สถานการณ์ท่องเที่ยว:
เอเชียและแปซิฟิกมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5% ในเดือนกุมภาพันธ์
     สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้ประกาศตัวเลขเบื้องต้นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 5% อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนช่วงของปฏิทินจันทรคติจากกลางเดือนเมื่อปีก่อนเป็นต้นเดือนในปีนี้ เอเชียใต้มีการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวแข็งแกร่งที่สุดจากทุกอนุภูมิภาค ทั้งนี้มีการเติบโต 15% โดยอินเดียและศรีลังกาซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ICC Cricket World Cup 2011 มีการเติบโตมากที่สุดตามด้วยมัลดีฟส์ (13%) และเนปาล (12%)

     ความต้องการเดินทางมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีของภูมิภาคนี้ประมาณ 10% โดยจุดหมายปลายทางที่มีอัตราการเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลัก เช่น กัมพูชา (22%) เมียนมาร์(29%) และเวียดนาม (22%)

     ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างเชื่องช้าเพียง 3% ในเดือนกุมภาพันธ์แต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 1.4 ล้านคน ไต้หวัน (17%) ยังคงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของนักท่องเที่ยวขาเข้า แต่ในจุดหมายปลายทางอื่นๆ เติบโตในระดับต่ำประมาณ 2% (จีน,ฮ่องกง,ญี่ปุ่น) และ 5% (มาเก๊า)

     สำหรับภูมิภาคแปซิฟิกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนเพิ่มขึ้น 4% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 โดยออสเตรเลียมีนักท่องเที่ยวลดลง 0.2% นิวซีแลนด์มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 0.2% ส่วนวานูอาตูมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 71% และฮาวายเพิ่มขึ้น 12%

     พื้นฐานทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ยังคงแข็งแกร่ง และแรงผลักดันในเชิงบวกคาดว่ายังมีอยู่แต่เหตุการณ์หลังภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งความวุ่นวายทางการเมืองในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ก็อาจมีผลกระทบต่อความต้องการเดินทางในระยะสั้น

     JNTO ได้เปิดเผยว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อุปสงค์ในการเดินทางทั้งขาเข้าและขาออกลดลง 50% และ 18% ตามลำดับซึ่งคาดหวังว่าการฟื้นตัวสู่ภาวะปกติจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

     สำหรับภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังเอเชียแปซิฟิกประมาณ 3 ล้านคนต่อปีต้องประสบปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ที่เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเอเชียแปซิฟิกลดลง จุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ได้แก่ ประเทศไทย ได้รับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้ลดลง 15% ในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ดี PATA เชื่อมั่นว่าการเติบโตในภาพรวมจะดำเนินต่อไปในระยะสั้น เนื่องจากพลวัตของตลาดและความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของญี่ปุ่น และตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีหลัง
(ที่มา: www.PATA.org/news)

เจาะลึกผู้บริโภคตะวันออกกลางและแอฟริกัน:
     รายการโทรทัศน์จากตุรกีกำลังมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในตะวันออกกลางและแอฟริกาเพิ่มขึ้น รวมทั้งความสำคัญของโซเชียลมีเดียต่อเยาวชนในตะวันออกกลางก็เพิ่มมากขึ้น สื่อเล็ก ๆ ที่สร้างพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในเขต ซับซาฮาราของแอฟริกา และก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างคนในแอฟริกาใต้ที่ยิ่งมีและไม่มีเกิดขึ้นได้อย่างไร

ชาวแอลจีเรียนชื่นชอบประสบการณ์ช็อปปิ้งแบบตะวันตก

 

     เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 2553 ได้มีการเปิดศูนย์การค้า Bab Ezzouar  ขึ้นที่ชานกรุงแอลเจียร์ ประชาชนนับพันรวมตัวกันเพื่อเข้าไปทดลองใช้บริการในอาคาร 4 ชั้นของศูนย์การค้าแบบตะวันตกแห่งนี้ ซึ่งนอกจากจะมีร้านค้าอีกจำนวนมากแล้ว ยังมีภัตตาคาร ร้านกาแฟ สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง และโรงภาพยนตร์ ทั้งนี้ นักช็อปชาวแอลจีเรียนถือว่าศูนย์การค้าลักษณะนี้เป็นสิ่งใหม่ของชาวแอลจีเรียน แม้ว่าราคาสินค้าจะสูงกว่าแต่ก็สะดวกสบายเนื่องจากมีสินค้าทุกสิ่งรวมในสถานที่เดียว อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการชาวแอลรีเรียนบางคนก็เห็นว่าร้านค้าของตนแตกต่างจากร้านในศูนย์การค้า และสังเกตเห็นว่าคนจะไปเดินศูนย์การค้าแทนที่จะเข้ามัสยิด

