งาน ABAV 2010 ประเทศบราซิล

งานส่งเสริมการขาย ABAV เป็นงานที่จัดขึ้นโดยสมาคมที่มีชื่อว่า Brazilian Travel Agencies Association ซึ่งถือเป็นหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศบราซิล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2496 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Rio De Janeiro มีภารกิจเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศบราซิลเป็นสำคัญ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญ คือ การจัดงาน the Fair of the America หรือ ABAV โดยครั้งแรกจัดขึ้นที่ประเทศสเปนเมื่อปี 2517 และ ย้ายมาจัดที่เมือง Rio de Janeiro ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ABAV เมื่อปี 2547



งาน ABAV เติบโตอย่างต่อเนื่องจนถือเป็นงาน Travel Trade Show ที่ใหญ่ที่สุดของละตินอเมริกา โดยเปิดให้เฉพาะกลุ่ม Travel Agents และ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว งาน ABAV จัดเป็นประจำทุกปีประมาณเดือนตุลาคม สำหรับปี 2553 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2553 ณ Riocentro Exhibition & Convention Center ในปีนี้ ททท. โดยสำนักงานลอสแองเจลิส ได้ร่วมออกคูหานิทรรศการประเทศไทยเป็นครั้งที่ 4 ภายในพื้นที่บูธของบริษัท Travel Princess ซึ่งเป็นผู้ประกอบการนำเที่ยวรายใหญ่ของประเทศบราซิล และเป็นพันธมิตรของประเทศไทยที่ได้รับเลือกให้เป็น Friend of Thailand เมื่อปี 2552 โดยเอกสารที่นำไปประชาสัมพันธ์นั้นได้จัดพิมพ์เป็นโบรชัวร์แนะนำแหล่งท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย นอกจากนี้แล้วยังมีองค์การท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีร่วมออกงานภายในพื้นที่เดียวกับประเทศไทยด้วย ส่วนประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชียที่เข้าร่วมออกคูหาในครั้งนี้ ได้แก่ ภูฏาน จีน อินเดีย อิหร่าน เนปาล และศรีลังกา ในปี 2553 คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 24,000 คน จากกว่า 40 ประเทศ และ Exhibitor กว่า 800 ราย


บรรยากาศการจัดงาน


บรรยากาศภายในงาน ได้มีการตกแต่งคูหาประเทศต่างๆ อย่างสวยงาม สีสันที่ใช้ เน้นสีสดใส และสะดุดตา ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของประเทศแถบลาตินอเมริกา สำหรับคูหาประเทศไทยยังคงเน้นการใช้สีชมพูและขาว ภายใต้สโลแกน “Amazing Thailand”  ภายในงาน แต่ละคูหาได้มีการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์หลากหลายรูปแบบทั้งการแจกของที่ระลึก การให้ทดลองชิมผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่ การสาธิตและการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละประเทศ เพิ่มสีสันให้บรรยากาศมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นนอกเหนือไปจากนี้ ความพิเศษในการจัดงานอยู่ที่การจัดแบ่งห้องสำหรับการอภิปราย หรือ theme room ออกเป็น 9 ห้อง ตามหัวข้อที่น่าสนใจ ใน 9 หมวด ได้แก่ corporate tourism, assistance for traveler, sea cruises, vehicle rental, tour operators, road and  highway tourism, touristic consortium และ incoming tourism โดยมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว



