การเสวนาในหัวข้อ “Art Normal: Wrapping the City” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2555 โดยมีวิทยากรคือ
คุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ เจ้าของรางวัลศิลปินดีเด่นศิลปาธร สาขาออกแบบประจำปี 2553 และผู้ก่อตั้งหอศิลป์ร่วมสมัย เถ้าฮงไถ่ d Kunst ผู้มีความมุ่งมั่นในการปั้นราชบุรีให้เป็นเมืองศิลปะร่วมสมัย นอกจากนี้ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ

 

นิทรรศการ "ปกติศิลป์ ART normal: ทุกบ้านคือแกลเลอรี ทุกที่คือหอศิลป์" ที่นำพื้นที่สาธารณะในชุมชนมาเผยแพร่ศิลปะ


     นอกจากนี้ คุณติ้ว-วศินบุรี ยังเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนิทรรศการทางศิลปะที่ผ่านมาในจังหวัดราชบุรี เช่น นิทรรศการศิลปะบนถนน (Street Art) ในงาน “ติดศิลป์...บนราชบุรี” ที่มีกลุ่มเยาวชนราชบุรีที่รักศิลปะเป็นแกนนำหลักในการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัย และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและผู้ที่สนใจได้สร้างงานศิลปะตามความคิดและจินตนาการ รวมไปถึงนิทรรศการ “เด็กฝึกหัตถ์” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาได้แสดงออกทางความคิด ฝึกฝีมือ และพัฒนาความรู้ต่าง ๆ ด้านการออกแบบและการผลิต ร่วมด้วยศิลปิน และนักออกแบบรับเชิญชื่อดังในวงการเครื่องปั้นดินเผาของประเทศไทย

Art Normal “ทุกบ้านคือแกลเลอรี ทุกที่คือหอศิลป์”

       ปกติศิลปะจะถูกมองว่าสูงส่ง ประหนึ่งอยู่บนหอคอยงาช้างที่ชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางเข้าถึงได้ ความต้องการชักจูงให้คนหันมามองกันใหม่ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องที่สูงส่งถึงขนาดนั้น และแฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นจุดเริ่มต้นของนิทรรศการ "ปกติศิลป์ ART normal: ทุกบ้านคือแกลเลอรี ทุกที่คือหอศิลป์" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2554 -15 เมษายน 2555 ที่ผ่านมาที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งคุณวศินบุรีผู้อยู่เบื้องหลังของงาน ได้กล่าวถึงที่มาของงานนี้ว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนไปเรียนศิลปะที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งสภาพแวดล้อมทุกอย่างที่นั่นช่วยกระตุ้นให้คนที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีความสนใจในศิลปะเลยอย่างเขาเกิดความสนใจในเรื่องของศิลปะขึ้นมาได้ คุณวศินบุรีจึงอยากให้ในชุมชนมีสิ่งแบบนั้นขึ้นมาบ้าง

เป้าหมายคือต้องการให้ศิลปะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

     จากมุมมองของคุณวศินบุรี ชุมชนไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ และไม่จำเป็นต้องไปเลียนแบบใคร แต่ให้นำเสนอความเป็นตัวตนของชุมชนที่มีอยู่แล้วออกมา ซึ่งจะทำให้ตัวชุมชนมีความเป็นปึกแผ่น มีความเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนตัวมีความเชื่อว่างานศิลปะจะต้องสร้างอะไรสักอย่างให้แก่ชุมชนแน่นอน และงานศิลปะไม่จำเป็นต้องสร้างการตอบรับในวงกว้าง แต่เป็นไปเพื่อสนองจุดยืน หรือตอบสนองความต้องการของตนเองก่อน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้ามานั้นถือว่าเป็นของแถม คุณวศินบุรีเห็นว่าทุกคนมีกรอบ แต่จะทำอย่างไรให้เข้าประชิดกรอบของตัวเองได้มากที่สุด แทนที่จะทำลายกรอบแล้วเข้าไปอยู่ในกรอบของคนอื่น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสร้างแกลเลอรีสวยงามใหญ่โตขึ้นมาใหม่เพื่อใช้แสดงผลงาน เขาเลือกใช้สถานที่ต่าง ๆ ในชุมชนที่มีอยู่แล้ว

