให้แขกลงทะเบียนเข้าพัก (check-in) โรงแรมก็รู้ข้อมูลของลูกค้า
     4. Robotics  ในปี 2020 จะมีการนำหุ่นยนต์มาช่วยทำงาน routine ในโรงแรม
     5. Creative Commerce   การเสนอขายอย่างสร้างสรรค์ เช่นการให้ทดลองสินค้า
     6. Biotechnology   การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ จะถูกนำมาใช้ในธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น
     7. Solar  Power  ในปี 2020 พลังงานจากแสงอาทิตย์จะเป็นสิ่งที่นำมาใช้จริงในชีวิตประจำวัน
     8. Total Connectivity ในอนาคตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะถูกซ่อนไว้ในทุกที่โดยเราอาจมองไม่เห็น แต่มันเชื่อมต่อทุกอย่างไว้ตลอดเวลา และมีช่องทางในการเรียกดูข้อมูลในทุกที่ (เช่นระหว่างที่เราเดินทางไปทำธุรกิจก็ยังสามารถทานอาหารพร้อมกับครอบครัวได้โดยเห็นหน้ากัน)
     9. Effortless Interfaces  ในปี 2020 การสั่งงานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อาจใช้เพียง เสียงสั่งการ มีผู้ช่วยเสมือน (virtual assistant) ที่ช่วยกู้และจัดหาข้อมูลให้รวมทั้งจะมี digital paper ในปี 2020
     10. Private Space Travel  ในอนาคตการเดินทางท่องเที่ยวในอวกาศจะเป็นการเดินทางส่วนตัว

ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยวเกิดขึ้น

     Powerpack หรือกระเป๋าเดินทางที่สามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าได้ขณะที่ถูกลาก และใช้เป็นที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือได้
  

    

     Living wall หรือผนังที่ดูเป็นธรรมชาติ

     H.O.T Bed หรือ เตียงในห้องพักโรงแรมที่สามารถดัดแปลงให้ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น โต๊ะทำงาน โต๊ะเขียนแบบ หรือยกเก็บได้เพื่อให้เกิดพื้นที่ว่าง


               

      Zoomroom  หรือห้องพักที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าและรีโมตคอนโทรลในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามความต้องการใช้งาน (www.zoom-room.com)

 

 โครงการ Finnish Hotel of Tomorrow (FHOT)

 

     เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2007 ทำขึ้นเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่อุตสาหกรรมโรงแรม และเป็นห้องทดลองสำหรับนักเรียนด้านการโรงแรม โดยมีการสร้างแนวคิดเป็น 2 ด้าน

     จากแนวคิดดังกล่าวเชื่อว่าผู้เข้าพักแรมร้อยละ 92 คาดหวังให้การเข้าพักของเขาจะถูกทำให้เป็นส่วนตัวตามรายการที่เลือกไว้ ณ เวลาที่ทำการจองหรือก่อนที่จะเดินทางมาถึง

     มีการระดมสมองเพื่อสร้างแนวคิดใหม่ๆ โดยผู้เกี่ยวข้อง แนวคิดใหม่ที่เกิดขึ้นเช่น การจัดหาอุปกรณ์ในโรงแรมที่เป็น Individual Guest Technology , Connection to Nature ห้องพักแบบ Experience Suite ที่มีอุปกรณ์เช่น หมอนดนตรี (Pillow Music) , Media Cube (ตู้สื่อสาร) , Flex Bed (เตียงปรับได้), Flex Sofa (โซฟาปรับได้) Video room Number (วีดีโอบอกเลขห้อง) Weather Wall (ป้ายพยากรณ์อากาศบนผนัง)

     เกิดแนวคิดที่จะทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้ โดยห้องพักจะสร้างจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนเช่นพื้นไม้ไผ่ หลอดไฟสลัววัตต์ต่ำ และหักเงินร้อยละ 1 จากผลกำไรไปใช้เพื่อปลูกต้นไม้ในฟินแลนด์และที่อื่นๆ ทั่วโลก

     ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่จะนำมาใช้ใน Green Room เช่น Living Wall ซึ่งทำจากพืชที่สามารถเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นออกซิเจนได้ Self-repairing nano fabric ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 10-15 ปีข้างหน้า เป็นผ้าที่มี nanobots ผสมอยู่ในเส้นใยและสามารถซ่อมแซมส่วนที่ขาดได้เอง , Crowd farming floor คือพื้นห้องที่สามารถเปลี่ยนแปลงแรงกดจากการเหยียบย่ำให้เป็นพลังงานไฟฟ้าใช้กับหลอดไฟในห้อง , กระเป๋าแบบลากที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ขณะที่มันถูกลาก , Solar Panel Lighting หรือหลอดไฟที่ใช้แผงรับแสงอาทิตย์เป็นตัวผลิตแสงไฟ และมีการออกแบบตกแต่งห้องนอนโดยใช้โทนสีธรรมชาติ

