12 วิธีการนำเสนอสำหรับสื่อมวลชนและ Social media ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มายังแหล่งท่องเที่ยวของท่าน

เรื่อง Keith Bellows,
Editor-in-chief, National Geographic Traveler

 

     1. นำเสนอประสบการณ์ที่เป็นของจริงแท้ อันจะนำมาสู่ความรู้สึกได้ถึงสถานที่นั้น (Sense of place) โดยใช้ digital

photo, video, music, touch scene, sound motion commodity, visual presentation นำเสนอในเว็บไซต์

     2. นำเสนอในลักษณะเป็นการค้นพบมากกว่าเป็นเพียงการพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยว (Be a discovery, not a vacation) ปัจจุบันผู้คนต้องการที่จะเรียนรู้และเติบโตทางด้านอารมณ์ความรู้สึก สุนทรียะ ความดั้งเดิม รวมถึงความยั่งยืนของสถานที่ท่องเที่ยว

     3. นำเสนอจุดขายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน ซึ่งที่อื่นไม่มีในด้านเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ความสวยงามและความยั่งยืน

     4. นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงถึงการดำเนินการเพื่อสร้างความยั่งยืน เคารพสถานที่และผู้คน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม

     5. นำเสนอแบรนด์ของแหล่งท่องเที่ยว ที่แสดงถึงความเป็นผู้นำหรือ  มีความโดดเด่นในด้านนั้นๆ ที่แหล่งท่องเที่ยวนั้นได้นำเสนอสู่สาธารณะ เช่น ประเทศนิวซีแลนด์นำเสนอความเป็นประเทศที่บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ในเชิงธรรมชาติ อากาศและสิ่งแวดล้อมที่สะอาด (100% Pure New Zealand)

    6. มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบอกเล่าเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวนั้น และต้องเป็นเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกแปลก  ประหลาดใจหรือตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้พบเห็น ทุกสถานที่มีเรื่องราวแต่จะถ่ายทอดอย่างไรให้เป็นคำกล่าวที่งดงาม น่าสนใจและให้อารมณ์ความรู้สึก แหล่งท่องเที่ยวไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่ แต่เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์กันระหว่างผู้คนและสถานที่ซึ่งจะสร้างความน่าสนใจ

     7. นำเสนอโดยใช้ผู้คนในท้องถิ่นเป็นเรื่องราวและเป็นผู้ดำเนินเรื่องราว ทำให้เกิดความรู้สึกต้อนรับและนำ  นักท่องเที่ยวเกี่ยวพันไปกับการรณรงค์ท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ 

 
     8. จะต้องเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสังคมอย่างเข้มข้น เช่น การท่องเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์    การท่องเที่ยวแบบครอบครัว Social Media ในเว็บไซต์มีพลังสูงมากในการสร้างอารมณ์ความรู้สึกได้ 360 องศา เนื่องจากสามารถนำเสนอในรูปแบบวีดีทัศน์ และระบบแสงเสียง ทำให้ทำการตลาดท่องเที่ยวได้ดี นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ twitter ในการทำการตลาดท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

     9. นำเสนอให้มีความรู้สึกสบาย ให้ความแตกต่าง ปฏิบัติได้ง่าย และแสดงออกถึงความคิดที่ฉลาด เนื่องจากนักท่องเที่ยวต้องการสินค้าการท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างจากที่อื่น

     10.  นำเสนอข้อมูลที่ยืนอยู่บนข้อเท็จจริงที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นในสิ่งที่แหล่งท่องเที่ยวนั้นเป็นจริง

     11.  นำเสนอในสิ่งที่สร้างสรรค์และเป็นนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ

     12.  มองไปข้างหน้า คนรุ่นต่อไปจะต้องขับเคลื่อนโลกนี้ให้อยู่อย่างยั่งยืน ให้มีความรู้สึกที่เป็นเชิงการทำเพื่อสังคม สามารถจับต้องได้และปฏิบัติได้ เช่น ปัญหาโลกร้อน การดำเนินเพื่อชดเชยการทำให้โลกร้อน Carbon Offset หรือรายการท่องเที่ยวที่อนุรักษ์โลก การท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อแหล่งท่องเที่ยว สังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก

     สรุปต้องเป็นการนำเสนอที่เป็นการท่องเที่ยวที่เนิบช้า ลึกซึ้ง เป็นจริง เป็นทางเลือกและมีความยั่งยืน (Slow, deep, real, alternative and sustainable) การนำเสนอสิ่งเหล่านี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกและอารมณ์ร่วมที่เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ และเกิดแรงบันดาลใจที่จะเดินทางมาเยี่ยมเยือนแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ   