     ไม่ว่าจะนักเศรษฐศาสตร์ หรือนักพัฒนาสังคม ต่างก็มีแนวทางในการพัฒนาชุมชนจากมุมมองของตนเองทั้งสิ้น คุณวศินบุรีซึ่งเป็นศิลปินรางวัลศิลปาธรก็เลือกที่จะทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนจากมุมมองของศิลปะ

แทรกศิลปะเข้าไปในชุมชน

     คุณวศินบุรีได้คุยกับชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือนเพื่อขอพื้นที่แสดงผลงานศิลปะ พร้อมทั้งบอกจุดประสงค์ว่าอยากให้ศิลปะเข้ามาอยู่ในชุมชน อยากให้คนรู้จักบ้านของพวกเขามากขึ้น และให้ผู้คนเข้ามาเห็นในสิ่งที่พวกเขาเป็น ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่เข้าใจยอมให้ความร่วมมือและผู้ที่ไม่เข้าใจ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคนในชุมชนหลาย ๆ คนเดินเข้ามาหาคุณวศินบุรีด้วยตนเองแล้วเพื่อบอกว่าพวกเขาต้องการอะไร

     ปกติศิลป์ จับเอาคนที่ไม่เคยทำงานศิลปะมาก่อนเลยมาทำงานศิลปะ เพื่อเปลี่ยนมุมมองว่าศิลปะอยู่ได้ทุกที่ และทุก ๆ ที่ก็เป็นงานศิลปะได้ เช่น ลุงคนขับรถเมล์ที่ถ่ายรูปผู้โดยสารและบรรยากาศในรถของตนเองมาเป็นผลงาน อีกทั้งยังเป็นการหาพื้นที่ให้เด็ก ๆ ที่ไม่เคยมีโอกาสได้แสดงงานศิลปะ นอกจากนี้ คุณวศินบุรียังได้เริ่มทำเส้นทางจักรยาน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มานอกจากจะได้ชมงานศิลปะแล้ว ยังได้มีโอกาสผ่านไปสัมผัสแหล่งชุมชน อาจแวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวร้านอร่อยหรือแวะเข้าวัดมหาธาตุบ้าง นักท่องเที่ยวได้ประสบการณ์จากการเข้าถึงชุมชนผ่านงานศิลปะ พร้อมกับที่คนในชุมชนได้ประโยชน์และเข้มแข็งในความเป็นตัวของตัวเอง การปั้นราชบุรีให้เป็นเมืองศิลปะจึงดำเนินต่อไป และต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ปกติศิลป์ = ศิลป์ที่ไม่ปกติ
     คุณวศินบุรีกล่าวว่า ปกติศิลป์ จริง ๆ แล้วเขาตั้งใจใช้ประชดเสียมากกว่า เพราะปกติศิลป์คือศิลป์ที่ไม่ปกติในความหมายที่แท้จริง และศิลปะเองก็เป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่ม การนำศิลปะที่ไม่ใช่สิ่งปกติในความรู้สึกของชาวบ้านไปแทรกในวิถีชีวิตปกติของพวกเขาก็เป็นเรื่องไม่ปกติแล้ว อย่างคำว่า Art Normal ก็ตั้งใจจะให้ล้อกับคำว่า Abnormal

     งานเสวนาในหัวข้อ Art Normal: Wrapping the City และ Improvise your life, Improvise your travelling เป็นงานที่จัดขึ้นภายใต้งานเสวนา “เปิดมุมมอง ท่องเที่ยวไทย” ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดมุมมองการท่องเที่ยวแบบใหม่ ๆ แก่พนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีการจัดงานเป็นประจำที่ห้องสมุดการท่องเที่ยวหรือ Tourism Library


เรียบเรียง : นางสาวฐานิช ลิ้มตระกูล เป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3
ภาพ : วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ และกษวรรณ มาลยาภรณ์