รายการโทรทัศน์ของตุรกีกลายเป็นแหล่งอิทธิพลของภูมิภาค

     ละครประโลมโลกของตุรกีหลายเรื่องกำลังได้รับความนิยมในโลก อาหรับ เช่น “Gumus” (“Noor” ในภาษาอารบิก) เป็นละครที่ได้รับความนิยมในหมู่สตรีอาหรับที่ชอบเนื้อเรื่องชีวิตของตัวละครตามชื่อเรื่องที่เปลี่ยนฐานะจากยาจกเป็นเศรษฐี ซึ่งเป็นตัวละครนักธุรกิจหญิงที่เข้มแข็งและมีสามีที่รักกันมาก ซึ่งจากคำกล่าวของแพทย์หญิงชาวซาอุดีอาระเบียระบุว่า ตามปกติสามีชาวอาหรับมักจะไม่เอาใจใส่ต่อภรรยามากเหมือนในละครเรื่องนี้ ส่วนนักวิจารณ์รายการโทรทัศน์ระบุว่า ปัจจุบันนักเขียน

     บทภาพยนตร์ของตุรกีได้เรียนรู้การปรับเนื้อหาของรายการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับท้องถิ่นที่เป็นเรื่องราวของชาวมุสลิม ทั้งนี้ตุรกีมักจะปฏิบัติตนเป็นตัวกลางระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจากประเทศในโลกอาหรับนิยมเดินทางไปตุรกีมากขึ้น

ราคาบ้านในซาอุดีอาระเบียสูงขึ้นในช่วงที่คาดว่ากฎหมายจะเปลี่ยนแปลง
     ราคาบ้านในบางพื้นที่ของซาอุดีอาระเบียสูงขึ้นถึง 40% ช่วงครึ่งหลังปีของ 2553 ด้วยสาเหตุของภาวะเงินเฟ้อและกฎหมายจำนองที่กำลังจะบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้ โดยราคาวิลล่าขนาดเล็กตอนเหนือของกรุงริยาดสูงขึ้นเฉลี่ย 40% อพาร์ทเมนต์ราคาสูงขึ้นทั่วทุกส่วนเช่นกัน แม้ว่าราคาจะยังต่ำกว่าเมื่อปี 2551 ทั้งนี้ Banque Saudi Fransi (BSF) ก็ได้เตือนว่า แม้จะคาดหวังว่าการออกกฎหมายจะช่วยให้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้นแต่เรื่องนี้ต้องใช้เวลา

อาบูดาบีมองด้านวัฒนธรรม

     อาบูดาบีหวังว่า จะใช้ศิลปะและสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างแรงกระตุ้นความพยายามที่จะปรับโฉมเอกลักษณ์ของชาติ และสร้างสังคมสมัยใหม่ภายในกรอบของอิสลาม อีกเป้าหมายหนึ่งของโครงการเหล่านี้ก็เพื่อช่วยสร้างเส้นทางสายใหม่ในยุคหลังที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถวางตัวเป็นจุดสำคัญทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างตะวันตกและตะวันออก ขณะนี้มีพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ 3 แห่ง อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่ชานเมืองของ อาบูดาบี ได้แก่ Guggenheim ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่นิวยอร์กถึง 12 เท่า พิพิธภัณฑ์สาขาของลูฟว์ที่มีมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ และอีกแห่งหนึ่งคือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ และยังมีแผนการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางทะเล โดยเป้าหมายสูงสุดของเมืองคือ การสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ที่ขัดแย้งกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของภูมิภาคที่เสื่อมถอยลง และตอกย้ำความรู้สึกของความเท่าเทียมทางวัฒนธรรมกับตะวันตก