     Try + Advertising = Tryvertising เป็นการโฆษณาโดยใช้วิธีการให้ลูกค้าทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ในโรงแรม

     การสร้างความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ (Connection to nature) จะต้องแสดงความห่วงใยโลก และต้องทำให้การออกแบบมีความสอดคล้องกับธรรมชาติ ทำให้ลูกค้านึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับธรรมชาติและห้องพักต้องบ่งบอกค่านิยมเฉพาะตัวของลูกค้าตามสิ่งที่เขาเลือก

     

     Individual Guest Technology จะเป็นเทคโนโลยีสร้างความเฉพาะตัวแก่ลูกค้าตามประสบการณ์ที่ลูกค้าต้องการ ห้องพักจะทำความรู้จักกับผู้เข้าพักได้และเรียนรู้ข้อมูลของลูกค้าโดยลูกค้าสั่งการตามความปรารถนาของตน

     ปัจจุบันโครงการ FHOT ได้รับแนวคิดใหม่ๆจาก Feedback ของผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม ลูกค้า คู่ค้า(จากการทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ) มหาวิทยาลัยที่เป็นพันธมิตร (จากงานวิจัยเกี่ยวกับลักษณะต่างๆของห้องพัก) และจากงานวิจัยของนักศึกษา และต่อไปจะให้มีการพัฒนาแนวคิดบนเว็บผ่าน Social Media ที่ทุกคนสามารถเป็นผู้พัฒนาแนวคิดได้ เป็นการใช้พลังฝูงชนจากเครือข่ายออนไลน์ (Crowd Sourcing)

     นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับโรงแรมสำหรับการจัดประชุมในอนาคต (The Conference Hotel of Tomorrow – CHot) ซึ่งจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เหมาะสมกับการจัดประชุมสัมมนาโดยเฉพาะ โดยผู้บรรยายยกตัวอย่างอุปกรณ์ไฮเทคที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Minority Report

 การก่อร่างสร้างอนาคต (Building the Future)

                     อนาคตระยะสั้น                       อนาคตระยะยาว
 - มีความเป็นรูปธรรม    -  มุมมองระยะยาว
- คงอยู่และจะอยู่ได้ในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้า   -  ใช้การมองแบบ Scenarios
- เป็นเศรษฐกิจเชิงประสบการณ์               -  เป็นการสร้างวิสัยทัศน์
- มีรูปแบบนำสมัยแต่เป็นที่ยอมรับ (MAYA Principle) - Crowd  sourcing
- มีความคิดสร้างสรรค์                - ความจริงเสมือน ( Virtual reality )
- ธุรกิจมีความทันสมัยและน่าสนใจ  

ประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง

     1) เราต้องรู้จักลูกค้า และสร้างบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
     2) จะต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการคิดผลิตภัณฑ์ (Co – creation) ทั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม ลูกค้า และ พนักงาน
     3)  การสร้างอนาคตต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว

Potential implications on tourism -  Shell energy scenario to 2050
โดย Dr. Katharina Gruenberg (Lead Econometrician, Shell International BV) 

     Scenarios คือ การมองอนาคตโดยใช้ความจริงในปัจจุบันเป็นพื้นฐานและมีแนวทางที่หลากหลาย เพื่อก้าวไปสู่อนาคต จึงต้องมองอนาคตแบบมีทางเลือกหลายทางตามแต่สถานการณ์ ซึ่งแตกต่างจากการคาดการณ์ (Forecast) ซึ่งมองอนาคตเพียงภาพเดียว

 

 ทำไมจึงต้องใช้  Scenarios?
     - เป็นการมองอนาคตระยะยาวเกินกว่าจะสามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้
     - มีมุมมองของผู้คนในวงกว้าง
     - มีรูปแบบความคิดและสมมุติฐานที่ท้าทาย
     - มีการสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกัน
     - เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบาย
     - มีการพัฒนากลยุทธ์และทดสอบแผน
     - กำหนดความเสี่ยงและโอกาส
     - มีการตั้งคำถาม “What if” (ถ้า.....) โดยไม่จำเป็นต้องให้คำตอบ
     - แต่ไม่เหมือนกับการคาดการณ์หรือการพยากรณ์

ความท้าทายในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงของลักษณะภูมิประเทศ

     - มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นขั้นตอนในการใช้พลังงานโดยประชากรโลกที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นและร่ำรวยขึ้น
     - พลังงานจากแหล่งพลังงานแบบเดิมถูกนำมาใช้มากจนนำไปสู่ความตึงเครียด
     - เกิดความตึงเครียดด้านสิ่งแวดล้อม เช่นคาร์บอนไดออกไซด์และความตึงเครียดจากเรื่องน้ำ อาหาร และที่ดิน
 
