Tourism Talk เป็นกิจกรรมการสนทนาวงเล็กๆ ใน ททท.  โดยนำประเด็นที่น่า talk หรือประเด็นที่เป็น talk of the town มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยน และผลจากการพูดคุย น่าจะนำมาสู่การเปิดประเด็นเพื่อเปิดพื้นที่การทำงานด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้น

     Tourism Talk   ครั้งนี้ ททท. เชิญคุณชาติฉกาจ ไวกวี พิธีกรรายการ Around me  รายการสารคดีท่องเที่ยวที่นำเสนอเรื่องปกติในสังคมไทย แต่เมื่อแพร่ภาพสู่สาธารณะ ความปกติดังกล่าว ก็กลายเป็นเรื่องอปกติขึ้นมาทันที เมื่อเป็นเรื่อง อปกติ จึงเป็นเหตุที่มาของ ยอดผู้เข้าชมที่มากเกินคาด เกิดประเด็น talk กันอย่างมากในโลกออนไลน์

 

     การสนทนา ในครั้งนี้ นอกจากคุณชาติฉกาจ ไวกวี หรือ คุณแอ๊ะ Around me แล้ว ยังมีผู้ร่วมสนทนาอีก 2 ท่าน คือ คุณกฤษณะ  แก้วธำรงค์ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่โฆษณาต่างประเทศ และคุณกุลปราโมทย์  วรรณเลิศผู้อำนวยการกองส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว โดยมีคุณยุวดี นิรัตน์ตระกูล บรรณาธิการ e TAT Tourism Journal เป็นผู้ชวนสนทนา

ยุวดี :         ที่มา แรงบันดาลใจ ของการผลิตรายการ Around me

ชาติฉกาจ : โดยอาชีพหลัก ผมเป็นผู้กำกับหนังโฆษณา เป็นอาจารย์หัวหน้าภาค (วิชานิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยนานาชาติ  
                 สแตมป์ฟอร์ด หัวหิน) ตอนนี้เรียนด็อกเตอร์  ผมเริ่มสนใจความเป็นไทย ตอนเรียนปริญญาโท และได้ทุนไปอยู่   
                 อังกฤษ  ได้เริ่มทำงานไทยๆ เพราะเห็นว่าเรื่องความเป็นไทย มันเจ๋งที่สุดแล้ว   ผมเริ่มถ่ายรูปความเป็นไทย 
                 และจัดแสดงผลงาน ในชื่อ “สวัสดี”  และ “สวัสดี” ของผม เป็นการล้อเลียนความเป็นไทย ผมไม่ได้พูดถึง ต้มยำ
                 กุ้ง ห่มสไบ แต่ ผมถ่ายรูปผู้หญิงโสเภณี ถ่ายพัฒน์พงศ์ นี่คือ สิ่งที่คนไทยไม่กล้าพูดกับชาวโลก คนไทยเป็น
                 ประเภทปากว่าตาขยิบ แต่คนในโลกเขารู้หมดแล้ว

                 เมื่อกลับมาเรื่องงาน สำหรับ Around me ผมคิดว่าจะทำสารคดี ไม่ได้คิดว่าต้องเป็นสารคดีท่องเที่ยว  เทปแรก
                 (บางแสน ScanGuys) ผมไปบางแสน เพราะผมอยากรู้ว่า คนเราลองเที่ยวที่ที่ไม่ยิ่งใหญ่ เที่ยวแบบคนธรรมดาๆ
                 เทปแรกมีคนเข้าดูประมาณแสนกว่าคน ซึ่งผมคิดว่า น่าจะมีแค่ 200-300 คน ที่เป็นลูกศิษย์ผม

                 ก่อนเป็น Around me ผมชอบรายการ คน ค้น คน   และรายการ คน ค้น คน เป็นรายการดีที่ดูยาก เพราะว่า มัน
                 ไม่สนุก พิธีกรไม่เท่ห์ แล้วผมก็ต้องมาดูชีวิตคนตกยาก  ดูแล้วน้ำตาไหล ผมลองมาคิดว่า เราก็มีเรื่องอย่างนี้จะ
                 เล่า และมันสนุกได้ ใช้ดนตรีที่สนุก ใช้แฟชั่น มีการตัดต่อที่ดูเหมือนมิวสิควิดีโอ ผมแค่คิดว่า เรื่องเดิมทั้งหมดเลย
                 แต่แค่เปลี่ยนวิธีนำเสนอ

