Generation Z คือใคร

     ♣ เกิดระหว่างปี 1991-2002
     ♣ มี 2 กลุ่มอายุ คือ 8-12 ปี หรือที่เรียกว่า กลุ่ม Tweens และอายุ 13-19 ปี หรือกลุ่มTeenagers
     ♣ เป็นรุ่นลูกของ Generation X หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Latchkey Kids

     ♣ เป็นรุ่นหลานของ Baby Boomers
     ♣ เป็นคนในรุ่นต่อจาก Generation Y

ลักษณะของกลุ่ม Gen Z

Individualistic: ขณะที่คนในกลุ่ม Gen Y  มีแนวโน้มที่จะทำงานเป็นทีม Gen Z จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยจะถูกสนับสนุนให้แสดงออกซึ่งความคิดเห็นของตนเองอย่างอิสระ ทั้งในอินเตอร์เน็ต บ้าน และโรงเรียน

Tech-Savy: เนื่องจากคนใน Gen Z เกิดและเติบโตในยุคดิจิตอล ตลอดจนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความรวดเร็ว ทั้งนี้ Gen Z จะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา รวมทั้งมีความสามารถในการจัดการงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลจำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ พวกเขายังต้องการผลลัพธ์การทำงานที่รวดเร็วฉับไวและแม่นยำอีกด้วย

Older than their years: หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ KGOY (Kids Getting Older Younger) ซึ่งหมายถึง การที่เด็ก ๆ มีการเติบโตทางความคิดเหมือนเด็กวัยรุ่น (Teenagers) ซึ่งเห็นได้ว่าเด็กฉลาดมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต ในขณะที่วัยรุ่นเองก็มีระดับไอคิวสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับคนในรุ่นก่อนหน้า

Brand-aware: ชาว Gen Z จะเป็นพวกวัตถุนิยมและมีความตระหนักในเรื่องที่เกี่ยวกับแบรนด์สูง   ตลอดจนได้รับอิทธิพลจากเพื่อนในขั้นตอนการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ชาว Gen Z ยังไม่สามารถหักห้ามใจจากสินค้าที่นำเสนอความเท่ และเป็นสินค้า “must-haves” ชิ้นล่าสุด

Open and Fair: ชาว Gen Z มักไม่นิยมแบ่งแยก รวมทั้งดำรงชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมากกว่า Generation ก่อน โดยพวกเขาเชื่อมั่นในความยุติธรรม ทั้งนี้ วัยรุ่นมักจะมีความใกล้ชิดกับพ่อแม่มากขึ้น เชื่อในความสามารถของผู้หญิง มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และยอมรับถึงความหลากหลายของผู้คน

สัดส่วนประชากร


     ♣
Swing Generation (อายุ 65+ ขึ้นไป)  ร้อยละ  8
     ♣ Baby Boomers (อายุ 46-64 ปี)   ร้อยละ  18
     ♣ Gen X  (อายุ 31-45 ปี)     ร้อยละ  21
     ♣ Gen Y  (อายุ 20-30 ปี)     ร้อยละ  18
     ♣ Gen Z (อายุ 8-19 ปี)     ร้อยละ  21
     ♣ อายุน้อยกว่า 8 ปี     ร้อยละ  14

     เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนประชากรของชาว Gen Z แล้วพบว่าชาว Gen Z ครองสัดส่วนของประชากรสูงสุดในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชียแปซิฟิก ตามลำดับ

แนวโน้มด้านประชากรศาสตร์
     ♣  
ชาว Gen Z เป็นกลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดถึงร้อยละ 21 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมดในปี 2009 หรือมีจำนวนถึง 1.4 พันล้านคน
     ♣ ขนาดของกลุ่ม Gen Z มีแนวโน้มเติบโตช้าเนื่องจากอัตราการเกิดต่ำ และการลดขนาดลงของครอบครัวในหลายประเทศ
     ♣ จำนวน Gen Z ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ 56 ในปี 2009 อย่างไรก็ดีการเติบโตของประชากรกลุ่มนี้มีแนวโน้มลดลง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบาย “One Child” ของจีน
     ♣ Gen Z ภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางมีอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 8 และทำให้มีสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 8-19 ปี ถึงร้อยละ 27 ของประชากรทั้งหมดในปี 2009
     ♣ ในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก ขนาดของกลุ่ม Gen Z หดตัวลงร้อยละ 1 ในช่วงระหว่าง ปี 2004-2009 อย่างไรก็ตาม การเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่นก็ยังนับว่าเป็นปัจจัยที่สร้างความน่าสนใจสำหรับการส่งเสริมตลาดกลุ่มดังกล่าวในภูมิภาคเหล่านี้
     ♣ ในภูมิภาคยุโรปตะวันออก ขนาดของกลุ่มประชากรที่มีอายุระหว่าง 8-19 ปี ลดลงจากร้อยละ 17 ในปี 2004 เป็นร้อยละ 14 ในปี 2009 ซึ่งเป็นผลจากการลดลงอย่างรวดเร็วของอัตราการเกิดตั้งแต่ช่วงปี 1990 เป็นต้นมา

