ริโอ เดอ จาเนโร เป็นเมืองธุรกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของบราซิล รองจาก เซา เปาโล นั้น นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความสนุกและตื่นเต้นแล้ว ยังจะเป็นเมืองของธุรกิจ MICE  อีกด้วย

แม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของบราซิลและของโลก แต่เมืองนี้ยังไม่หยุดที่จะนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกและใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและกระตุ้นให้พักอยู่นานวันขึ้น

 

ปลุกกระแสเที่ยวสลัม

สิงหาคมปี 2553 ริโอ เดอ จาเนโรจัดรายการท่องเที่ยวชิ้นใหม่ โดยมีภาครัฐช่วยสนับสนุน ใช้ชื่อว่า “Rio Top Tour: Rio De Janeiro in the Different Perspective” ซึ่งเป็นรายการพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวชม “Favelas” (สลัม)



สลัมแห่งแรกที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ คือ ซานตา มาเรีย ซึ่งมีการอบรมคนในพื้นที่ให้ทำหน้าที่มัคคุเทศก์ และจัดทำป้ายภาษาอังกฤษแสดงสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 30 แห่ง รวมทั้งสถานที่ที่ นักร้องชื่อดัง ไมเคิล แจ็กสัน มาถ่ายวิดิโอเพลง “They don’t care about us” สถานที่ท่องเที่ยวอื่นมีอาทิ โรงเรียนสอนเต้นแซมบ้า งานของศิลปินในท้องถิ่น และสถานชมทิวทัศน์ที่นักท่องเที่ยวสามารถเห็นภาพเมืองที่สวยงาม

โครงการใหม่นี้หวังให้นักท่องเที่ยวมีสถานท่องเที่ยวทางเลือกมากขึ้นจากของเดิมที่อยู่ในความนิยมแล้ว และหวังให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ใน ริโอ เดอ จาเนโรนานขึ้น ความสำเร็จของรายการนี้ทำให้มีความคิดที่จะขยายไปยังสลัมอื่น ๆ ไม่เฉพาะแต่ที่ริโอ เดอ จาเนโรเท่านั้น แต่จะขยายไปทั่วบราซิลเลย 

“หลากสีสัน” ที่ริโอ




อีกทางหนึ่งที่ ริโอ เดอ จาเนโรจะขยายสินค้าท่องเที่ยวของตนคือมุ่งไปยังนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มเป็นต้นว่ากลุ่ม GLS ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนที่กำลังมาแรงในบราซิล เนื่องจากคนพื้นเมือง และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต่างมองว่าบราซิล คือ สวรรค์ของชาวเกย์ และเลสเบี้ยน ดังนั้นในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวหน้าใหม่เจาะจงเดินทางมาที่จุดหมายนี้เพิ่มขึ้น รวมทั้งพาเหรด สัมมนา ประชุม การแสดงบนเวที เทศกาลศิลปะและภาพยนตร์ กิจกรรมด้านกีฬาและอื่น ๆ ริโอ เดอ จาเนโรอยู่ในตำแหน่งที่ดีมากสำหรับตลาดกลุ่มนี้ นอกจากนั้นเมืองนี้ยังได้รับโหวตจากช่อง LOGO ของ MTV ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกสำหรับชาวเกย์




ริโอจัดทำโครงการหลากหลายเพื่อขยายการท่องเที่ยวในหมู่ GLBT และรักษาภาพลักษณ์ปัจจุบันในฐานะที่เป็นเมืองที่ “เป็นมิตรกับชาวเกย์” เป็นต้นว่าในปี 2553 ริโอ เดอ จาเนโรได้จัดทำตราข้อความว่า “ริโอ มิตรของเกย์” ให้กับสถานประกอบการที่พร้อมจะต้อนรับชาวเกย์ นอกจากนั้นยังจัดทำแผนที่ท่องเที่ยวสำหรับเกย์ ซึ่งในแผนที่นั้นจะระบุแหล่งท่องเที่ยวที่ยินดีต้อนรับชาวเกย์

นอกจาก ริโอจะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับชาวเกย์ทั่วโลก เช่น ร่วมงานเทรดโชว์ ของ International Lesbian and Gay Association (ILGA) แล้ว ยังหาช่องทางจัดกิจกรรมเช่น เกย์ โอลิมปิก เพื่อหวังเพิ่มปฏิทินกิจกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม GLBT

ข้อมูลนักท่องเที่ยวเกย์ในริโอ เดอ จาเนโร ปี 2553
เพศ         
ชาย          75%
หญิง          25%

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน       160 USD

ประเภทของที่พัก
โรงแรม     75%
อื่นๆ         25%
แหล่งข้อมูล Centro de Referencia Turistica Cefeturb

จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอีก

ในขณะที่ในปี 2551-2552 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าบราซิลจะลดลงร้อยละ 5 เหลือ 4.8 ล้านคน  แต่ ริโอ เดอ จาเนโรยังคงมีสถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ถึงร้อยละ 6 หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยวนานาชาติ  1.8 ล้านคน
เมื่อปี 2552 ริโอ เดอ จาเนโรได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดกีฬาโอลิมปิกปี 2559 การที่ได้รับเลือกให้จัดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ยิ่งเน้นให้เห็นว่า ริโอ เดอ จาเนโรเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ทำให้เมืองนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งในและนอกประเทศ

ความท้าทายข้างหน้า

ริโอ เดอ จาเนโรจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กำลังตื่นตัว การที่เมืองนี้จะจัดกิจกรรมระดับนานาชาติถึงสองครั้งในระยะเวลา 6 ปีข้างหน้าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย เช่น ปรับปรุงสนามบินนานาชาติ สถานีรถโดยสาร บริเวณท่าเรือ และการก่อสร้างโรงแรมใหม่
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคยังมีอยู่ ในระยะนี้การขนส่งทางอากาศระหว่างริโอ เดอ จาเนโรยังมีปัญหา อันเนื่องมาจากสนามบินแห่งนี้ยังไม่พร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องที่พัก เนื่องจาก ริโอ เดอ จาเนโร มีพื้นที่จำกัดที่จะสร้างโรงแรมเพิ่ม

เกิดมาพร้อมความมหัศจรรย์

ถึงแม้ว่า ริโอ เดอ จาเนโรจะมีปัญหาหลายอย่างอันเป็นเรื่องปกติของเมืองใหญ่ทั่ว ๆ ไป แต่ ริโอ เดอ จาเนโร ยังเป็น และจะคงเป็นเมืองที่ “ต้องไปเที่ยว” สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย อาหารเลิศรส สถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ศิลปะสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและหาดทรายคือคำอธิบายว่าทำไมจึงเรียกเมืองนี้ว่าเมืองอันแสนพิเศษ และ ริโอ เดอ จาเนโรจะยังคงเป็นเช่นนี้ตลอดไป



ญานิน วังซ้าย - แปล