                 รายการ Around me ไม่ได้พูดเรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่พูดเรื่องจิตวิญญาณการเป็นคนไทย ผม
                 ว่า นี่แหละ
ที่ชาวต่างชาติสนใจ  รายการผม พูดเรื่อง ความดี เทปแรก คือ บางแสน ScanGuys  ผมพาไป
                 บางแสน เด็กสแกน อยากให้นึกถึงเด็กที่เช่ารถสองแถวไปบางแสน ย้อมผมเป็นสีทอง ผมอยากรู้จักเขา ก็เลย
                 ไปบางแสนแล้วไปถามเขาว่า เฮ้ย แกเป็นใครวะ แล้วเขาก็อธิบายว่า เขาไม่ใช่เด็กแว๊นท์  เด็กแว๊นท์ขี่มอเตอร์
                 ไซค์ แต่เขาแค่แต่งตัว มันส์ มันส์ แล้วเสาร์-อาทิตย์ ย้อมผม
                                 
                 กับเด็กสแกน ผมไปทำความรู้จัก ไปเข้าใจ ผมไม่ได้มองเขาเป็นขยะสังคม มันก็ไม่ต่างกับเด็กฮิบฮอบ เด็กชอบ
                 ดนตรีร็อค เด็กชอบเกาหลี ทุกคนรับกากของต่างประเทศ เราเป็นเด็กไทยที่ไม่ได้รับการยอมรับ เพราะเราไม่
                 เหมือนชาวต่างชาติ เราเป็นตัวของเราเองแล้วเราผิดเหรอ

                 สิ่งที่ผมเปรียบเปรย คือ คนที่ไปบางแสน ส่วนใหญ่เป็นคนจน คือคนที่เสาร์-อาทิตย์ว่าง เขาไม่มีเวลาซื้อตั๋ว
                 หรอก ความสุขมันไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่มันอยู่ที่ระหว่างทางที่ไป  ระหว่างเพื่อน

                 เทปที่สอง คือ Around me แถวนี้แม่ม....  ผมพาไปเที่ยวซ่อง เทปที่สาม กิน เที่ยว เปรี้ยวตีน พาไป
                 อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่เขาคอรัปชั่นสุดๆ เทปล่าสุด ที่ออกตอนนี้ (ปลายเดือนพฤษภาคม 2555) คือ ผมพา
                 ไปเที่ยวสงกรานต์ที่เกาะช้าง พูดเรื่องง่ายๆ และสอดแทรกความเป็นมนุษย์เข้าไป เช่น ทำไมนักการเมืองถึงโลภ
                 รวยแล้วไม่ยอมเลิก ท้ายสุด ก็ตายเหมือนกัน ผมสร้างบทสนทนาแบบนี้ในรายการ คนดูถึงอิน

                 ตอนออกอากาศครั้งแรก คนก็จะไปดู 3-4 หมื่น  ผมก็งง แต่ไม่ได้งง เพราะเราเจ๋ง แต่ว่าตอนนี้คนฉลาดขึ้น คนรับ
                 รู้ความจริง คนต้องการดูความจริง ไม่ใช่มานั่งพับเพียบเรียบร้อย เพราะเราไม่ได้พับเพียบเรียบร้อยตลอดเวลา

ยุวดี :         รายการ Around me มัน dark เกินไปมั๊ย ?

ชาติฉกาจ :  ผมว่า ไม่ ล่าสุดรายการผม ติดเรท 18 + แล้ว ผมเลยเขียนไปบอกว่า คนปากว่า ตาขยิบ ห้ามดู ไปดูรายการอื่น

ยุวดี :          ลองคุยเรื่องซ่อง ของคู่บ้าน คู่เมือง คุณแอ๊ะมองซ่องอย่างไร มิติไหน อยากบอกอะไรคนดู

ชาติฉกาจ :  กรณีเรื่อง ซ่อง ผมไม่ได้พูดว่า ซ่องดีหรือไม่ดี ผมพูดว่า ซ่อง ต้องถูกจัดการ เรื่องโสเภณีต้องจัดการให้ถูกต้อง
                 ตามกฎหมาย เมื่อเอาโสเภณีมาไว้ในซอย แล้วมีเด็ก มีโรงเจ มีโรงเรียน มันไม่ดี ถ้าคุณมีอิทธิพล คุณต้องมี
                 จรรยาบรรณด้วย ผมบอกว่า สงสัยตำรวจแถวนั้น คงไม่ว่างรู้มั้ง

