ที่มาภาพ : www.indexinn.com

แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติเกี่ยวกับสภาพอากาศที่เลวร้าย น้ำท่วม การก่อการร้าย การจลาจลในประเทศต่างๆ นักวิเคราะห์ของยูโรมอนิเตอร์อินเตอร์เนชั่นแนล ก็ได้คาดการณ์แนวโน้มที่จะมีผลต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2011 โดยทั้งๆ ที่มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีถึงแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ ของการท่องเที่ยวก็ยังดูเหมือนว่าปี 2011 จะยังเป็นอีกหนึ่งปีของความยุ่งยากสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่อาจจะมีความสดใสเป็นบางระยะ

ยุโรป

อีกหนึ่งปีที่การเติบโตทางเศรษฐกิจจะยังคงเชื่องช้า
ปี 2011 คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ยากลำบากสำหรับอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวของยุโรป เนื่องจากคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้จะเป็นไปอย่างช้าๆ วิกฤตเรื่องหนี้สาธารณะในกรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส และเศรษฐกิจที่ซบเซาในสเปน ความตึงเครียดทางการเมืองในเบลเยี่ยมและมาตรการประหยัดที่รัฐบาลยุโรปหลายประเทศนำมาใช้ ล้วนเป็นปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจยุโรป และมีผลต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่อ่อนแอลง

การท่องเที่ยววันหยุดแบบประหยัด (Budget holidays) และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (ecotourism) จะครองตลาด
นักท่องเที่ยวชาวยุโรปในปี 2011 จะมีความอ่อนไหวต่อราคาในการเลือกที่ท่องเที่ยววันหยุดจึงมีแนวโน้มท่องเที่ยวแบบ City breaks หรือไปพักผ่อนวันหยุดในจุดหมายปลายทางที่มีราคาไม่แพง เช่น ประเทศในแหลมบอลข่าน ตุรกี และที่หาข้อมูลได้จากอินเตอร์เน็ต

ในปีนี้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรถูกคาดหมายว่าจะได้รับความนิยมในยุโรป เพราะเป็นคำตอบสำหรับกระแสการรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความอ่อนไหวเรื่องระบบนิเวศที่เพิ่มขึ้นในยุโรป และกระแสตอบโต้การที่เทคโนโลยีมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มขึ้น

การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศที่ไม่มากนัก
การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าสู่ยุโรปในปี 2011 คาดว่าจะไม่สูงนักด้วยเหตุผลสำคัญคือการอิ่มตัวของการท่องเที่ยวภายในภูมิภาค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากตลาดที่สำคัญในยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร และสเปน ในทางกลับกันการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าจะมาจากประเทศที่มีสภาพเศรษฐกิจแข็งแกร่ง เช่น เยอรมนี, รัสเซีย, โปแลนด์, สวีเดน และตุรกี

ในบรรดาเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่ นักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางเข้ายุโรปเพิ่มขึ้นจะมาจากบราซิล แอฟริกา และตะวันออกกลาง ในทางกลับกันผลกระทบของนักท่องเที่ยวจากจีน และอินเดียคาดว่ายังอยู่ในระดับต่ำสำหรับปีนี้ เนื่องจากการท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้จะยังอยู่ภายในภูมิภาคเอเชียเป็นส่วนใหญ่

เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว
นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีจะมีผลกระทบอย่างมากต่อการท่องเที่ยวของยุโรปในปี 2011 ความสำคัญของ social media ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตเคลื่อนที่ ที่อยู่ในกระแสหลักจะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการเลือกและจองรายการท่องเที่ยววันหยุด นักท่องเที่ยวที่เดินทางเองจะได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมเหล่านี้ เพราะคนทั่วไปจะเชื่อคำแนะนำของเพื่อนหรือญาติมากขึ้น และจองบริการเดินทางเมื่อออกเดินทางแล้ว ดังนั้นการใช้ social media โดยผู้ประกอบการในสาขาท่องเที่ยวเพื่อสื่อสารกับลูกค้าในอนาคตจะเพิ่มขึ้น