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของ Gen Z

Purchasing Power:
กลุ่ม Gen Z มีแนวโน้มที่จะมีรายได้สูงขึ้นซึ่งเป็นผลจากการที่ได้รับค่าขนมจากพ่อแม่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ พ่อแม่ยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของลูกๆ เป็นอันดับแรก
ทั้งนี้ Gen Z ยังมีส่วนสำคัญสำหรับการตัดสินใจซื้อในครอบครัว ประกอบกับการที่วัยรุ่น (Teenagers) ยังมีแนวโน้มที่จะครอบครองบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น

Peer Pressure: Gen Z จะได้รับอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อจากกลุ่มเพื่อนสูงมากและจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้รับครอบครองอุปกรณ์ (Gadgets) ทันสมัยสุดฮิต วีดีโอเกม และสินค้าแฟชั่นล่าสุด

KGOY Phenomenon: เด็กในกลุ่ม Tweens (อายุ 8-12 ปี) จะต้องการสินค้าที่มีลักษณะเดียวกันกับกลุ่ม Teenagers (อายุ 13-19 ปี) ไม่ว่าจะเป็น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แฟชั่น ความงาม แทนที่ของเล่น

Media & the Internet: Gen Z มีความต้องการในสินค้า Celebrity Culture เช่น สินค้าลิขสิทธิ์ ของคนดังซึ่งเป็นตัวแทนของวัยรุ่น (Teen Idols) ตลอดจนได้รับอิทธิพลสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook และ Youtube

สินค้าที่ Gen Z ชื่นชอบ
     Ω วิดีโอเกมส์
     Ω แฟชั่น


     Ω สินค้าด้านความงาม

 

     Ω สินค้าอิเล็กทรอนิกส์

     Ω สินค้าที่เกี่ยวกับดนตรี หนังสือ และนิตยสาร

     Ω เครื่องดื่มและของขบเคี้ยว

การสื่อสารกับชาว Gen Z
     ♦
ชาว Gen Z จะเชื่อมต่อกันตลอดเวลาผ่านโทรศัพท์ เคลื่อนที่ อุปกรณ์เกมที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้
     ♦ กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มที่มีความถี่ในการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตสูงสุด โดยกลุ่มวัยรุ่น (Teenagers) ชาวอเมริกันถึงร้อยละ 63 จะออนไลน์ทุกวัน
     ♦ Gen Z ในฝั่งตะวันตกจะนิยมใช้ Facebook ในขณะที่ ในฝั่งตะวันออกจะนิยม Kaixinooi และ mixi ในประเทศจีนและญี่ปุ่นตามลำดับ

     ♦ กลุ่มวัยรุ่นในเอเชียจะนิยมเล่นเกมในโลกเสมือน หรือ MMORPG ( Massive multiplayer Online Role-Playing Game) ซึ่งเป็นเกมที่ผู้เล่นหลายคนเข้ามาเล่นในเวลาเดียวกันผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ โดยผู้เล่นแต่ละคนจะสวมบทบาทเป็นตัวละครตัวหนึ่งในโลกเสมือน
     ♦ โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเหล่าวัยรุ่น (Teenagers) โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้งานเกี่ยวกับ การส่งข้อความ การเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ การฟังดนตรี และการถ่ายรูป

Outlook: Opportunities
     ♥
ชาว Gen Z  มีแนวโน้มที่จะใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น มีความสามารถในการเรียนรู้อย่างรวดเร็วในการจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาลผ่านเทคโนโลยีดิจิตอลซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งนี้ ชั่วโมงการทำงานทั้งที่บ้านและที่ทำงานจะถูกปรับเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นสูงขึ้นจนกลายเป็นมาตรฐานสำหรับรูปแบบการทำงานในอนาคต
     ♥ ในตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย และบราซิล การพัฒนาทางเศรษฐกิจจะช่วยทำให้คนรุ่นใหม่ได้ลิ้มรสวิถีชีวิตที่เคยเป็นเพียงความฝันของคนรุ่นก่อน
     ♥ คนในกลุ่ม Gen Z จะเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงาน และพักผ่อนในอนาคตซึ่งมีแนวโน้มที่จะไม่แยกออกจากกัน มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเทคโนโลยี AR หรือ Augmented Reality หรือการผสานโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual) ผ่านอุปกรณ์ไฮเทคจะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก

Outlook: Threats
     ♣
การส่งเสริมการตลาด Generation Z จะได้รับผลกระทบจากปัญหาการว่างงานและปัญหาอื่นๆ ที่  เกี่ยวเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งทำให้ Gen Z ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
     ♣ ในตลาดหลักหลายตลาดกำลังได้รับผลกระทบจากค่าเล่าเรียนที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งนับว่าเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นของรัฐบาล และภาระหนี้นี้จะเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการซื้อของ Gen Z ในอนาคต


     ♣ จากการที่ชาว Gen Z นิยมทำกิจกรรมทุกประเภทผ่านทางออนไลน์ รวมทั้งการเคลื่อนที่อย่างอิสระตลอดเวลา ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณของการสิ้นสุดของยุคการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ การรับส่งอีเมล์และการเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ตั้งโต๊ะ
     ♣ วัยรุ่นมีความชื่นชอบที่จะจับจ่ายใช้สอยผ่านออนไลน์ในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อร้านค้าที่ไม่ได้มีระบบออนไลน์รองรับ

เรียบเรียง : ณัฎฐิรา อำพลพรรณ