                  น่าจะมีอีกเรื่องหนึ่ง คือ ด้วยความที่ผมเป็นครู ผมจึงใส่เรื่องจิตวิญญาณ สมมติว่า ถ้าคุณกำจัดซ่องราคา 800 
                  บาท แล้วคนเป็นแท๊กซี่ เป็นสิบล้อจะไปไหน จะมีเหตุการณ์ข่มขืนขึ้น เพราะเขาไม่สามารถจะไปใช้บริการซ่อง
                  ไฮโซได้ เรื่อง ซ่อง ผมพูดได้ว่า นรกกับสวรรค์มันเป็นที่เดียวกัน

กุลปราโมทย์ : เรื่องซ่อง ที่ไหนก็มี ที่ประเทศไหนก็มี แต่เขาคุม ไม่ใช่ว่า ที่ถนนนี้ก็ใช่ ที่ถนนไหนก็มี ใกล้วัดก็ได้ ต้องยอม
                    รับว่า ในเมืองหนึ่งที่มันต้องมี ก็มีได้ แต่ต้องถูกควบคุมดูแล

กฤษณะ :       รายการ Around me ต้องดูดีๆ ต้องดูอย่างตั้งใจ เพราะหากดูผิวเผิน ก็จะไม่เข้าใจสารที่ผู้จัด หรือ ผู้ทำ
                    รายการจะบอก จะ educate คนดู หรือ จะถามผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

ชาติฉกาจ :     ผมว่า รายการผม ผมมีชั้นเชิงในการนำเสนอ คนยุคใหม่มันไม่ชอบกินยา มันชอบกินลูกอม ยามันขม ลูกอม
                    มันหวาน ผมก็เลยเอาขนมหวานๆไปเคลือบยาเท่านั้นเอง เพราะว่าเด็กรุ่นใหม่ มันชอบความมัน ความฮา 
                    ความดิบ พอมันดูๆจนมันอินปุ๊บ เราก็ตบด้วยยา รักษาโรคดีๆ มันซึม  

ฟรี ทีวี .. ของแถม ที่ไม่อยากได้

ยุวดี :          ถ้าพูดเรื่องยาขม ขนมหวาน นี่ ต้องขอความเห็นต่อเรื่อง ฟรี ทีวี ในปัจจุบัน

ชาติฉกาจ :   คนทั่วไปตอนนี้ เริ่มปฏิเสธฟรีทีวีแล้ว คนเริ่มหนีไปดูเคเบิล เช่น travel channel เผอิญผมมีโอกาสทำรี
                  เสิร์ชเรื่อง ผู้เสพสื่อยุคใหม่  ทิศทางของสื่อยุคใหม่ พบว่า ผู้บริโภคปฏิเสธฟรีทีวี กลับหันมาให้ความสนใจสื่อที่
                  เป็นเคเบิลทีวี

กฤษณะ :     ฟรีทีวี บ้านเรา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องมอมเมา พระเอกไม่ต้องทำงาน จีบหญิงทุกวัน สิ่งเหล่านี้มันมีอิทธิพลที่จะ
                  หล่อหลอมคนในสังคมให้มีคุณภาพ หรือด้อยคุณภาพ 

ว่าด้วย Street Culture / Sub Culture

ยุวดี :           Street culture และ Sub culture มีบทบาทอย่างไรในวงการท่องเที่ยวปัจจุบัน

ชาติฉกาจ :    เพื่อนๆ ผมที่เป็นชาวต่างชาติ เขาชอบ street culture ตอนนี้ มันไม่ใช่ ต้มข่าไก่ แล้ว แต่เป็น ผัดไทยข้าว
                   สาร หรือเป็น Full moon เขาก็ไม่ได้พูดถึงยาเสพติด แต่เขาพูดถึง freedom ฝรั่งสนใจสีสันที่อยู่ในประเทศเรา
                   เราส่งสีทองขรึมออกไป และบอกว่า Exotic แต่พอฝรั่งมา เขาสนใจกุมารทอง  หรือ ผ้าเจ็ดสี ที่เรามองข้าม
                   มันไปหมดแล้ว