ตะวันออกกลาง

การท่องเที่ยวเชิงกีฬาเป็นขาขึ้น
การท่องเที่ยวเชิงกีฬาจะเติบโตทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกาตาร์เป็นหนึ่งในประเทศที่จะตอบรับกระแสใหม่นี้เพื่อพยายามเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวนานาชาติ เพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับประเทศ และสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจของประเทศตนนอกเหนือจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ประเทศนี้ยังดำเนินการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยเฉพาะจากกระแสความสำเร็จในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2022


ที่มาภาพ : http://cheer-balls.com

การท่องเที่ยวเชิงกีฬาเป็นที่นิยมแล้วในดูไบ และอาบูดาบีจากการจัดแข่งขันเทนนิส กอล์ฟ แข่งม้า และกิจกรรมอื่นๆที่จัดเป็นประจำทุกปีใน 2 เมืองนี้ ควบคู่ไปกับการแข่งขันรถ formula one ที่จัดขึ้นที่อาบูดาบี และบาห์เรน

การสร้างจุดหมายปลายทางเพื่อสุขภาพและความงาม

ที่มาภาพ : http://sharmelsheikh.regency.hyatt.com

ในปี 2011 ตลาดสปาในตะวันออกกลางจะยังมีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผลประกอบการของโรงแรมต่างๆ ในปี 2010 นี่เป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพในการเป็น spa destination ของภูมิภาคนี้ ด้วยจำนวนสปาแพ็คเกจที่โรงแรมต่างๆ นำเสนอ ซึ่งทำให้เกิดการเติบโตของยอดขาย ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสามารถดึงดูดผู้ป่วยจากทั่วโลกด้วยอานิสงส์ของการปรับปรุงศูนย์การแพทย์ใหม่ในดูไบและอาบูดาบีและราคาที่แข่งขันได้

การลงทุนเพิ่มขึ้น
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคการขนส่งทางอากาศเป็นจุดเน้นของรัฐบาลหลายประเทศในตะวันออกกลาง จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศระบุว่า มีการสร้างรันเวย์ใหม่ 8 แห่งในเขตอ่าวอาหรับมีมูลค่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สายการบินท้องถิ่นและในภูมิภาคจะยังคงก้าวหน้าอย่างโดดเด่นต่อไป มีการซื้อเครื่องบินและขยายเครือข่ายเส้นทางบินเพิ่มขึ้น เช่น สายการบินเอมิเรตส์กำลังเพิ่มขนาดของฝูงบินอีก 100 ลำใน 8 ปีข้างหน้าตามกลยุทธ์ล่าสุดของสายการบิน

อนาคตที่ไม่แน่นอนของสายการบินต้นทุนต่ำ
สายการบินต้นทุนต่ำรายใหม่หลายสายเปิดตัวขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางทุกปี แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบที่เปิดตัวขึ้นนี้จะอยู่รอดได้ แอร์ อาระเบียเป็นผู้นำที่ชัดเจนเนื่องจากมีรายได้ดี และผลประกอบการที่ผ่านมาแข็งแกร่ง โดยมีแผนจะขยายไปสู่อียิปต์และโมร็อกโก แต่เนื่องจากความวุ่นวายในอียิปต์แผนขยายการบริการเข้าไปจึงต้องล่าช้าออกไปจนกว่าปัญหาทางการเมืองจะได้รับการแก้ไข