ประชากรมีอายุสูงขึ้น
     - ประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีจะมีสัดส่วนสูงกว่าร้อยละ 30 ในปี 2050 ขณะที่ในประเทศด้อยพัฒนามีประชากรดังกล่าวประมาณร้อยละ 20

สัญญาณต่างๆ ที่เกิดขึ้น
     - การเพิ่มความเข้มข้นของวงจรเศรษฐกิจและจุดสิ้นสุดของ “ยุคที่เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและมั่นคง” (the great moderation)
     - ความไม่มั่นคงทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น
     - การได้ก้าวสู่ “ยุคของการเปลี่ยนผ่านที่ไม่มีความแน่นอน” ซึ่งมีองค์ประกอบคือ
     - การเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์ที่มีนัยสำคัญ – เปลี่ยนเข้าสู่สังคมเมือง
     - การสร้างมติเอกฉันท์ทางการเมืองใหม่ – เป็นโลกของ mini – lateral
     - มีการกำหนดของขอบเขตของโลกใหม่

สัญญาณการเปลี่ยนแปลง
     - เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรศาสตร์ที่สำคัญต่อความเปราะบางทางสังคม
     - การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกที่เกิดขึ้นนำไปสู่ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นด้วย เช่น น้ำท่วม ฝนตกหนัก ดินถล่ม และความแห้งแล้ง
     - เหตุการณ์ความยุ่งเหยิงขั้นสูงสุด เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด การปฏิรูปทางการเมือง ที่ค่อนข้างเกิดขึ้นน้อยในอดีต มีแนวโน้มจะเกิดบ่อยครั้งขึ้นในอนาคต
     - การเชื่อมโยงกันทั่วโลกประกอบกับการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ดำเนินไปทำให้เหตุการณ์และความเสี่ยงเหล่านี้เผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดวิกฤตต่อความมั่นของทรัพยากร

สัญญาณทางเศรษฐกิจ
     - สิ้นสุด “ยุคที่เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและมั่นคง” (the great moderation)
     - ปัญหาหนี้สาธารณะคู่ขนานที่ยุโรปและสหรัฐฯต้องเผชิญเป็นเพียงมิติเดียวของความเสี่ยงด้านโครงสร้างทางการเงินในปัจจุบันที่เกิดขึ้นในเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว

โลกที่มีความเป็นเมืองมากขึ้น
     - ความเป็นเมืองเป็นแนวโน้มที่สำคัญในอนาคต โดยเรากำลังผ่านช่วงเวลาที่ประชากรโลกซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองถึงร้อยละ 50  และภายในปี 2050 จะมีประชากรในสังคมเมืองสูงถึงร้อยละ 75
     - ประชากรอีก 2.5 พันล้านคนจะกลายเป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองภายในปี 2050
     - เงินลงทุนจำนวนมหาศาลจะถูกใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในเมืองเหล่านี้

แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตจะเป็นอย่างไร
     - Urban short breaks? จะเป็นการท่องเที่ยวในเมืองหรือการท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ล้ำสมัยเช่น โรงแรมใต้ทะเลในดูไบ ท่องเที่ยวในอวกาศ (Further than ever) หรือการหวนคืนสู่ธรรมชาติ

ความเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม
     - ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา เช่น ความหลากหลายในนโยบายด้านคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นความยั่งยืนทางการเมือง
     - การล่มสลายของเมืองที่ประสบภัยพิบัติซึ่งต้องทำให้สาธารณะตระหนักถึงความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
     - การกำหนดขอบเขตการทำงานในโลกใหม่เพื่อเน้นระบบนิเวศและเชื่อมโยงกับทรัพยากร น้ำ อาหาร และ พลังงาน

Tourism Footprint
     - ถ้าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกถูกนำเสนอในฐานะประเทศ จะมีการใช้ทรัพยากรในระดับเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วในซีกโลกเหนือหนึ่งประเทศ
     - นักท่องเที่ยวทั้งระหว่างประเทศ และ ภายในประเทศใช้พลังงานร้อยละ 80  ของพลังงานพื้นฐานที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่นในแต่ละปี (5,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง/ปี)
     - นักท่องเที่ยวโดยรวมสร้างขยะปริมาณเท่ากับขยะจากประเทศฝรั่งเศส (35 ล้านตันต่อปี)
     - และนักท่องเที่ยวบริโภคน้ำสะอาดใน 1 ปีเป็นปริมาณ 3 เท่าของน้ำในทะเลสาบสุพีเรียระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา
     - การท่องเที่ยวมีส่วนรับผิดชอบต่อการเกิดภาวะเรือนกระจกของโลกประมาณร้อยละ 5

อ่านบทความ ตอนแรก คลิกที่นี่


เรียบเรียง : โศรยา หอมชื่น