 

การใช้อินเตอร์เน็ตในเอเชียแปซิฟิก
     การใช้อินเตอร์เน็ตในเอเชียแปซิฟิกพบว่า ร้อยละ 43 ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในเอเชีย มีระยะเวลาเฉลี่ยในการใช้อินเตอร์เน็ต แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชียแปซิฟิกใช้ 16.1 ชั่วโมง และนักท่องเที่ยวทั่วโลกใช้ 23.8 ชั่วโมง และจะมีการเข้าอินเตอร์เน็ตของประชากรโลกภายในปี 2015 ร้อยละ 39 และการเข้าชมเว็บไซต์การจำหน่ายสินค้า   ร้อยละ 54.5 การพัฒนาอย่างมากในโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใช้มือถือในการท่องเที่ยว



     ในเอเชียแปซิฟิก โดยจะมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 3.1 พันล้านคนในปี 2015 และภายในปีเดียวกัน ร้อยละ 54 ของอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำหน่ายในเอเชียแปซิฟิกจะเป็น Smart-phones ซึ่งเพิ่มขึ้นมาจากปี 2009 ร้อยละ 5 ภายในปี 2013 จะมีผู้ใช้ 3G ในเอเชียแปซิฟิกร้อยละ 56 ของผู้ใช้ทั่วโลก และมีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่า 450 ล้านคน และร้อยละ 70 ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมออนไลน์ หรือ 1 ใน 3 ได้รับอิทธิพลจากคนอื่นๆ ในเครือข่ายออนไลน์ในการตัดสินใจซื้อสินค้าการท่องเที่ยว ภายในปี 2012 จะ มีผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในเอเชียแปซิฟิกจำนวน 123 ล้านคน

     ดังนั้น การใช้ Social media ในการท่องเที่ยวจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ พบว่าร้อยละ 70 ของนักท่องเที่ยวออนไลน์เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมใน online social network อย่างจริงจัง ผู้ใช้ social network ในเอเชียมีจำนวน 456 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลก ร้อยละ 30 ของนักท่องเที่ยวออนไลน์พูดถึงการเดินทางท่องเที่ยวของเขาใน online social network และตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 42 ในกลุ่มผู้ใช้ Smartphone

 

การใช้ Social Media and Mobile Devices

     คนรุ่นปัจจุบันที่เราเรียกว่าคนรุ่น Generation Y จะเป็นรุ่นที่ใช้ออนไลน์ในชีวิตประจำวัน   โดยจะอยู่ใน Social Network และแบ่งปันประสบการณ์ผ่าน Social Media ดังนั้น Mobile Marketing จึงมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เชื่อมกับระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้สามารถใช้ Mobile Website ได้สะดวก ซึ่งผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ Mobile Website Strategy ซึ่งประกอบด้วย Mobile booking capability การจองและเช็คอินสินค้าการท่องเที่ยว Smart phone Website การใช้ระบบสัมผัส และ Mobile optimization & Marketing การใช้ระบบการส่งข้อมูลข่าวสาร

     จากการศึกษาพบว่า    ร้อยละ 10 ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จะใช้เพื่อการท่องเที่ยว โดยใช้ในการค้นหาแผนที่ผ่านระบบ Geolocation Awareness และร้อยละ 40 จองสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาทิ โรงแรม รถเช่า และรายการนำเที่ยว เป็นต้น และการใช้ระบบ QR code บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งจะต้องมี QR Reader Application สามารถที่จะดูรายละเอียดของสินค้าการท่องเที่ยวได้ผ่านระบบดังกล่าว รวมถึงการใช้ระบบ Augmented Reality ผ่านกล้องบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเห็นภาพจริงในอาคาร สถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องการไปว่าตั้งอยู่ที่ใดในอาคารจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้น การทำการตลาดผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือ Mobile Marketing ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำเป็นต้องทำงานร่วมกับ Tripadvisor  ซึ่งเป็นเสียงของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวให้ความเชื่อถือเป็นอย่างมาก รวมถึงการทำการตลาดออนไลน์กับ Google

 

     กลยุทธ์ในการพัฒนาตลาดการท่องเที่ยวความสนใจพิเศษ: กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จสำหรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกย์และเลสเบียน

 