ที่มาภาพ : www.baghirov.com

Flydubai  ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำสายที่ 2 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูเหมือนจะเจริญรอยตามแต่สายการบินต้นทุนต่ำสายอื่นๆ ยังไม่ประสบความสำเร็จในทิศทางเดียวกันนี้ ในซาอุดิอาระเบีย นาสแอร์ และซามาแอร์เวย์เปิดตัวเมื่อปี 2008 แต่ซามาแอร์เวย์ก็ล้มละลายในปี 2010 ส่วนในอียิปต์การเปิดตัวสายการบินไนล์แอร์และเนสมาแอร์เวย์ต้องล่าช้าออกไป และสายการบินกัลฟ์แอร์ของบาห์เรนก็ยังคงขาดทุนต่อเนื่องนโยบายการเปิดเสรี และการปกป้องตลาดน้อยลงของรัฐบาล เช่น ซาอุดิอาระเบีย และอียิปต์อาจเป็นคำตอบเนื่องจากประเทศเหล่านี้ยังคงปกป้องผลประโยชน์ของสายการบินแห่งชาติของตนอย่างมาก อย่างไรก็ดีกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำในภูมิภาคนี้จะยังคงเติบโตต่อไป ความแข็งแกร่งของสายการบินต้นทุนต่ำจะถูกกำหนดโดยความสามารถในการบรรทุกในเส้นทางที่ยังมีการให้บริการไม่เพียงพอ เป็นการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันเฉพาะตัว

ย่างก้าวของการรวมฐานบริการออนไลน์
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบียเป็นตลาดที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดในตะวันออกกลางในแง่ของการพัฒนาด้านออนไลน์ โครงสร้างพื้นฐานในประเทศเหล่านี้พัฒนาอย่างรวดเร็วและมีการเชื่อมต่อฉับไวเป็นการพิสูจน์หัวใจสำคัญของการเติบโตของการท่องเที่ยวออนไลน์

มูลค่าของการขายออนไลน์ในภูมิภาคยังคงเติบโตจากพื้นฐานที่ต่ำ และไม่อาจเทียบได้กับต่างประเทศ และมาตรฐานของตลาดที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ดี บริษัทนำเที่ยวจะลงทุนในกระแสนี้ต่อไป ไม่ใช่เพียงแต่การแนะนำการจองออนไลน์ที่ได้กลายเป็นข้อเสนอปกติที่ผู้ประกอบการรายสำคัญส่วนใหญ่นำเสนอ แต่โดยมากเป็นการทำให้มันง่าย และดึงดูดใจมากเท่าที่จะเป็นไปได้

อเมริกาเหนือ

ราคาค่าเดินทางยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป
ในสหรัฐอเมริกาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจริง (real GDP) คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2.3% ในปี 2011 ขณะที่เศรษฐกิจของแคนาดาจะเติบโต 2.7% การว่างงานยังคงสูงและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ความต้องการเดินทางโดยเฉพาะจากนักเดินทางเพื่อธุรกิจยังคงถูกคาดหมายว่าจะเติบโตต่อไป ซึ่งยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนให้ราคาค่าเดินทางสูงขึ้นเหมือนในปี 2010 สำหรับสายการบิน การเช่ารถ และโรงแรม ถึงแม้ว่าสายการบินจะถูกคาดหมายว่าจะมีราคาสูงขึ้นมากที่สุด เนื่องจากมีการควบคุมในเรื่องจำนวนผู้โดยสารอย่างเข้มงวดขึ้น การแข่งขันในธุรกิจรถเช่า และโอเวอร์ซัพพลายในธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มทำให้ราคาที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ในระดับต่ำ

วิวัฒนาการของช่องทางการขายใหม่ๆ
ปี 2010 เป็นปีที่มีช่องทางการขายใหม่ๆ มากมายเกิดขึ้นในกระแสหลัก บริษัทต่างๆ เริ่มประกาศการขายตรงโดยผ่านเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ไพรเวทเซลส์ซึ่งสมาชิกมีจำนวนจำกัด และแฟลชเซลส์ที่มีช่วงเวลาการขายที่จำกัดต่างก็เฟื่องฟู

ที่มาภาพ : www.digitaltrends.com

Groupon ก็กลายเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายสำหรับโรงแรม แหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหารที่นำเสนอส่วนลดสำหรับการซื้อสำหรับหมู่คณะ ขณะที่การขายแบบนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไปและขยายไปเป็นระหว่างประเทศในปี 2011 การซื้อเป็นกลุ่มอาจเป็นเขตแดนต่อไปสำหรับนวัตกรรม