• ลุ่มน้ำอะเมซอน โรงแรม Ariau ซึ่งเป็นโรงแรม Tree Top ตั้งอยู่ในบริเวณป่าลุ่มน้ำอะเมซอน  แบ่งอาคารพักเป็นหลังๆ ประมาณ 5 ชั้นๆ ละ 8-10 ห้อง สร้างโดยไม้เป็นหลักและกลมกลืนไปกับทัศนียภาพของป่าอะเมซอน การจัดการของโรงแรมเน้นการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นมิตร แต่ทั้งนี้ เนื่องจากโรงแรมได้ก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ทำให้มีบางส่วนมีสภาพผุพังไปตามกาลเวลา จำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมเพื่อให้คงสภาพต่อไป ต้นไม้ในบริเวณป่าอะเมซอนยังคงสภาพที่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวล คือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก (climate change) ซึ่งส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในแม่น้ำอะเมซอน ในปีนี้ ระดับน้ำลดลงต่ำกว่ามาตรฐานซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้เรือในการเดินทางเข้าถึงโรงแรมได้ จำเป็นต้องใช้การเดินเท้าเข้าไปยังที่พัก ปีนี้เป็นปีแรกที่ประสบปัญหาดังกล่าว และมีแนวโน้มที่ระดับน้ำจะลดลงไปอีก โดยจากการสอบถามเจ้าหน้าที่พบว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาระดับน้ำยังคงสูงกว่า 3 เมตร แต่ปัจจุบันระดับน้ำสูงเพียง 2 ฟุต หรือบางช่วงอาจต่ำกว่านั้นทำให้เรือใหญ่ไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้



• น้ำตกอีกัวซู (ส่วนหนึ่งของ Iguazu National Park) เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยและใหญ่ที่สุด ในโลก มีความสูงกว่า 70 เมตร ตั้งอยู่บนพรมแดนซึ่งครอบคลุมอาณาบริเวณของ 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศ อาร์เจนติน่า และบราซิล ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ lguazu ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้ 2,000 ชนิด และนกกว่า 400 ชนิด นอกเหนือไปจากนี้ ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็น World Heritage Site จาก UNESCO ด้วย ภายในอุทยานมีบริเวณลานจอดรถขนาดใหญ่ รองรับได้ทั้งรถบัสโดยสาร และรถยนต์ส่วนตัว บริเวณร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร การจัดการภายในกำหนดให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการของรถบัสเปิดหลังคาที่ตกแต่งด้วยรูปภาพของนกชนิดต่างๆ อย่างสวยงาม โดยภายในเขตอุทยานกำหนดให้นำรถส่วนตัวเข้าไปได้เพียงบางส่วนเท่านั้น มีบริเวณให้นักท่องเที่ยวได้เลือกกิจกรรมเดินป่า นั่งเรือชมทัศนียภาพของน้ำตก ซึ่งถูกแยกออกมาจากร้านอาหาร และเส้นทางที่ให้นักท่องเที่ยวเดินชมน้ำตก มีการจัดการที่เป็นระบบ และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงมาก ด้วยอุปกรณ์การช่วยชีวิต เสื้อชูชีพ บริเวณจัดเก็บสัมภาระ การให้คำแนะนำก่อนการทำกิจกรรมต่างๆ โดยพนักงานที่ให้บริการมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ด้านการขับเรือ การนำทางเดินป่า และการช่วยเหลือชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น การจัดการด้านไกด์นำเที่ยว นั้น อุทยานไม่อนุญาตให้ไกด์จากภายนอกให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้อุทยานได้จัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำชมและดูแลในขณะที่เดินป่าและลงเรือล่องแก่งไว้บริการโดยเฉพาะ



งาน FIT 2010 ประเทศอาร์เจนติน่า


งาน FIT จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ สมาคม Argentine Association of Tourism and Travel Agencies (AAAVYT) องค์กร Buenos Aires Association of Tourism and Travel Agencies (AVIABUE) และ Ferias Argentinas S.A.

งาน FIT จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2540 และจัดต่อเนื่องประจำทุกปีจนปัจจุบัน ลักษณะงานแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ช่วง Trade สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะ และช่วง Public สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ในปี 2553 กำหนดจัดงานในวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2553 ณ LA Rural, Predio Ferial เมือง Buenos Aires โดย ททท. สำนักงานลอสแองเจลิส เข้าร่วมการออกคูหาประเทศไทย ภายในพื้นที่บูธบริษัท Lambertini และ Travel Port ซึ่งเป็นผู้ประกอบการนำเที่ยวรายใหญ่ของอาร์เจนติน่าและเป็นพันธมิตรของประเทศไทย นอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว ยังมีประเทศจากภูมิภาคเอเชียเข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย ได้แก่ ไต้หวัน อินเดีย โดยคาดว่ามี Exhibitor เข้าร่วมงานกว่า 1,700 ราย