ดำเนินรายการ Thomas Bomkes
Founder & Senior Consultant, TomOnTour.com

     การดำเนินการตลาดนักท่องเที่ยวเกย์และเลสเบี้ยนของการท่องเที่ยวเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา

เรื่อง Tanya Churchmuch
CEO girlports.com, Gay&Lesbian Market Director for Tourisme Montreal, Board Chair IGLTA

 

 

     ในปี 1994 การท่องเที่ยวเมืองมอนทรีออลตัดสินใจที่จะเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวเกย์และเลสเบียน  ปี 1997 เริ่มรวบรวมแหล่งท่องเที่ยวลงในแผนที่ของเมืองทั้งหมด ปี 1999 เป็นเจ้าภาพจัดเยี่ยมชมสินค้าการท่องเที่ยวให้กับสื่อมวลชนสมาคมเกย์และเลสเบียนนานาชาติ หรือ International Gay & Lesbian Travel Association (IGLTA) ปี 2002 เพิ่มระบบ Lesbian, gay, bisexual and transgender (LGBT) Microsite ใน Tourism Montreal website ปี 2003/ 2006 เตรียมจัด World Outgames ปี 2009 จ้าง Gay blogger สำหรับ Tourism Montreal website ปี 2010-2011 จัดประกวดเกย์และเลสเบียน “The Year Contest”   การท่องเที่ยวมอนทรีออลได้จัดสรรงบประมาณทำตลาดเชิงรุกและประเมินความสำเร็จของการทำตลาดจากการจัดกิจกรรมเทศกาล หรือการจัดประชุม LGBT อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งพบว่าได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมตลาดนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากตลาดนี้พำนักเป็นระยะเวลานานและมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวสูง



     การดำเนินการตลาดนักท่องเที่ยวเกย์และเลสเบียนของการท่องเที่ยวเมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

เรื่อง Norbert Kettner
CEO, Vienna Tourist Board

     ในปี 1997 ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก IGLTA ปี 1998 เริ่มทำตลาดท่องเที่ยวเกย์และเลสเบียน จัดทำเว็บไซต์ www.wien.info/gay (10 ภาษา) จัดทำ Social Media - www.facebook.com/gaycitywien หรือ www.facebook.com/gayfriendlyvienna  จัดทำการตลาดออนไลน์ใน 11 ประเทศ ปี 2004 ได้รับเลือกให้เป็นจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวที่ชื่นชอบของเกย์และเลสเบียน ปี 2007 ได้รับการจัดลำดับเป็นที่ 2 ของจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวนานาชาติของเกย์และเลสเบียนในประเทศเยอรมนี นับเป็นผู้ริเริ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวเกย์และเลสเบียนในยุโรปตะวันออก จัดรณรงค์ในระดับชาติและนานาชาติให้เมืองเวียนนาเป็นสถานที่แต่งงานของชาวเกย์และเลสเบียน

     About IGLTA


เรื่อง John Tanzella
CEO, IGLTA


     IGLTA ก่อตั้งในปี 1983 มีสมาชิกใน 88 ประเทศ มีฐานข้อมูลลูกค้าและจัดกิจกรรมในระดับโลก Corporate Partners หรือคู่ค้าพันธมิตร ประกอบด้วย RailEurope, Accor hotels, Delta Air Lines, British Airways, Travel Guard Insurance, Sol Melia Hotels, Expedia สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก IGLTA ประกอบด้วย การเข้าร่วมกิจกรรมหรือเทศกาลของ IGLTA ในราคาที่ลดแล้ว ความสามารถที่จะเจาะตลาดผู้เชี่ยวชาญการท่องเที่ยว IGLTA ซึ่งมีจำนวนเป็น 1,000 ราย ใช้โลโก้ IGLTA ซึ่งเป็นที่รับรู้ของผู้บริโภค ใช้ระบบเครือข่ายออนไลน์สำหรับ B2B และ B2C รายชื่อสมาชิกออนไลน์ จัดรายการนำเที่ยวหลังกิจกรรมหรือเทศกาล หรือจัดนำเที่ยวพิเศษเผยแพร่ในเว็บไซต์ โฆษณาในราคาที่ลดแล้วกับสื่อมวลชนคู่ค้าที่เป็นพันธมิตร การเข้าถึง IGLTA ทั่วโลกสามารถทำได้โดยง่ายและรวดเร็ว เนื่องจาก IGLTA มีผู้แทนที่เป็นนักแปลภาษาและเป็นสื่อมวลชน ทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่สมาชิก ปัจจุบัน ผู้แทนของ IGLTA มีที่ตั้งอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อาร์เจนตินา บราซิล อังกฤษ กรีซ โปแลนด์ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา แม็กซิโก อิสราเอล เลบานอน ตุรกี ญี่ปุ่น และแอฟริกาใต้  

