Top 10 Consumer Trends for 2012
ที่มา: Euromonitor International

     เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปี 2012 ทำให้ผู้บริโภคต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตที่ประหยัด พวกเขาอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้า โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน เพื่อเข้าถึงข้อมูลของสินค้าผ่าน direct link หรือรับรู้ข้อมูลของสินค้าจากผู้บริโภคคนอื่นๆ วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของผู้บริโภคซับซ้อนมากขึ้นเพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบริโภคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 แต่ยังรวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพและรูปร่าง ความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี ความนิยมของเรียลลิตี้ทีวี ทัศนคติและความสุขในการจับจ่ายซื้อของ แนวโน้มของผู้บริโภคในปี 2010 มี 10 ประการ ดังนี้

     1. มีวิถีชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น โดยต้องมีสไตล์ ก้าวทันเทคโนโลยี และเข้าถึงความสะดวกสบายได้ อย่างชาญฉลาด เมืองใหญ่จะกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีคนหลายรุ่นอาศัยอยู่ร่วมกัน

     2. ผู้บริโภคมีเสียงเรียกร้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ตัวเองมากขึ้นด้วยอำนาจของโซเชียลเน็ตเวิร์คและการประท้วงทั้งโดยตรงและผ่านสื่อออนไลน์ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าให้ต้องมีจิตสำนึกและมีการปรับปรุงอยู่เสมอ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

     3. วิถีชีวิตแบบ DIY – Do It by Yourself – “ชีวิตของเรา เราเลือกเอง” ผู้บริโภคมีความสุขกับการตรวจสอบและควบคุมการสร้างอัตลักษณ์ของตนเอง เช่น สุขภาพ การสื่อสาร นิสัยในการซื้อของ

     4. ตลาดของนักช้อปเจริญรุ่งเรือง มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากขึ้น ส่วนบัตรสมาชิกของร้านค้าเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สามารถเข้าถึงบริการของธนาคารได้ยากกว่า ส่วนผู้บริโภคที่มีฐานะดีมักจะผนวกการช้อปปิ้งไว้กับการเดินทางท่องเที่ยว

      5. มีมาตรการประหยัดที่ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การต่อรองราคากลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคที่ชาญฉลาดต้องทำ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยให้ประหยัดและเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

     6. วัฒนธรรมแบบ ‘เรียลลิตี้’ ได้รับความนิยม เช่น รายการเรียลลิตี้ทางโทรทัศน์ คนธรรมดาในรายการกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงและเป็นจุดสนใจ เป็นแรงบันดาลใจต่อวิถีชีวิตของผู้บริโภค

     7. ยุคของสมาร์ทโฟนมาถึงแล้ว ในขณะที่คอมพิวเตอร์พีซีและแล็บท็อปเสื่อมความนิยมลง โดยโทรศัพท์สมาร์ทโฟนจะเปลี่ยนจากสิ่งของหรูหราฟุ่มเฟือยกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อวิถีชีวิต โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจใหม่ เช่น จีน ทั้งนี้ Euromonitor คาดว่ายอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2012 จะสูงถึง 137.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

     8. มีมุมมองที่แตกต่าง ระหว่างค่านิยมของวิถีชีวิตแบบก้าวทันเทคโนโลยี (Tech lifestyle) และค่านิยมของวิถีชีวิตแบบเนิบช้า (Slow living) ที่ต่างส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อ

      9. Future Imperfect คือเทรนด์ในอนาคตของวัยรุ่นหนุ่มสาวยุคดิจิตอลที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสามารถคาดเดาล่วงหน้าได้น้อยลง ทั้งในแง่ของแรงบันดาลใจในการซื้อสินค้า การทำงาน สภาพความเป็นอยู่ และแบบอย่างที่จะยึดถือปฏิบัติตาม

     10. การควบคุมน้ำหนักกลายเป็นประเด็นร้อน การดูแลรูปร่าง การออกกำลังกายและเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับสุขภาพเป็นสิ่งที่สาธารณชนให้ความสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนช่วงอายุ 16-24 ปี

EU Wants China to Start Carbon-Trading Scheme, with Aviation Included
ที่มา: China Daily

     สหภาพยุโรปสนับสนุนแผนเปิดตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตของจีน โดยจะยกเว้นการเก็บภาษีคาร์บอนจากเที่ยวบินจีนหากแผนซื้อขายคาร์บอนเครดิตนั้นครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมการบินด้วย มีเสียงคัดค้านจากหลาย ๆ ชาตินอกสหภาพยุโรป ซึ่งรวมไปถึง สหรัฐอเมริกา และจีนเอง ด้วยเห็นว่าเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียว และจีนต้องใช้เวลาในการเปิดตลาดซื้อขายคาร์บอนของตัวเอง ตัวแทนจาก 32 ประเทศ ร่วมประชุมลงนามในแถลงการณ์ต่อต้านมาตรการภาษีคาร์บอนของสหภาพยุโรป ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะมาตรการดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แม้จะตั้งขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโตเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีผลกระทบต่อการแข่งขันของสายการบินทั้งประเทศในสหภาพยุโรป และประเทศนอกสหภาพยุโรป ทั้งนี้ หลายประเทศนอกจากจีน เช่น แอฟริกาใต้ และออสเตรเลีย เตรียมเปิดตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตของตนเองเพื่อตอบโต้มาตรการของสหภาพยุโรป เช่นกัน

India to Open 11 New Int’l Routes, Rejects Payment of EU Carbon Tax
ที่มา : www.travel-impact-newswire.com