 

 

บรรยากาศการจัดงาน

บรรยากาศการจัดงานนั้นคึกคักไม่แพ้งาน ABAV ของบราซิล และงาน trade show อื่นๆในฝั่งยุโรปและเอเชีย สีสันในการตกแต่งนั้นยังคงเน้นสีสดใสเช่นเดียวกัน การนำเสนอสวยงามน่าสนใจ มีกิจกรรมภายในบูธต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ เอกสารประชาสัมพันธ์ประเทศต่างๆ ยังเน้นเอกสารสิ่งพิมพ์ (ภาษาสเปน) เป็นหลัก ในส่วนของประเทศไทยนั้น ยังคงใช้โทนสีชมพูและสีขาวในการตกแต่ง ภายใต้สโลแกน Amazing Thailand นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมแผ่น CD แนะนำแหล่งท่องเที่ยวไว้สำหรับผู้ที่สนใจเพิ่มเติมจากเอกสารประเภทสิ่งพิมพ์ด้วย

การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว


• เมือง Bariloche เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านภูมิทัศน์ที่สวยงามคล้ายสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ทางตอนใต้ของอาร์เจนติน่าบนแผ่นดินแคว้น Patagonia ติดเทือกเขาแอนดิส ล้อมรอบด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่ มีชื่อเสียงด้านสกีรีสอร์ท เป็นเมืองพักผ่อนที่มีบ้านเรือนตกแต่งด้วยสไตล์บ้านไม้สวิตเซอร์แลนด์ริมทะเลสาบ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ส่วนใหญ่เป็นอาคารชั้นเดียวขนาดไม่ใหญ่มากนัก บริเวณหน้าร้านตกแต่งด้วยดอกไม้สไตล์ยุโรป มีร้านให้เช่าสกี และอุปกรณ์การเล่นสกีให้เห็นอยู่โดยทั่วไป ที่น่าสนใจของเมืองนี้ คือมีร้านขายช็อคโกแล็ตขนาดใหญ่และขนาดย่อมหลายร้านให้เลือกซื้อ

 

 

นอกจากนี้มีบริการรถรางชมเมือง และศูนย์ให้ข้อมูลข่าวสารนักท่องเที่ยวเปิดบริการในย่าน shopping street ด้วย Bariloche เป็นเมืองที่พึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นรายได้หลัก ดังนั้นประชากรของเมืองจึงมี service mind และเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูงมาก มีตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อยและประจำในทุกจุดที่เป็นแหล่งรวมของนักท่องเที่ยว รวมถึงสถานที่สำคัญๆ ของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมเมืองได้ โดยสะดวกด้วยตัวเอง พร้อมกันนี้สามารถที่จะเลือกกิจกรรมทางการท่องเที่ยวได้เอง หรือใช้บริการบริษัทนำเที่ยวซึ่งเป็นบริการในพื้นที่ด้วย แต่อุปสรรคที่พบคือ ประชากรของเมืองมีข้อจำกัดด้านการใช้ภาษาอังกฤษ

 

 



ลาตินอเมริกา ตลาดใหม่ทางการค้า

Thailand : Dream Destination

 

 