                   วิธีการโปรโมทการท่องเที่ยว ในมุมมองผม ผมว่า มันง่ายมาก เพียงแค่เราเอาความจริงที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ นำ
                   ออกไปให้เขาเห็น คือ ตอนนี้ภาพที่ออกไป มันเป็นภาพที่อยากเป็นฝรั่ง บ้านเขามีอยู่แล้ว เขาจะมาหาเรา
                   ทำไม 

                   ในแง่ศิลปินไทยที่ไปต่างประเทศ ก็ใช้ความเป็นไทย ศิลปินไทยเอากระถางราคา 20 บาท ที่วางขายตาม
                   งานวัด ไปโชว์ ฝรั่งฮือฮา ฝรั่งชอบ

กุลปราโมทย์ : ตอนนี้รูปแบบการท่องเที่ยวที่พาคนไปทำนา มาแรง  รายการท่องเที่ยวแบบพื้นบ้าน ก็ถูกบรรจุอยู่ในรายการ
                    นำเที่ยว มาดูความเป็นอยู่ ก็มีมากขึ้น มีหลายระดับ วัฒนธรรมไทยแท้ๆ ก็ถูกใช้เป็นกิจกรรมท่องเที่ยว ตอนนี้
                    มีปริมาณเพิ่มมาก มันจะเป็นกระแสหลัก หรือไม่ ไม่แน่ใจ แต่มันมีจำนวนมากขึ้น  

                    รายการ salt road ถนนเกลือ นาเกลือ ไปดู แวะเที่ยว ไปทำ เอาเกลือมาทำสปา กลุ่มนี้ขายนักท่องเที่ยว
                    ราคาแพง เพราะเขามีเงิน เวลานอน นอนโรงแรมหรู

กฤษณะ :       วันนี้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเริ่มให้ความสนใจกับ sub culture โดยเฉพาะ street food

กุลปราโมทย์ : ตอนนี้ ก็เริ่มมีการแจ้งให้ ฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว ททท. จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง street food เช่น 
                    เยาวราช ส่วนเรื่อง กิจกรรม shopping ก็เริ่มมีการรวบรวมเกี่ยวกับ outlet  การshopping ที่ประตูน้ำ  สวน
                    จตุจักร  เป็นต้น

กฤษณะ :       ในเมืองไทย อาจต้องพิจารณาเรื่อง การเสียผลประโยชน์ อาจจะต้องมองเรื่อง การปรับตัวให้ทันจริตของนัก
                    ท่องเที่ยว บางครั้ง ถ้ายังไม่มีการปรับตัว ก็จะยืนยันว่า street food มันสกปรก แถมยังทำให้บ้านเมืองรก
                    รุงรัง สิ่งที่ผมกังวลคือ การสื่อสารในด้านลบ เช่น กินแล้วตาย ก็จะประโคมโหมข่าวมากมาย จนกลายเป
                    เรื่องเกินจริง

กุลปราโมทย์ : ในความเป็นจริง นักท่องเที่ยวไม่ได้กินหรู ทุกมื้อ อาจมีบางครั้ง บางวัน คุณอยากไป explore ถนนนี้ เราต้อง
                    มีข้อมูลให้ นั่นคือ เราต้องมีข้อมูลทั้งสองด้าน ทั้ง กินหรู แบบ fine dining และ กินแบบ local แบบ street

แปลกแต่จริง ไม่อิง Lonely Planet
 
ยุวดี :          ทัวร์งงๆ แบบว่า แปลก แต่ จริง ไม่อิง Lonely Planet มีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นแล้ว

ชาติฉกาจ :   ทัวร์ญี่ปุ่นที่มาเมืองไทยเพื่อเก็บของ vintage ในไทย ร้านแบรนด์เสื้อผ้าใหญ่ๆ มาเพื่อเก็บกางเกงยีนส์ บ้าน
                  เรามีกางเกงยีนส์ตัวละเป็นแสนขาย ที่งงคือ เขาจัดเป็นทัวร์ เช่น กางเกงยีนส์ยี่ห้อหนุมาน  เอาผ้ายีนส์ไทย
                  ไปผสมกับผ้าไหมจิม ทอมป์สัน  ตัวละ 9,000 บาท 7,000 บาท ลายไทยอยู่ในลายกางเกง หรือกระเป๋า
                  หลัง ใช้ผ้าไหมของจิม ทอมป์สัน