 

LGBT Research

เรื่อง Tom Roth
CEO, Community Marketing

     การจัดทำวิจัยการตลาดของ LGBT โดยบริษัท Community Marketing Inc (CMI)   ซึ่งตั้งอยู่ที่ San Francisco ตั้งขึ้นในปี 1992 ให้บริการลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น   ในการจัดทำวิจัยลูกค้า ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ การวางแผนการตลาด การสื่อสารและบริการฝึกอบรม ให้กับบริษัทที่มีแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก อาทิ US Government, Switzerland Tourism, Japan National Tourism Organisation, Hyatt, Kimpton Hotels เป็นต้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้า LGBT จำนวน 60,000 คนทั่วโลก ปัจจุบันโรงแรมในเครือ Accor และ Scandinavian Airline ทำตลาด LGBT ในการทำการตลาดผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำเป็นต้องสร้างสรรค์สินค้าการท่องเที่ยวสำหรับตลาดนี้ ซึ่งต้องการผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจตลาด และการให้การยอมรับถึงความมีตัวตนและสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมของ LGBT    ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากในการที่จะดึงตลาดนี้มาท่องเที่ยวในประเทศของท่าน

 

การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่: มุมมองของนักท่องเที่ยว

 

เรื่อง Carroll Rheem
Director, Research, PhoCusWright Inc


     เป็นการสำรวจเชิงปริมาณทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 23 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2010 ผู้ตอบเป็นผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีค่าใช้จ่ายในการพักค้างคืน และเดินทางอย่างน้อย 75 ไมล์จากบ้าน หรือเดินทางด้วยเครื่องบินหรือรถไฟ รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการวางแผนการเดินทางพักผ่อน มีผู้ตอบแบบสอบถามที่มีคุณสมบัติจำนวน 2,411 คน ผลจากการวิจัยพบว่า

     - ประชากรประเทศฝรั่งเศส จำนวน 50 ล้านคน มีผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวน 35 ล้านคน หรือร้อยละ 65 ของประชากร และเป็นนักท่องเที่ยว จำนวน 18 ล้านคน หรือร้อยละ 35

     - ประชากรประเทศเยอรมนี จำนวน 69 ล้านคน มีผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวน 49 ล้านคน หรือร้อยละ 71 ของประชากร และเป็นนักท่องเที่ยว จำนวน 29 ล้านคน หรือร้อยละ 43

     - ประชากรประเทศอังกฤษ จำนวน 49 ล้านคน มีผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตจำนวน 37 ล้านคน หรือร้อยละ 76 ของประชากร และเป็นนักท่องเที่ยว จำนวน 24 ล้านคน หรือร้อยละ 50

     - เมื่อเปรียบเทียบอายุของนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา พบว่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษทุกช่วงอายุ จำนวนมากกว่าร้อยละ 65 มีการเดินทางค้างคืน และมีปริมาณมากกว่าประเทศเยอรมนี ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา โดยกลุ่มอายุ 18 - 24 ปี ทุกประเทศยกเว้นประเทศฝรั่งเศส เป็นกลุ่มที่มีการเดินทางสูงสุด ดังนี้ ชาวอังกฤษร้อยละ 77 ชาวเยอรมันร้อยละ 74 และชาวอเมริการ้อยละ 72  ในขณะที่ประเทศผรั่งเศส กลุ่มอายุ 55 - 64 ปี เป็นกลุ่มที่มีการเดินทางสูงสุดร้อยละ 67

     - เมื่อเปรียบเทียบอิทธิพลของออนไลน์ที่มีต่อการวางแผนการท่องเที่ยว พบว่า มีอิทธิพลในระดับมาก โดยร้อยละ 23 ของชาวเยอรมันค้นหาเว็บไซต์ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เช่น Expedia และร้อยละ 25 ของชาวอังกฤษค้นหาเว็บไซต์ เช่น TripAdvisor ในขณะที่ใช้ข้อมูลจาก Online social network จากคนที่นักท่องเที่ยวรู้จักมีสัดส่วนน้อยสุด คิดเป็นร้อยละ 6 ของชาวอังกฤษ และร้อยละ11 ของชาวเยอรมัน และร้อยละ 8 ของชาวฝรั่งเศส

กิจกรรมการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน (ภายใน12 เดือนที่ผ่านมา) และอนาคต (12 เดือนข้างหน้า) พบว่า
     - ชาวฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ต
     - ชาวฝรั่งเศสปัจจุบันใช้อินเตอร์เน็ตร้อยละ 29 ในอนาคตใช้ร้อยละ 39 และในอนาคตจะใช้ในการค้นหาสินค้าการท่องเที่ยวร้อยละ 24  ซึ้อหรือจองสินค้าการท่องเที่ยว ร้อยละ 22 และเช็คอินเที่ยวบิน โรงแรม รถไฟ หรือรถเช่า ร้อยละ 20
     - ชาวอังกฤษปัจจุบันใช้อินเตอร์เน็ตร้อยละ 36 ในอนาคตใช้ร้อยละ 45 และในอนาคตจะใช้ในการค้นหาสินค้าการท่องเที่ยวร้อยละ 22  ซึ้อหรือจองสินค้าการท่องเที่ยว ร้อยละ 18 และเช็คอินเที่ยวบิน โรงแรม รถไฟ หรือรถเช่า ร้อยละ 18
     - ชาวเยอรมนีปัจจุบันใช้อินเตอร์เน็ตร้อยละ 23 ในอนาคตใช้ร้อยละ 31 และในอนาคตจะใช้ในการค้นหาสินค้าการท่องเที่ยวร้อยละ 17  ซึ้อหรือจองสินค้าการท่องเที่ยว ร้อยละ 16 และเช็คอินเที่ยวบิน โรงแรม รถไฟ หรือรถเช่า ร้อยละ 16  

     กิจกรรมโทรศัพท์มือถือในอนาคตของทุกตลาด แบ่งตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มอายุ 18 - 24 ปี มีอัตราการใช้อินเตอร์เน็ตร้อยละ 58 รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 25 - 34  ปี กลุ่มอายุ 35 - 44 ปี กลุ่มอายุ 45 - 55 ปี กลุ่มอายุ 55 - 64 และกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ตามลำดับ โดยมีกิจกรรมตามลำดับดังนี้ ค้นหากิจกรรมในท้องถิ่น ซี้อหรือ จองกิจกรรมในท้องถิ่น ค้นหาสินค้าการท่องเที่ยว ซี้อหรือจองสินค้าการท่องเที่ยว เช็คอินเที่ยวบิน โรงแรม รถไฟ หรือรถเช่า จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่จะเข้าถึงและส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้าทางโทรศัพท์เคลื่อนที่

 

นักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชน: อนาคตของการท่องเที่ยว

 

เรื่อง Dirk Foste
Member of the Board, บริษัทนำเที่ยว RUF jugendreisen

     จากการวิจัยความต้องการและแนวโน้มที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเยาวชนชาวเยอรมนี ที่มีอายุระหว่าง 13 - 17 ปี จำนวน 7,500 คน เยาวชนในรุ่นนี้เป็นรุ่น Facebook คือมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ยึดติดแฟชั่น ฉลาดและมีความเข้าใจเป็นอย่างดีในเรื่องการตลาดเพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้า เป็นพวกที่จดจ่ออยู่กับออนไลน์ ทำให้มีความเป็นไปได้หรือช่องทางที่จำกัดในการที่จะเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชน และมองหาแต่เรื่องที่ทำให้สนุกสนานหรือเกิดความพึงพอใจ พฤติกรรมของเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 12 - 15 ปี เริ่มมีการพัฒนาทัศนคติและการให้คุณค่า และเริ่มดื่มแอลกอฮอล์ จากข้อมูลพบว่าร้อยละ 30 ของนักท่องเที่ยวเยาวชนเป็นกลุ่มที่บริโภคข้อมูลหรือโฆษณาเป็นประจำวัน ผ่านสื่อตามลำดับ ดังนี้ สื่ออินเตอร์เน็ต ร้อยละ 93 สื่อโทรทัศน์ ร้อยละ 57 สื่อวิทยุ ร้อยละ 42 สื่อหนังสือพิมพ์ร้อยละ 21 และสื่อแมกกาซีน ร้อยละ 6

     ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชนในการเลือกพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน ตามลำดับความสำคัญ ดังนี้ ชีวิตบนชายหาดและแสงแดด อาหารและเครื่องดื่มที่รวมไว้ในรายการนำเที่ยว  ท่องเที่ยวกับเพื่อน พบเพื่อนใหม่ ราคา การบริการที่รวมไว้ในรายการนำเที่ยว งานเลี้ยงและการเต้นรำ แหล่งท่องเที่ยว คำแนะนำ การลดราคา รายการนำเที่ยวช่วงกลางวัน ระดับราคาที่แหล่งท่องเที่ยวและกีฬา