     รัฐบาลอินเดียประกาศปฏิเสธการจ่ายภาษีคาร์บอนให้สหภาพยุโรป โดยมีการประชุมร่วมกันในระดับรัฐมนตรีเพื่อปรึกษาหารือช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมการบินของอินเดียที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยมีมาตรการ ได้แก่

     - เปิดเส้นทางการบินใหม่ให้แก่สายการบินสัญชาติอินเดีย ทั้งนี้ ในฤดูร้อนปี 2012 และฤดูหนาวปี 2012-2013 สายการบินของอินเดีย ทั้งของรัฐและเอกชน จะเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินได้ถึง 660 เที่ยว ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ 11 แห่ง ได้แก่ ดาเรสซาลาม, กวางโจว, ย่างกุ้ง, ทัชเคนท์, โฮจิมินห์ซิตี้, ฮานอย, อัลมาตี, มาเก๊า, อัดดิส อาบาบา, เมลเบิร์น และซิดนีย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการเดินทางไปยังต่างประเทศของชาวอินเดียอย่างมาก

     - ทบทวนเส้นทางการบินในปัจจุบัน โดยอาจมีมาตรการที่จะทำให้เกิดการบินเชื่อมโยงที่ดีขึ้นสำหรับเมืองเล็ก

     - ตั้งคณะกรรมการรักษาสิทธิของผู้โดยสารที่พิการและบกพร่องทางการเคลื่อนไหว เพื่อพิจารณาถึงปัญหาในการเดินทางทางอากาศของผู้พิการ และให้คำแนะนำในการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ ขั้นตอนและรูปแบบการบริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนกลุ่มนี้

Led by Asians, Global Rich Get Richer but Fear Income Inequality Backlash – Wealth Report
ที่มา : www.travel-impact-newswire.com

     จากผลสำรวจของ The Wealth Report ปี 2012 เศรษฐีพันล้านผู้มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้วจะยิ่งร่ำรวยมากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐีชาวเอเชีย ระบบเศรษฐกิจแบบ Plutonomy ยังช่วยให้บรรดาผู้มีฐานะกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจในสังคม อีกทั้งวิธีการรับมือวิกฤตการณ์ทางการเงินยังมุ่งเน้นไปที่ค่าของการลงทุนจากผู้มีฐานะ มากกว่าการแก้ไขความยากจนของคนหมู่มาก รายงานยังได้เน้นย้ำถึงปัญหาจากผลกระทบของรายได้ที่ไม่เท่าเทียมกันซึ่งกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น การประท้วงที่ถนน Wall Street ซึ่งปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้นี้กลายเป็นวาระสำคัญในการประชุม World Economic Forum ที่ Davos ปีนี้ และมีการเสนอให้เพิ่มการจัดเก็บภาษีอากร และขึ้นภาษีท่าเรือทั่วโลก

Rising Higher Studies Costs Will Widen Rich-Poor Social Chasm, ADB Warns
ที่มา : www.travel-impact-newswire.com

     รายงานของ Asian Development Bank (ADB) เตือนว่าค่าใช้จ่ายที่สูงในการเรียนต่อจะก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวย อีกทั้งยังมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น สภาวะความตึงเครียดทางสังคมและการเมือง รวมไปถึงปัญหาสงคราม มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อให้นักศึกษาที่มีฐานะดีไปศึกษาเล่าเรียนต่อยังประเทศของตน สถาบันการศึกษาในระดับสูงของเอกชนมีจำนวนมากขึ้น พร้อมกับอัตราค่าเล่าเรียนที่มากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีฐานะยากจนโดยเฉพาะ พวกเขาต้องตกอยู่ระหว่างช่องว่างของคนจนและคนรวย คนเมืองหลวงและคนชนบท จากบทความเรื่อง “Counting the Cost-Financing Asian Higher Education for Inclusive Growth” พบว่า แม้ว่าเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างน่าอัศจรรย์ของเอเชียจะช่วยยกระดับชีวิตของผู้คนที่ยากจนได้เป็นล้าน ๆ คน ความแตกต่างทางรายได้ของคนจนและคนรวย ก็มีช่องว่างเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน การศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพนั้นต้องสามารถลดช่องว่างทางสังคมลงได้ ไม่ว่าจะเป็น ระหว่างผู้ชาย-ผู้หญิง คนเมือง-คนชนบท และคนรวย-คนจน โดยมีการนำเสนอวิธีแก้ปัญหาสำหรับรัฐบาลและผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ดังนี้

     - ลดเงินสนับสนุนการศึกษาระดับสูง แต่ต้องยอมรับคุณภาพด้านการศึกษาที่ด้อยลงในขณะเดียวกัน ซึ่งเสียงต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

     - จัดหาแหล่งงบประมาณใหม่สำหรับการศึกษาระดับสูง โดยอาจต้องให้นักศึกษาในสถาบันของรัฐเสียค่าใช้จ่ายบางส่วน และ ส่งเสริมการเติบโตของสถาบันการศึกษาของเอกชน ที่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับสูง

     - ลดค่าใช้จ่ายด้านสื่อการเรียนการสอน โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบคุณภาพของการศึกษา

     - ปรับอัตราค่าเล่าเรียนในสถาบันการศึกษาของรัฐบาล ให้เหมาะสมกับคุณภาพและงบประมาณที่มี

     - พัฒนาสถาบันการศึกษาในระดับสูงให้มีคุณภาพแตกต่างกัน โดยคงคุณภาพของสถาบันการศึกษาชั้นนำไว้ และปรับลดหลั่นกันไปในสถาบันอื่น ๆ

     - ผสมผสานวิธีการเหล่านี้เข้าด้วยกัน


ผู้เรียบเรียง : นางสาวฐานิช ลิ้มตระกูล เป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3