                  ทัวร์ยุโรปบินมาสร้างจักรยานในไทย แล้วเอาไปขาย   จักรยานคลาสสิค เก่าๆ ราคาสองแสน มีบางหมู่บ้าน
                  เก็บจักรยานเก่าๆ แล้วเอามาขายฝรั่ง

                  ที่เชียงใหม่มีทัวร์บวชพระ  ชาวต่างชาติมาบวชก็คิดว่า เหมือนศึกษาเซน บวชพระในเมืองไทย คือ ต้องโกน
                  ผม และต้องปฏิบัติตัวตามศีล 227 ข้อ เขาใช้คำว่า ทัวร์

                  ผมมีเพื่อนชาวต่างชาติที่มาเมืองไทยเพื่อลอยอัฐิ สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ ททท.ไม่เคยโปรโมทไป แต่มันไปถึง
                  คนข้างนอก มันไปถึงได้อย่างไร สื่อไหน อันนี้น่าสนใจ

                  ผมอยากแชร์เรื่อง จิตวิญญาณทางพุทธศาสนา ผมอยากเสนอให้มีการมองความเป็นพุทธให้เป็น contem
                  (ร่วมสมัย) และมองให้เป็นยุคใหม่  ในแง่ศิลปิน ต่างชาติกลัวศิลปินเอเชียมาก เพราะเรามีเรื่องนี้ แล้วเราไป 
                  ปรับให้เข้ากับโลกสมัยใหม่ คือเหมือนกับว่า ฝรั่งพูดเรื่องน้ำ คือ H2O แต่บ้านเรา น้ำ คือ แม่คงคา มีจิต
                  วิญญาณ แต่ฝรั่งเขามองแต่เรื่องเหตุผล ของเรามีเรื่องไม่มีเหตุผล

ยุวดี :           บทบาท ททท.อยู่ตรงไหนในเรื่องเล็กๆ เหล่านี้

กฤษณะ :      ททท.เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่จะถูกระแวงจากนักท่องเที่ยวลักษณะนี้ เนื่องจากมันมีความคาบเกี่ยวระหว่าง 
                   ขาว กับ ดำ ดี กับเลว หรือถ้านักท่องเที่ยวไม่สนใจหน่วยงานของรัฐ คือ ไปเที่ยวกันเอง รับผิดชอบเอง ก็
                   เป็นไปได้

ชาติฉกาจ :    ผมเคยคิดว่า จะทำรายการท่องเที่ยวไปเสนอ ททท. เป็นรายการท่องเที่ยวแบบเด็กอินดี้ อย่าว่าแต่ ไปที่ที่
                   มันน่ากลัวเลย แค่พูดอ้าย อี มึง กู ขึ้นมาก็คงไม่ผ่านแล้ว แต่ผมเชื่อว่า ความเฮฮาในแบบนี้ มันก็เป็น mass ใน
                   ตัวของมัน ไม่เช่นนั้น เจาะข่าวตื้น (จอห์น วิญญู) คนไม่เข้าไปดู สาม สี่ แสนหรอก

สื่อต่างชาติ มองต่างมุม

ยุวดี :           สื่อต่างชาติกับมุมมองด้านการท่องเที่ยวแบบไทย ไทย

กฤษณะ :      ช่างภาพระดับโลกที่มาเมืองไทย สนใจความเป็นไทยในแบบเขา เช่น ไม่สนใจพระอาทิตย์ตก  จุดที่
                   ช่างภาพสนใจในกรุงเทพ  คือ สนใจสลัมบ้าง  ข้างถนนบ้าง เขาให้ความเห็นว่า อาหารข้างถนนเมืองไทย กับ
                   ทั่วโลก มันไม่เหมือนกัน ของไทยเนี่ย มันเป็น original แต่ที่อื่น มันถูกควบคุม ในญี่ปุ่น มี แต่ก็ถูกควบคุม ถูก
                   จัดตั้งของไทย ขายไข่ปิ้ง ขายส้มตำ ริมถนน มันสนุก มันอยากเห็น มันไม่รู้สึกว่าสกปรก  กรณีชายหาดของ
                   ไทย เราสวยสู้หาดที่เมดิเตอร์เรเนียนไม่ได้ แต่กิจกรรมที่ชายหาดของไทยเนี่ย ทั่วโลกไม่มี เป็น บุฟเฟต์ออ
                   นเดอะบีช เวลาคุณอยู่ที่ชายหาด บนหัวคุณ อยากถักเปีย ก็มีคนมาถักให้ ถ้าคุณเมื่อย ก็มีคนมานวดเท้าให้ 
                   จะกินเบียร์ก็มีคนเอามาให้ มีทุกอย่างที่อยากได้ แต่ถ้าคุณอยากไปสงบเงียบ คุณก็ไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีเหมือน
                   กัน