โซเชียลมีเดียสร้างความฮือฮาในกลุ่มเยาวชนตะวันออกกลาง

     จากการที่สื่อสารมวลชนประเภทหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ มีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากในตะวันออกกลาง โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ Twitter จึงกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้บริโภคกลุ่มเยาวชนมากกว่าที่เกิดขึ้นในโลกตะวันตก ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่เกิดการประท้วงทางการเมืองในอียิปต์ Facebook และ YouTube เป็นช่องทางสำหรับผู้ไม่เห็นด้วยใช้ในการเคลื่อนไหว และทุกประเทศในภูมิภาคมีการใช้ Facebook เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคม 2011 โดยในบางประเทศมีการขยายตัวถึง 100% 

     สำหรับในภูมิภาคเอเชีย ขณะนี้มีผู้ใช้ Facebook 21.1% และอียิปต์มีผู้ใช้ 6.8% ของจำนวนประชากรโดยเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปีก่อน

การขยายตัวของการท่องเที่ยวผลักดันให้เกิดการพัฒนาโรงแรมแบบหรูหราในนครเมกกะ

     ในซาอุดีอาระเบีย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาที่กำลังเจริญเติบโตเป็นพลังขับเคลื่อนให้การก่อสร้างโรงแรมในนครเมกกะขยายตัวโดยเฉพาะโรงแรมระดับหรูหรา ส่งผลให้โรงแรมระดับล่างและที่พักหลายแห่งถูกแทนที่ด้วยอาคารสูงที่เปลี่ยนแปลงรูปโฉมของเมืองอย่างสิ้นเชิง  ตัวแทนการตลาดโรงแรมหรูชานเมืองกล่าวว่า 
     "จะมีคนเดินทางมาประกอบพิธีฮัจญ์มากขึ้น อุปสงค์ที่เคยมีมากเกินอุปทานแต่ขณะนี้มีเกือบเท่ากัน โรงแรมใหญ่ ๆ เข้ามาเปิดกิจการ เพราะรู้ว่าจะทำธุรกิจที่นี้ได้และคนจะไม่หยุดเดินทางมาประกอบพิธีฮัจญ์ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 มีชาวมุสลิมประมาณ 2.5 ล้านคนที่จาริกแสวงบุญเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์ และความต้องการที่จะพักแรมของคนแต่ละเชื้อชาติมีรูปแบบของความต้องการที่แตกต่างกัน"

การซื้อเป็นหมู่คณะเป็นที่นิยมมากในเคนยา

     ชาวเคนยาก็เหมือนชาวแอฟริกันส่วนใหญ่ที่ชอบต่อรองราคา จึงทำให้แนวคิดการซื้อเป็นหมู่คณะที่เรียกว่า “Rupu“ ถูกนำมาใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2010 ซึ่งเป็นแนวคิดที่มาจากบริษัทอเมริกัน Groupon ที่เป็นการซื้อเป็นกลุ่มที่เสนอราคาต่ำสำหรับผู้บริโภคออนไลน์และเสนอการทำการตลาดราคาถูก
     คำว่า “Rupu” มาจากภาษาเคนยา “Marupurupu” ที่หมายถึงโบนัส โดยจะใช้ระบบการจ่ายเงินด้วยโทรศัพท์มือถือ เว็บไซต์นี้จะให้ส่วนลดระหว่าง 50% และ 90% ณ ภัตตาคารที่มีการตกลงกันไว้โดยได้ลงนามข้อตกลงไปแล้วถึง 150 แห่งในเมือง ไนโรบี , มอมบาซา และเมืองอื่นๆ ทั้งนี้จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศเคนยากระโดดจาก 1.1 ล้านคน
เป็น 4.5 ล้านคน ระหว่างปี 2005 และ 2010

การบริโภคที่เด่นชัดของชาวแอฟริกาใต้ผิวดำที่มีฐานะสร้างความสนเท่ห์ในแอฟริกาใต้
     การบริโภคที่เด่นชัดของชาวแอฟริกาใต้ผิวดำที่มีฐานะ ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันอย่างเกลียดชังในประเทศที่มีสัดส่วนของเยาวชนผิวดำที่ไม่มีงานทำค่อนข้างสูง โดยอัตราคนว่างงาน อยู่ที่ 25.2% ในปี 2010 ประเด็นถกเถียงนี้เกิดขึ้นหลังจากงานเลี้ยงฉลองวันเกิดเมื่อเดือนตุลาคม 2010 ที่จัดอย่างหรูหราโดยนักธุรกิจที่ถูกตัดสินความผิดข้อหา ฉ้อโกง โดยงานเลี้ยงดังกล่าวจัดในโรงแรม 5 ดาวในเมือง Sandton  ชานกรุงโจฮันเนสเบิร์ก ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “จัตุรัสที่ร่ำรวยที่สุดในแอฟริกา” ซึ่งถือว่างานนี้เป็นการถ่มน้ำลายใส่หน้าคนยากจน เพราะจากข้อมูลของ ยูโรมอนิเตอร์ พบว่าการกระจายรายได้ในแอฟริกาใต้มีความแตกต่างกันมากยิ่งกว่าในบราซิลและจีน