     ด้านที่พัก นักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชนมีความต้องการตามลำดับ ดังนี้ โรงแรมระดับ 4 ดาว ร้อยละ 33.9 Youth Club Hotel ร้อยละ 18.3 บังกะโล หรือรถบ้าน ร้อยละ 16.7 โรงแรมระดับ 3 ดาว ร้อยละ 10.3 อพาทร์เมนท์ ร้อยละ 9.8 และแค้มปิ้ง ร้อยละ 8.2

     กิจกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชน  ตามลำดับความสำคัญ ดังนี้ งานเลี้ยงและเต้นรำตลอดคืน พบผู้คนใหม่ๆ ไปกับคู่รัก ร้อยละ 68.7 ไลฟ์สไตล์ ชีวิตบนชายหาด ซื้อสินค้าที่ระลึก ดนตรี ความงาม กิจกรรมตามกระแสนิยม ร้อยละ 31.6 วัฒนธรรม ภาษา อาหารพื้นเมือง พบผู้คนท้องถิ่น ร้อยละ 21.7 และกิจกรรมกลางแจ้ง กีฬายอดนิยม แอโรบิก ฟิตเนส กิจกรรมเพื่อสุขภาพ ร้อยละ 20.1

     พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชน จะรวบรวมข้อมูลทางเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว มองหาชายหาด อาหารดีๆ งานเลี้ยงและเพื่อนใหม่ ไม่สนใจจริงๆ เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว มีความต้องการสูง ชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่เคยรู้จักแล้วมากกว่า ไม่ชอบเที่ยวตามลำพังหรือเที่ยวกับพ่อแม่ ชอบเที่ยวกับเพื่อนเท่านั้น ต้องการคำพูดหรือเนื้อหาที่พิเศษเหมาะสมกับความสนใจในช่วงอายุของเขาเหล่านั้น ประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยว  10 ประเทศยอดนิยม ของนักท่องเที่ยวกลุ่มเยาวชน ตามลำดับ ดังนี้ สเปน แคริบเบียน สหรัฐอเมริกา อิตาลี กรีซ โครเอเชีย ออสเตรเลีย เกาะคานารี ฝรั่งเศส และเยอรมนี

 

Corporate Social Responsibility (CSR):
ผลกระทบของระบบความรับผิดชอบต่อสังคมที่มีต่อบริษัทนำเที่ยว


เรื่อง Prof. Dr. Hansruedi Muller
Research Institute for Leisure and tourism, University of Bern (Switzerland)

ความยั่งยืนได้รับการดำเนินการจริงจังอย่างไร

     ด้านผู้บริโภค ความหวังสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม LOHAS: Lifestyle of Health and Sustainability มุ่งเน้นไปที่การมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่ยั่งยืน รวมถึงความเพลิดเพลินและความหรูหรา ด้านนักท่องเที่ยว มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความยั่งยืนมากขึ้น ด้านผู้ให้บริการ มีความกระตือรือร้นในการดำเนินการ CSR บริษัทนำเที่ยวในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี แบ่งเป็น กลุ่มบุกเบิกในการดำเนินการ CSR มีจำนวนร้อยละ 5-10 กลุ่มที่เลือกสรรสินค้าการท่องเที่ยวที่เป็น CSR มีจำนวนร้อยละ 30 - 40 กลุ่มที่มีการตอบสนองอย่างเข้มแข็ง มีจำนวนร้อยละ 30 - 40 และกลุ่มที่ไม่สนใจในเรื่อง CSR และ sustainability มีจำนวนร้อยละ 20 - 30

คำจำกัดความของ CSR
     - CSR เป็นความเต็มใจขององค์กรที่จะผนวกความห่วงใยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ในการตัดสินใจและรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากการตัดสินใจและกิจกรรมที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นการบูรณาการทั้งองค์กรในการนำไปปฏิบัติและให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนำไปพิจารณาด้วย (ISO 26000:2010 (3.3.1)
     - แนวคิดที่บริษัทผนวกความห่วงใยในสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ในการดำเนินธุรกิจและการปฏิสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบนพื้นฐานของการอาสาสมัคร (EU Commission 2001)
     - บริษัทได้ดำเนินการช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยการดำเนินการที่อยู่นอกเหนือกฎหมายและผนวกความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ในธุรกิจหลัก (TourCert 2008)