                   มุมมองของฝรั่งที่มองไทย ถูกนำเสนอผ่านหนังโฆษณาโดยครีเอทีฟฝรั่ง แต่กลับถูกปฏิเสธ เนื่องจากเห็นว่า 
                   อาจจะดิบไป เถื่อนไป โดยการปรับโทนของหนังโฆษณาถูกดำเนินการโดยคนไทย ซึ่งเราต้องเข้าใจอย่าง
                   หนึ่งว่า หนังโฆษณาอันนี้ ทำเพื่อให้ฝรั่งดู 
 
ชาติฉกาจ :     ผมเคยมาเสนองานที่ ททท. เป็นลักษณะอย่างที่ผมเล่า เป็นฝรั่งไปเที่ยว แต่งานผมไม่ผ่าน งานโฆษณา 
                    ททท. ก็เป็นภาพวิวสวยๆ พระอาทิตย์ขึ้น ฝรั่งเขาตื่นสาย ไม่ตื่นมาดู พระอาทิตย์ขึ้น หรอก

การแบ่งโซน เชื่อมโยงเรื่องปมด้อย

ยุวดี  :           เราพากันมาถึงเรื่องการแบ่งโซน และ อยากให้เชื่อมโยงไปในเรื่องปมด้อย

กุลปราโมทย์ : เชื่อเรื่องการแบ่งโซน ตรงไหนสนุกก็มี เช่น active beach ก็สนุกไปเลย แต่ natural beach นี่คุณห้ามดัง 
                    มันต้องแบ่ง

ชาติฉกาจ :    ผมเห็นด้วย เพราะที่บางที่ มันไม่ควรรุกล้ำ การสื่อสารโฆษณาของเรา อาจใช้แนวคิดเรื่องการแบ่งโซน คือ 
                   ความสนุกสนานเฮฮาที่เป็น sub culture สุดๆ เราก็มี  ของอย่างเดิมเราก็มี เราไม่ได้เปลี่ยน เราก็รักษา เราก็
                   ทำนุบำรุงอยู่  แต่เราเพียงแค่อยากจะเอาของที่ถูกแอบ ถูกซ่อน ถูกกดให้อยู่ใต้ดินออกมาเท่านั้นเอง

ยุวดี :            เทรนด์ ปมด้อย หรือ flawsome ให้บอกไปว่า เราก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่มีเสียงแย้งออกมาว่า ถ้า  
                    คิดเช่นนั้น ตกลง แกก็จะโอบกอดความดิบเถื่อน กึ่งดิบ กึ่งดี ต่อไป เรื่องนี้ ว่าอย่างไรดี

ชาติฉกาจ :     นั่นแหละที่ผมเห็นด้วย ผมไม่เห็นว่ามันดิบเถื่อน อย่างอโกโก้ พัทยา ผมว่า คนเหล่านั้น ใจดีมาก ตลก คน
                    ไทยมันตลก ไม่ว่าจะเอาบริบทไหนมา sense of humor มันแรงมาก คนไทยมีสีสันของความตลกในเนื้อมาก
                    มายทีเดียว

กฤษณะ :       คนทำงานพัฒน์พงศ์ ผมว่า ในใจเขามีความซื่อ บริสุทธิ์ สะอาด น่ารัก บางอย่างไม่คิดคดโกง คนที่โกง คือ 
                    เจ้าของกิจการ อีกมุมหนึ่ง ผมมองว่า ทำไมยังมีชาวต่างชาติไปเที่ยวพัฒน์พงศ์อยู่ ก็เพราะเขาเห็นความซื่อ 
                    ใสสะอาดอยู่

สื่อภาพยนตร์ หนังสั้น  ถึงเวลา..แล้ว ?