เว็บไซต์ก็ให้ผลในการรองรับการซื้อเป็นกลุ่ม เช่น Groupenture ที่ยอมให้ลูกค้าซื้อสินค้าท่องเที่ยวเพื่อผจญภัยร่วมกัน อีกตัวอย่างหนึ่งคือ Touristaz ที่ยอมให้นักเดินทางสร้างกลุ่มหรือร่วมกับกลุ่มเพื่อให้ข้อเสนอแก่ผู้ให้บริการการเดินทางสำหรับธุรกิจของพวกเขา

Tripalertz เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ประสานระหว่างการขายเฉพาะบุคคล และการขายเป็นกลุ่ม สมาชิกสามารถเข้าถึงการขายที่บริษัทระบุว่าให้ส่วนลดโดยเฉลี่ยต่ำกว่าเว็บไซต์ในการจองอื่นๆ ถึง 30-35% แต่หากคนจำนวน 65 คนตกลงซื้อร่วมกันก็จะได้ “epic price” ที่ลดราคาลงไปอีก 10-20%

ลาตินอเมริกา

ค่าเงินดอลลาร์อ่อน ช่วยหนุนการเดินทางขาออก
การไหลออกของนักท่องเที่ยวจากลาตินอเมริกาคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยปัจจัยจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัว และผู้บริโภคมีความกระตือรือร้นทางเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งคนเหล่านี้มีความตั้งใจและสามารถที่จะเดินทางได้ ชิลี และบราซิลจะเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนการเดินทางขาออกในลาตินอเมริกาด้วยอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่สูงกว่า 6% ในปี 2011 และด้วยการสนับสนุนจากชนชั้นกลางที่มีความตื่นตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการขนส่งทางอากาศที่เฟื่องฟูขึ้น ในภาพรวมประเทศที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง เช่น สหรัฐฯ และสเปนจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม เนื่องจากราคายังต่ำและระยะทางไม่ไกลเมื่อเทียบกับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ในยุโรป

ขาขึ้นของการล่องเรือสำราญในบราซิล
แม้ว่าอัตราการเติบโตลดลง แต่บราซิลก็มีผู้โดยสารที่ท่องเที่ยวโดยเรือสำราญมากกว่า180,000 คนในช่วงปี 2010/2011 ซึ่งฤดูกาลท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2010 ทั้งนี้จะมีผู้โดยสารเป็นจำนวนทั้งหมด 900,000 คนโดยจะมีตำแหน่งในการแข่งขันที่มั่นคงต่อไปในกลุ่มตลาดเรือสำราญทั่วโลก การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งของบราซิล บวกกับข้อเสนอที่ยั่วยวนใจในแง่ความคุ้มค่าเงิน จะยังคงช่วยให้การล่องเรือสำราญยืนแนวโน้มการขายที่สูงขึ้นเช่นในฤดูกาลที่ผ่านมา


ที่มาภาพ : http://mblog.manager.co.th

ศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
ลาตินอเมริกามุ่งจะวางตำแหน่งทางการตลาดของตนเองเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) ในปี 2011 เนื่องจากเห็นว่าการท่องเที่ยวรูปแบบนี้มีผลตอบแทนสูง และเพื่อจะดึงผู้ป่วยจากเอเชียแปซิฟิกไป ประเทศในลาตินอเมริกาจำเป็นต้องโฟกัสในสิ่งที่ประเทศของตนถนัดที่สุด คือ เรื่อง “ความมีมนุษย์สัมพันธ์” ในการบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ในภาพรวมของลาตินอเมริกาเป็นที่รู้จักคือ มีวัฒนธรรมที่อบอุ่นและต้อนรับดี จึงไม่น่าแปลกใจว่า การบริการและการดูแลบุคคลจะเป็นจุดแข็งหลัก

ประเทศต่างๆ เช่น เม็กซิโก และบราซิลได้ก้าวล้ำหน้าประเทศอื่น และแสดงให้เห็นศักยภาพที่จะเพิ่มส่วนแบ่งในปีหน้า ขณะที่เม็กซิโกได้ตั้งคณะที่ปรึกษาสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบราซิลก็เป็นประเทศที่มีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองคุณภาพทั้งจากภายในประเทศและหน่วยงานระหว่างประเทศ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพสูง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