 

     TourCert เป็นมาตรฐานการรับรองการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งมีเกณฑ์ CSR รวมอยู่ด้วย นับเป็น Accreditation ของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศผู้นำในเรื่องการลดภาวะโลกร้อน TourCert มีแนวทางการปฏิบัติ ประกอบด้วย ต้องเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เลือกที่พักอย่างระมัดระวัง เปรียบเทียบจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยว เกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่น จ่ายในราคาที่เหมาะสม ปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงาน ดำเนินธุรกิจบนแนวทางการเป็นหุ้นส่วน ทำให้มั่นใจว่าดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส

การจะได้ใบรับรอง CSR มีข้อกำหนด ดังนี้
     1. มีรายงานด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงาน CSR และนำเสนอสู่สาธารณะ
     2. มีองค์ประกอบด้านการบริหารจัดการ ระบุภารกิจ CSR มีผู้จัดการ CSR หรือ ทีมงาน CSR และมีการปรับปรุงโปรแกรมให้ทันสมัยอยู่เสมอเป็นประจำทุกปี
     3. มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน โดยมี 10 ตัวชี้วัด 

ระบบการตรวจประเมิน CSR/CR/ Sustainability อื่นๆ มีดังต่อไปนี้
     1. EMAS/ ISO 14001
     2. Guidance on social responsibility: ISO 26000: 2010
     3. Green Globe 1993
     4. Travelife (with 450 Tour operators)
     5. Fair Trade in Tourism/ Fair Trade Travel (South Africa)

     ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากใบรับรอง CSR ประกอบด้วย ชุมชนท้องถิ่นในแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม พนักงานของบริษัทนำเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความตระหนักมากขึ้น มีการบริหารจัดการที่ยั่งยืนในแหล่งท่องเที่ยว และผู้ที่เกี่ยวข้องและมีส่วนได้ส่วนเสีย

     บริษัท Kouni Germany ได้ดำเนินการตามมาตรฐาน TourCert มาตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งเป็นกระบวนการที่เป็นองค์รวมและประเมินผลได้ บริษัทได้บูรณาการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ TourCert ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการบุคลากรในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนในท้องถิ่นมีความยินดีและให้ความร่วมมือในการดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง และบริษัทได้ใช้เรื่องของความยั่งยืน CSR เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดด้วย ในขณะเดียวกันการดำเนินการที่มุ่งสู่ความยั่งยืนก็ต้องนำมาซึ่งรายได้ให้แก่บริษัทด้วย บริษัทจำเป็นต้องลงทุนในด้านต่างๆ ต้องผลิตสินค้าการท่องเที่ยวที่อยู่บนแนวคิดความยั่งยืน ต้องสร้างความต้องการให้เกิดขึ้นกับลูกค้า สร้างมูลค่าที่ทั้งจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ให้แก่ลูกค้า รวมถึงต้องสร้างความแตกต่างของสินค้าการท่องเที่ยวให้ได้ในตลาดท่องเที่ยวหลักหรือ Mass Tourism โดยจะเน้นความดั้งเดิม ความเป็นท้องถิ่น และคุณภาพ รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน อาทิ คู่ค้าพันธมิตร บางประเทศก็เข้าใจเป็นอย่างดี บริษัทกำหนดให้ CSR เป็นส่วนหนึ่งของการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับโรงแรมและเลือกโรงแรมที่ดำเนินการ CSR เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างการรับรู้ถึงการดำเนินการของบริษัทที่มุ่งสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

     ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในระดับโลกที่ให้ความสำคัญและมีการดำเนินการเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนแล้วมีดังนี้ บริษัท STA Travel ซึ่งมีสาขาใน 60 ประเทศทั่วโลก บริษัท Tui Germany และ Thomas Cook AG ดำเนินโครงการ Futourist ซึ่งรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวสนับสนุนความยั่งยืน ปกป้องสภาพภูมิอากาศ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้น้อยที่สุด 
    
โรงแรมในปี 2020 ที่เหนือกว่าการเจาะกลุ่มเป้าหมาย
กลยุทธ์เพื่อการเติบโตในยุคความเป็นส่วนตัวเฉพาะบุคคลและการเปลี่ยนแปลงของโลก

 