ลาตินอเมริกา จากข้อมูลของกอง ลาตินอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศ (กรกฎาคม, 2553) หมายถึง ภูมิภาคที่ประกอบไปด้วย 46 ประเทศ แบ่งเป็น 33 ประเทศเอกราช และ 13 ดินแดนที่ไม่ใช่รัฐอิสระ ครอบคลุมถึงอเมริกากลาง แคริเบียน และอเมริกาใต้ มีจำนวนประชากรประมาณ 570 ล้านคน โดยบราซิล เม็กซิโก และอาร์เจนตินา มีขนาด GDP ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคกว่าร้อยละ 72 ของ GDP รวม การขยายตัวทางเศรษฐกิจภูมิภาคระหว่างปี 2546-2551 เฉลี่ยร้อยละ 5.3 สูงกว่าสหรัฐอเมริกา ยุโรปตะวันออก และเอเชีย โดย GDP ในปี 2551 มีมูลค่ากว่า 3,800 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และติดลบในปี 2552 ร้อยละ 2  เนื่องจากการหดตัวของการบริโภคและการส่งเงินกลับภูมิลำเนาจากต่างประเทศ จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโลก ภาระสินเชื่อ และความน่าเชื่อถือทางการลงทุน ในปี 2553 คาดหมายว่า GDP จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยรวมมีความแข็งแกร่ง ฟื้นตัวดีและเร็ว เงินทุนสำรองสูง และไม่ปรากฏความอ่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลท้องถิ่น ทั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งอเมริกา (IDP) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้แก่ อาร์เจนติน่า บราซิล ชิลี โคลัมเบีย เม็กซิโก เปรู และเวเนซุเอลา จะเติบโตในอัตราร้อยละ 1.9 ภายใน 5 ปีข้างหน้า (2553-2557)

จากการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจพบว่า ในอนาคตประเทศในแถบลาตินอเมริกายังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ความเป็นอยู่ของประชากรในภูมิภาคแข็งแรงและมีกำลังซื้อมากขึ้น รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นศักยภาพและความสำคัญของกลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา โดยพยายามผลักดันให้ลาตินอเมริกาเป็นตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม (conventional markets) มีการสร้างความเชื่อมั่นและกระชับความสัมพันธ์ทางเศษฐกิจ การค้า การลงทุนในภูมิภาคลาตินอเมริกา คณะผู้แทนส่วนราชการและคณะนักธุรกิจระดับสูงจากหลายสาขาของไทยเดินทางเยือนภูมิภาคนี้อย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2552 และเป็นผลสืบเนื่องจากการเยือนดังกล่าวได้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจ ไทย-ลาตินอเมริกา เพื่อขับเคลื่อนแผนส่งเสริมการค้า การลงทุน ระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้ง 2 ภูมิภาคให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถกระตุ้นให้มูลค่าการค้าระหว่างไทยและลาตินอเมริกาเติบโตเป็นสองเท่า หรือประมาณ 15,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี



บราซิลประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประเทศเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2557 และโอลิมปิก 2559 ในปี 2553 คาดว่าจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 7 นอกจากนี้ บราซิลยังเป็นประเทศในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (BRIC) ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน จากผลสำรวจของ BDO International ซึ่งเป็นองค์กรที่รวมกลุ่มบริษัทบัญชีจากหลายประเทศและมีเครือข่ายทั่วโลกได้จัดทำ BDO Ambition Survey 2010 : Global Opportunities สอบถามผู้บริหารและนักธุรกิจชั้นนำของ 237 บริษัท จาก 10 ประเทศ ด้านการดึงดูดการลงทุนข้ามพรมแดน พบว่าภูมิภาคที่ได้รับความสนใจจากบริษัทที่มีแผนขยายการลงทุนใน 2 ปีข้างหน้า ได้แก่ อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกาเหนือ และในบรรดาประเทศกลุ่ม BRIC จีนได้รับความสนใจมากที่สุด โดย อินเดีย บราซิล และรัสเซีย มีความน่าสนใจตามลำดับ (อ้างถึงในรายงานของกองลาตินอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศ,ปรับปรุงจาก รายงานของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบราซิลเลีย, 2553)