ยุวดี :            คิดอย่างไรกับ สื่อภาพยนตร์   เพราะช่วงหลังมันลุกขึ้นมามีอิทธิพลมาก อย่างปรัชญา ปิ่นแก้ว ทำ
                    องค์บาก ต้มยำกุ้ง หรือกระแสหนังสั้นในบ้านเราตอนนี้

ชาติฉกาจ :     ผมว่า มันมีสารที่จะสื่อออกไปและน่าสนใจมาก ตัวอย่างเช่น นั่งแท็กซี่ แล้วในแท็กซี่มันมีทุกอย่าง ทั้งพระ
                    เครื่องกรุใหญ่  พวงมาลัยหลากสี  รูปในหลวง และแถมกรุงเทพฯยังมีแท๊กซี่เจ็ดสี

                    ในพื้นฐานความรู้ที่ผมมี อาจจะนำเสนอได้หลายอย่าง ทั้งหนัง หนังสั้น หนังโฆษณา ผมอาจจะนำเสนอเป็น
                    ลักษณะ episode เช่น episode กิน  episode เที่ยว  episode ดนตรี  ในแต่ละชิ้นงานจะต้องมีการผสมกัน
                    ของ psychology  หรือ  philosophy จิตวิญญาณความเป็นไทย จะคลี่คลายให้เห็นว่า ทำไมดนตรีไทยเป็น
                    อย่างนี้ หรือแม้กระทั่งแท็กซี่ไทย สปาไทย

                    เหมือนกับการนำเอาเนื้อหาใน lonely planet ออกมาเป็นหนัง โดยคนไทยสร้าง เป็นคนไทยที่เข้าใจพื้นฐาน 
                    ทำไมคนไทยขอพร ขอหวย เรื่องง่ายๆแบบนี้ จะเป็นที่น่าสนใจ 
 
เทรนด์เก่าไป เทรนด์ใหม่มา

ยุวดี :           Hearing the sunshine สื่อเก่าไป สื่อใหม่มา

กฤษณะ :      Hearing the sunshine เกิดจากการที่ ททท.พยายามจะเลี่ยงการสร้างหนังใหญ่ เพราะมันใช้เงินเยอะ เลย
                   หันมาทำหนังเล็กๆ  มีพระเอก นางเอก ในใจผมจริงๆ ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่  ผมไม่ค่อยชอบแบบมีผู้หญิง 
                   ผู้ชาย มุมกล้องบางมุม  มันสวยไป

ชาติฉกาจ :    คล้ายๆกับเป็นสูตรหนังของ GTH  ผมว่าคุณแก่ (กฤษณะ)   คิดว่า มันไม่จริง มุมกล้องบางมุมถูก set ซะละ
                   เมียด

กฤษณะ :      ช่วงหลัง ผมไปชอบอะไรที่มัน real เพราะตอนนี้พวกบริษัทโฆษณา แต่ละที่ที่มาเสนองาน  เวลาเขารับงาน
                   ไปทำช่วงหลังเทรนด์มันจะ real มาก เพราะโลกมันสื่อสารกันเร็วมาก ถ้าผมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ อยากรู้อะไร 
                   คลิกเข้าไป จะเจอข้อมูลที่ real เลย ฉะนั้นสิ่งที่คุณส่งให้ผมดู มันขัดกันแล้ว มันขัดกับสิ่งที่ผมดู ตอนนี้สิ่งที่
                   เป็น real มีความสำคัญแล้วต้องนำออกมาใช้

ชาติฉกาจ :     ตอนนี้ โลกโฆษณากำลังจะหนีการ setting ไปแล้ว เช่นใน Around me ก็จะเสนออะไรที่มันสด  เทรนด์
                    ด้าน marketing ทุกวันนี้ คือ การบอกอะไรที่มันจริงๆ ตอนนี้สิ่งที่เป็นความจริง มันเป็นแฟชั่น

หมายเหตุ
    
1. Tourism Talk จัดสนทนาขึ้นในช่วงบ่ายแก่ๆ ของวันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2555 ที่ ห้องสมุด ททท.
     2. ประวัติ  ชาติฉกาจ ไวกวี  ปริญญาตรี นิเทศศิลป์ วิชาเอก ภาพถ่าย  ปริญญาโท ทัศนศิลป์ วิชาเอก ศิลปะสื่อผสม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ปัจจุบัน เป็นหัวหน้าภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติสแตมป์ฟอร์ด หัวหิน  และเป็นพิธีกรรายการ Around me ช่อง iHereTV


เรียบเรียง : กองวิจัยการตลาด ททท.