เรื่อง Rohit Talwar
CEO Fast Future Research

     งานวิจัยนี้ระบุแรงขับสำคัญของการเปลี่ยนแปลงกลุ่มโรงแรมแบรนด์ทั่วโลกในทศวรรษหน้า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องของกลยุทธ์โรงแรม การสร้างแบรนด์ ต้นแบบธุรกิจ การเจาะกลุ่มลูกค้าและนวัตกรรม

     - ในอนาคต Smart Phones สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ระบบ Augmented Reality/ Interactive Data Eyeglasses สามารถที่จะเห็นเหตุการณ์จริง/ มีความเป็นตัวตนเฉพาะบุคคลมากขึ้น

     - พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจะหลากหลายจนไม่สามารถที่จะเอาใจได้ทุกเรื่อง เป็นชีวิตที่ยุ่งเหยิง และถูกกดดันด้วยการเงิน ต้องการความง่าย มีฐานะดีขึ้นและยากที่จะทำให้พึงพอใจ

     - แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจะถูกแยกเป็นส่วนๆ หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยากที่จะแบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน

     - ลูกค้าจะใช้ Social Media  และบริการทางการท่องเที่ยวที่ฉลาดมากขึ้น เพื่อที่จะค้นพบสินค้าการ  ท่องเที่ยวที่ต้องการสำหรับกลุ่มซึ่งจัดตั้งขึ้นมาชั่วคราว

     - ชนชั้นกลางชาวเอเชียจะมีสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก และในปี 2013 คนเอเชียจะมีสัดส่วน 1/3 ของผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบิน และสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ในปี 2020

     - จะมีการลงทุนอย่างหนักในตลาดการท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อที่จะครอบคลุมการเลือกของนักท่องเที่ยว และการแข่งขันที่มากขึ้น นำไปสู่ราคาที่ถูกลงและสร้างกำไรผ่านโรงแรมทุกประเภท Spectrums

     - ในปี 2020 เครือโรงแรมจะครอบคลุมโรงแรมทุกประเภทตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรูหราและอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมรดกท้องถิ่น


     - ภายในปี 2020 จะมีสินค้าการท่องเที่ยวประเภทใหม่ที่เป็นแบรนด์ร่วม หรือออกแบบร่วมกัน เพื่อเป็น  อสังหาริมทรัพย์ประเภท  “Signature” ปรากฎขึ้นในกลุ่มเครือโรงแรม ซึ่งจะให้บริการความแตกต่าง และเปิดทางเลือกใหม่ในการสร้างรายได้ ในขณะเดียวกัน เราจะได้เห็นการเกิดขึ้นของกลุ่มโรงแรมที่ไม่มีแบรนด์ เสนอทางเลือก White label ซึ่งจะตอบสนองกับตลาดที่มีความเป็นสมัยใหม่ มีมาตรฐานที่สูงมากด้านบริการและมีบริการด้านเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ขณะเดียวกันก็เป็นการพัฒนาแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา

     - โรงแรมจะใช้ข้อเสนอด้านราคาที่ลดลงในการไปจับส่วนแบ่งตลาดช่วงทั้งก่อนและหลังการใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น การซื้อกระเป๋า เสื้อผ้า การเดินทาง การทำประกัน

     - โรงแรมจะให้บริการธุรกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น การแปล การเข้าถึงคำแนะนำด้านกฎหมาย เลขานุการ การจัดตั้งกลุ่ม การจัดการประชุมเล็กๆ

     - แขกของโรงแรมจะคาดหวังว่าการพักในโรงแรมจะต้องตอบสนองความเป็นตัวตนของแขก โดยการเลือกสรรทั้งหมดตั้งแต่การจองหรือก่อนการเดินทาง และก็เต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการที่เป็นส่วนตัว

     - การจำแนกโรงแรมอาจจะต้องมองไปข้างหน้า ที่จะมุ่งไปที่บริการมากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวก

     - ส่งมอบทางเลือกของบริการที่มีความเป็นส่วนตัวผ่านสิ่งที่จับต้องได้ และใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีที่หลากหลาย

     - วิวัฒนาการในอนาคตของโรงแรมจะเป็นเสมือนห้องทดลองที่มีชีวิต ที่ต้องทดลองอยู่ตลอดเวลาและ  มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในทุกครั้งของการให้บริการ โรงแรมจะเป็นเสมือนแหล่งเก็บข้อมูลเชิงลึกและแนวคิดจากลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงสินค้าและการให้บริการที่ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า

เรียบเรียง : วัชรี ชูรักษา

 ย้อนไปอ่าน ITB Berlin Convention (9-11 March 2011) ตอนที่ 1 คลิกที่นี่