ความอ้วนเป็นประเด็นด้านสุขภาพที่กำลังเติบโตในไนจีเรียและพื้นที่ใกล้เคียง

     ทุกวันนี้ชาวไนจีเรียจะเริ่มมีพุง หลังจากวันเกิดครบ 25 ปี โดยเฉลี่ย ซึ่งมันกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และคนส่วนใหญ่ไม่บ่นถึงเรื่องนี้ แต่จากข้อมูลของยูโรมอนิเตอร์ พบว่าการจัดการน้ำหนักตัวเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจมากขึ้นในไนจีเรีย สัดส่วนของคนที่อายุ 15 ปีหรือมากกว่านั้นที่น้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นจาก 23.1% เป็น 26.5% ในช่วงปี 2005 ถึง 2010 ขณะที่สัดส่วนของคนอ้วนเพิ่มขึ้นจาก 4% เป็น 5.6% ซึ่งมีผลเป็นการเตือนด้านสุขภาพและในขณะนี้ชาวไนจีเรียประมาณ 4.7% ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน นอกจากไนจีเรียแล้ว แอฟริกาใต้ก็มีอัตราส่วนคนอ้วนเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

พลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กเปลี่ยนชีวิตคนได้

     ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่สร้างขึ้นโดยชาวจีนมีราคาถูกกำลังมีผลกระทบอย่างสูงต่อชีวิตประจำวันของผู้บริโภคจำนวนมากขึ้น ในเขตซับซาฮาราของแอฟริกาโดยเฉพาะเขตชนบท นอกจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ราคาถูกและแสง LED ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถทำให้ห้องสว่างขึ้นด้วยกำลังเพียง 4 วัตต์แทนที่จะเป็น 60 วัตต์ ทำให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากระบบดังกล่าวมีราคาถูกและคนยากจนสามารถซื้อมาใช้ได้ การแพร่หลายของโทรศัพท์มือถือในเขตชนบทของแอฟริกามีบทบาทสำคัญต่อประเด็นนี้ เนื่องจากอุปกรณ์สื่อสารดังกล่าวจำเป็นต้องรีชาร์จ และเมื่อมีระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กขึ้นโดยมีราคาเพียง 80 เหรียญสหรัฐก็ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสะดวกสบายและประหยัดได้มากขึ้น

ดนตรีช่วยหล่อหลอมเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมของมวลชน

 

     ในแง่ของวัฒนธรรมมวลชน ทวีปแอฟริกาดูเหมือนเป็นประเทศเดียวมากขึ้นเรื่อย ๆ อะไรที่เป็นความโดดเด่นสามารถกระโดดจากระดับประเทศไปสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว และถ้าสิ่งนั้นประสบความสำเร็จมันอาจจะส่งผลสะท้อนไปทั่วทั้งทวีป ที่เห็นได้ชัดเจน คือ ดนตรีซึ่งศิลปินชาวไนจีเรีย , แอฟริกาใต้ และเคนยาเป็นผู้ที่อยู่แถวหน้า MTU Africa Networks ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2005 มีฐานอยู่ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์กมีบทบาทสำคัญในกรณีนี้ ความร่วมมือระหว่างประเทศกลายเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นตัวอย่าง เช่น การรวมตัวของศิลปินจากนานาประเทศในแอฟริกา ทั้งเคนยา ไนจีเรีย โมซัมบิก และสาธารณรัฐคองโก โดยมี Blogger คนหนึ่งระบุว่า “ชาวแอฟริกันทุกคนเท่าเทียมกันในสายตาของวัยรุ่น”จากการมีเคเบิลทีวี ใช้โทรศัพท์มือถือ ใช้อินเตอร์เน็ตได้ทั่วทั้งทวีป

(ที่มา: www.euromonitor.com)

เรียบเรียง : โศรยา หอมชื่น