จากข้อมูลข้างต้นพบว่า ภาพรวมโอกาสในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคมีศักยภาพและเป็นที่น่าสนใจในแง่ของการทำการตลาดท่องเที่ยว ซึ่งหากเศรษฐกิจในภาพรวมมีการขยายตัว ย่อมส่งผลถึงความสามารถในการใช้จ่ายของประชากร ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวด้วย ในส่วนของตัวเลขด้านการท่องเที่ยวนั้น จากรายงานสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าในปี 2552 มีนักท่องเที่ยวจากบราซิลเดินทางมายังประเทศไทยเป็นจำนวน 17,117 คน อาร์เจนติน่า จำนวน 7,349 คน ถึงแม้จะเป็นจำนวนไม่มากนัก แต่สิ่งที่เล็งเห็นคือโอกาสทางการตลาดที่จะสามารถดำเนินการเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดนี้ได้ในอนาคต บราซิลเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา จำนวนประชากรมากถึง 201 ล้านคน (20% เป็นผู้มีรายได้สูง) วันพักเฉลี่ย 11 วัน และค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวันอยู่ที่ 4,337.60 บาท ในขณะที่อาร์เจนติน่ามีจำนวนประชากร 40.9 ล้านคน วันพักเฉลี่ย 10.26 วัน ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวัน 4,269.19 บาท คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2553 อยู่ที่ร้อยละ 4


อย่างไรก็ตาม แม้โอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดี แต่ยังมีข้อจำกัดที่ถือเป็นอุปสรรคในการขยายตัวทางการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคที่สำคัญ คือ นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาค และภูมิภาคใกล้เคียงเช่น อเมริกา และยุโรป เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่นักท่องเที่ยวยังไม่นิยมเดินทางมายังประเทศไทย เนื่องมาจากระยะทางที่ห่างไกล ทำให้ใช้ระยะเวลาเดินทางที่ยาวนาน และค่าใช้จ่ายสูง ประกอบกับปัจจุบัน ไม่มีสายการบินของไทยมีแผนจะให้บริการบินตรงเพื่อขนส่งผู้โดยสารและสินค้าระหว่างภูมิภาคนี้ แม้จะมีความพยายามจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยแนวคิดการจัดทำ code sharing เพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงเส้นทางการบินและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร แต่ขณะนี้ยังไม่มีสายการบินใดเปิดทำการบินในเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯสู่เมืองหลักในอเมริกาใต้ โดยส่วนใหญ่ใช้เส้นทางผ่านยุโรป (แฟรงค์เฟิร์ต ปารีส มาดริด อัมสเตอร์ดัม) โดยต่อสายการบิน Lufthansa, Air France, Iberia, Lan, Tam และ KLM หรือผ่านออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไปยังกรุงซันติอาโกของชิลี โดยสายการบิน Qantas และ Lan Chile ผ่านตะวันออกกลาง ด้วยสายการบิน Emirates, Qatar Airways ในขณะที่ประเทศคู่แข่งขัน มาเลเซีย เปิดเส้นทางบิน กัวลาลัมเปอร์-บัวโนสไอเรส ของอาร์เจนติน่าสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบินแล้ว เช่นเดียวกับ Cathay Pacific ทำ code sharing กับ Lan Chile บินสู่ซันติอาโก โดยเริ่มขยายเส้นทางตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา

ข้อเสนอแนะ


ในขณะที่ปัญหาดังกล่าวกำลังรอการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคตอันใกล้ แต่การดำเนินงานด้านการตลาดท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ในระหว่างนี้  หากเปรียบเทียบกับตลาดอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใกล้เคียง มีประชากรประมาณ 304 ล้านคน จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2549 – 2552 โดยเฉลี่ยมีประมาณ 600,000 คน ใช้เวลาทำการบินประมาณ 17 ชั่วโมง ในขณะที่ประชากรของลาตินอเมริกามีประมาณ 570 ล้านคน จำนวนนักท่องเที่ยวสัญชาติลาตินอเมริกาเดินทางเข้าประเทศไทยจากปี 2550-2552 ประมาณ 55,000 คน ระยะเวลาเดินทางจากลาตินอเมริกาใช้เวลาทำการบินประมาณ 23 ชั่วโมง  แม้จะใช้ระยะเวลาเดินทางมากกว่าอเมริกาเล็กน้อย แต่หากเลือกเส้นทางบินที่เป็น one stop จะทำให้การเดินทางสู่ภูมิภาคนี้มีความสะดวกมากขึ้น ในการนี้ นายอักกพล พฤกษะวัน ที่ปรึกษาระดับ 11 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อเสนอแนะไว้อย่างน่าสนใจ คือ ในอดีตที่ผ่านมา ททท. ยังไม่ได้มีการดำเนินงานด้านการตลาดในภูมิภาคนี้มากนัก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ และด้วยขนาดของตลาดที่ใหญ่ทั้งอเมริกาและลาตินอเมริกาทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมและทั่วถึงทั้งภูมิภาค ทั้งนี้ จากการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายทั้งในบราซิลและอาร์เจนติน่า รวมถึงการลงสำรวจพื้นที่ และการศึกษาข้อมูลด้านการตลาดด้วยตนเอง เชื่อว่าลาตินอเมริกาเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีโอกาสในการทำการตลาดท่องเที่ยวได้สูงมาก ในเบื้องต้นเสนอแนะให้มี Marketing Representative สำหรับดูแลตลาดลาตินอเมริกาโดยเฉพาะ นอกจากนี้ การทำ Agent Fam Trip ยังสามารถทำได้ โดยเลือกเฉพาะ agent ที่ทำตลาด outbound มายังประเทศไทยโดยเฉพาะก่อน เพื่อให้ทดลองและมีประสบการณ์ในเส้นทางที่จะนำเสนอขายในตลาด หรืออาจเชิญ agent จากตลาดลาตินเข้าร่วมงานส่งเสริมการขาย TTM ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้ง 2 ฝ่ายได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสในการทำการตลาดร่วมกัน อีกประการหนึ่งที่สามารถดำเนินการได้คือการทำ road show และจัดทำ product briefing นำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวของไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดลาตินมากขึ้น จากรายงานการวิเคราะห์ Market Analysis Outline สำหรับตลาดลาตินอเมริกาโดย ททท.สำนักงานลอสแองเจลิส พบว่าภาพลักษณ์ของประเทศไทยในใจคนลาตินนั้น ประเทศไทยเป็นประเทศในฝัน Exotic and Luxury Destination ซึ่งหากภาพลักษณ์นี้ยังคงถูกตอกย้ำด้วยการประเมินราคาโดยปราศจากการเปรียบเทียบกับคุณภาพแล้วนั้น อาจทำให้ประเทศไทยในสายตาคนลาตินเป็นสินค้าที่แพงจนไม่สามารถซื้อได้ ดังนั้นแล้ว message ด้านความคุ้มค่าของเงินที่จับจ่ายใช้สอยในระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศไทย (Amazing Thailand Amazing Value) ควรถูกนำเสนอในตลาดด้วย เพื่อให้เห็นความเป็นไปได้ในการเดินทางมายังประเทศไทย  นอกจากนั้นอาจจัดให้มีกิจกรรมทางการตลาดอื่นๆที่ ททท. มีความชำนาญไม่ว่าจะเป็น การจัด event ต่างๆ เช่น Thai Night หรือ Thai Food ซึ่งอาจร่วมมือกับสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ ปัจจุบันประเทศคู่แข่งที่ดำเนินการด้านการตลาดท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้อย่างเข้มข้นได้แก่ อินเดีย มาเลเซีย เกาหลี และไต้หวัน หากวันนี้ ประเทศไทยเริ่มทำการตลาดในภูมิภาคนี้อย่างจริงจัง ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ประเทศในฝันของคนลาตินอีกต่อไป แต่จะเป็นประเทศที่คนลาตินเลือกที่จะเดินทางมาสัมผัส มาท่องเที่ยวด้วยความคุ้มค่าเงิน และในอนาคตด้วยศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเจริญด้านเทคโนโลยี การพัฒนาเส้นทางการบิน และความร่วมมือจากหน่วยงานทุกฝ่าย รวมถึงการทำการตลาดในเชิงรุก ความหวังจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดนี้ให้เพิ่มขึ้นนั้น สำหรับประเทศไทยแล้วคงไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไปเช่นเดียวกัน



เรื่องและภาพ : ศิริวรรณ สีหาราช