แอฟริกา

ผลจากฟุตบอลโลก
แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ แต่แอฟริกาก็เป็นภูมิภาคเดียวในโลกที่ได้รับนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นในปี 2009 และการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ทำให้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นส่งผลให้การท่องเที่ยวในทวีปนี้เจริญเติบโต แอฟริกาใต้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปในระยะยาว เนื่องจากภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ประเทศเพื่อนบ้านของแอฟริกาใต้ก็จะได้รับผลกระทบเชิงบวกของฟุตบอลโลก และการลงทุนที่ใช้เวลาหลายปี ประเทศโมซัมบิกเติบโตอย่างรวดเร็วจากนักท่องเที่ยวชาวแอฟริกาใต้ที่เดินทางเข้าเป็นหลัก และบอสวานากับนามิเบียก็สร้างความแข็งแกร่งแก่ตำแหน่งของตนเอง ขณะที่ซิมบับเวก็กลับมาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว


ที่มาภาพ : www.siku-moja.blogspot.com

นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าสู่แอฟริกามากขึ้น
แม้ว่ายุโรปจะยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับแอฟริกา แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย ก็เติบโตอย่างมั่นคง ในฐานะที่ปัจจุบันนี้แอฟริกาเป็นทวีปที่สำคัญสำหรับจีนในเชิงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนเข้าสู่แอฟริกาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศแกมเบีย, แทนซาเนีย และแคเมอรูน เนื่องจากทั้งสามประเทศเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งโครงการ China to Africa (CTA) ซึ่งเป็นการริเริ่มที่มีเป้าหมายคือคนรุ่นใหม่ 50 ล้านคนที่เป็นนักท่องเที่ยวขาออก ชาวจีน จะมีการรณรงค์ผ่านสื่ออย่างกว้างขวางเพื่อส่งเสริมประเทศจุดหมายปลายทางในแอฟริกาทั้งสามประเทศเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางเพื่อพักผ่อน เพื่อธุรกิจและกลุ่มประชุมสัมมนา (MICE) ส่วนประเทศแอฟริกันอื่นๆ คาดว่าจะเข้าร่วมโครงการ CTA ในอนาคตอันใกล้

จุดหมายปลายทางยอดนิยม
แอฟริกาใต้จะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของภูมิภาคสำหรับผู้เยี่ยมเยือน แต่จุดหมายปลายทางประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาก็กำลังเกิดขึ้นในปี 2011 ได้แก่ กานา ที่กลายเป็นศูนย์กลางการบินที่มีเที่ยวบินจากสหรัฐมาลงจอด 2 เที่ยวต่อวัน แทนซาเนียที่ได้รับผลประโยชน์จากปัญหาในเคนยาเมื่อเร็วๆนี้โมซัมบิก ก็มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเซเนกัลจะยังคงโฟกัสไปที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและแคนาดา

แนวโน้มใหม่ของผู้บริโภค
ขณะที่การท่องป่าซาฟารียังคงเป็นที่นิยมอยู่เสมอ แต่ความสนใจในจุดหมายปลายทางที่แปลกและลึกลับก็เพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลของแอฟริกันส่วนใหญ่ได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างกว้างขวาง จุดหมายปลายทางใหม่ๆ เปิดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความช่วยเหลือจากเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในจุดหมายปลายทางบางแห่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จุดท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักบางแห่งจะถูกรวมไว้กับจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกระแสหลัก เช่น กาบอง บุรุนดี และคอโมโรส


ที่มาภาพ : www.propertyadvicedubai.com

แอฟริกายังจะเป็นที่นิยมของนักเดินทางช่วง gap year เพิ่มมากขึ้น โดยมีแอฟริกาใต้ และเคนยาเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของกลุ่มดังกล่าว แต่เนื่องจากนักเดินทางกลุ่มนี้นิยมการผจญภัยเพิ่มมากขึ้น และตั้งใจจะเดินทางต่อไปในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย จุดหมายปลายทางเช่น แทนซาเนียจะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น


ผู้แปล : โศรยา หอมชื่น