ปัญหาหลายอย่างที่นักเดินทางท่องเที่ยวพบเจอบ่อย ๆ นั่นก็คือการหาแหล่งพลังงาน หรือแหล่งจ่ายไฟสำหรับอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ที่เราต้องนำติดตัวไป ถึงแม้ว่าบางทีเรามีการเตรียมการ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเดินทาง ด้วยการชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า แต่ก็ไม่แน่ใช่ไหมครับ ที่มีอีกหลาย ๆ โอกาสที่ “ลืม”

ปัจจุบันคงแบ่งแยกได้ยากกับการที่ชีวิตต้องมีอุปกรณ์ติดตัวไปด้วยเสมอ ๆ อย่างน้อยก็โทรศัพท์มือถือ ไม่นับรวมอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงอื่น ๆ หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือในการเดินทางอย่างระบบนำทาง อุปกรณ์พกพาที่เคลื่อนที่ไปได้เหล่านี้ล้วนแต่ต้องการพลังงานจากแบตเตอรี่ในตัว ซึ่งการประจุไฟฟ้าเก็บไว้แต่ละครั้งก็ไม่แน่ไม่นอนว่าจะใช้ได้ในระยะเวลานานมากน้อยแค่ไหน หากเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ และมีการพกพาแบตเตอรี่สำรองไปก็คงอุ่นใจที่มีแหล่งพลังงานคอยสับเปลี่ยนในระหว่างการเดินทาง แต่ถ้าไม่มีและคุณตกอยู่ในเหตุการณ์ของการ “ลืม” ชาร์จแบตฯ ไว้ล่วงหน้า คงจะหงุดหงิดและวุ่นวายใจไม่น้อย ถ้ายังอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีอุปกรณ์จ่ายไฟ หรืออยู่ระหว่างการเดินทาง

บ้านเราอยู่ในแถบศูนย์สูตร ดังนั้นจึงรับแสงอาทิตย์ได้ทั้งปี คงยกเว้นไว้เฉพาะตอนฝนตกฟ้าคะนอง ในแต่ละวันแสงแดดส่องลงมาให้เราได้ใช้ไม่ต่ำกว่าหกถึงแปดชั่วโมง ทำไมเราไม่เอาช่วงเวลาเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์เพื่อฟื้นคืนพลังให้กับอุปกรณ์พกพาของเราในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว จะได้ไม่ทำให้ชีวิตแห่งความสนุกสนานต้องขาดตอน

อุปกรณ์ที่พูดถึงนี้ คือตัวแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเก็บไว้ในแบตเตอร์รี่สำรอง เพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้กับอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ด้วยระบบแผงรับแสงอาทิตย์และค่อย ๆ ประจุพลังงานเข้าไปยังแหล่งเก็บ เพื่อนำมาจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์พกพาของเรา

ตัวแปลงพลังงานแสงอาทิตย์นี้ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ และมีการผลิตจำหน่ายออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลายยี่ห้อ รวมถึงหลายผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สำหรับประจุไฟเข้าอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้น (อย่างเช่นใช้กับ Notebook) หรือมีการพัฒนาไปในรูปแบบอุปกรณ์ห่อหุ้ม อย่างซองมือถือ หรือกระเป๋าใส่โน้ตบุ้ค สำหรับคนที่ออกแดดหรือใช้ชีวิต Outdoor บ่อย ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับบ้านเราอย่างมาก ตามที่กล่าวข้างต้น เพราะบ้านเราเจอแดดง่าย และมีช่วงเวลาแดดนาน อย่างน้อยหนึ่งแดด หรือแดดเดียวก็ได้ถึงหกชั่วโมง

หลักการทำงานของตัวแปลงพลังงานแสงอาทิตย์นี้ก็ไม่ยาก ประกอบไปด้วยแผงโซลาร์เซล หรือหน่วยรับแสงที่เมื่อได้รับการกระตุ้นจากแสงอาทิตย์ก็จะเกิดพลังไฟฟ้า ซึ่งจะถูกนำมาประจุเก็บไว้ในแบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่และรอการจ่ายพลังงานไฟฟ้าเหล่านี้ออกไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราต้องการ หากยี่ห้อไหนมีตัวแบตเตอร์รี่ที่ใช้เก็บประจุขนาดใหญ่ มีกำลังในการจ่ายไฟสูง จะทำให้จ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ได้มากขึ้นในเวลาที่ยาวนานขึ้น

การเลือกซื้อเลือกหาอุปกรณ์แปลงพลังแสงอาทิตย์มาเป็นพลังไฟฟ้านั้น ให้สังเกตดูที่ขนาดของแบตเตอร์รี่ และตัวแผงรับแสงอาทิตย์ ตามหลักสูตร(ที่ว่ากันไว้) แผงรับแสงอาทิตย์ที่ดีจะมีลักษณะเป็นเกล็ดเล็ก ๆ ส่วนแบบที่เราเห็นราคาถูก ๆ ขายกันไม่กี่สิบบาท จะเรียบราบสีดำสนิท (ตามที่พูดกันมา จะให้ประจุไฟฟ้าในอัตราที่ช้าและไม่มาก) ดังนั้นควรยึดคติในการเลือกซื้อของที่ว่า “ของดีไม่มีถูก”

นอกจากจะประจุไฟด้วยพลังแสงอาทิตย์แล้ว หลายยี่ห้อก็ทำให้มีการประจุไฟด้วยไฟบ้านได้ตามปกติ ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไปตามฟังก์ชันเสริมที่มีมาให้ รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ และอย่างที่บอก “ราคาแปรผันตรงตามคุณภาพสินค้า”


ตัวอย่างที่ผมได้ซื้อมาใช้และยอมรับเลยว่าคุณภาพดี คือ Powermonkey-Explorer เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบและจำหน่ายกันอย่างกว้างขวางในยุโรป และก็ต้องยอมรับว่าประเทศในโซนยุโรปมีอุปกรณ์ประเภทนี้จำหน่ายหลายยี่ห้อมาก

หัวใจหลักชิ้นแรกก็คือ แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ โดยมีปลายข้างหนึ่งเป็นสายต่อเชื่อมเข้ากับตัวแบตเตอรี่เก็บประจุไฟฟ้า


บนแผงจะสังเกตเห็นว่าเป็นเกล็ดสีเข้มสีอ่อนผสมปะปนกัน (ตามตำราที่ว่าไว้ แผงรับแสงอาทิตย์แบบนี้จะให้พลังงานที่ต่อเนื่องและมีการให้ประจุไฟฟ้าออกมาได้เร็ว)

อุปกรณ์สำคัญชิ้นที่สอง ก็คือตัวเก็บประจุ หรือแบตเตอรี่ สำหรับยี่ห้อนี้ มีหน้าจอสำหรับบอกปริมาณกระแสไฟที่เหลือเก็บในแบตเตอรี่ มีไฟแสดงสถานะในการชาร์จแบตเตอรี่ และอีกด้านหนึ่งมีช่องสำหรับเสียบสายเพื่อต่อเข้ากับอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ

ส่วนประกอบที่เหลือก็คือฟังก์ชันใช้งานอื่น ๆ เช่นสายต่อสำหรับชาร์จแบตเตอรี่จากไฟบ้าน กับสายสำหรับต่อเข้าอุปกรณ์พกพาสารพัดชนิดสารพัดยี่ห้อ


วิธีใช้งานไม่ยากเย็นแต่อย่างใด เพียงแต่ทำการประจุไฟให้เต็มเข้าสู่ตัวแบตเตอรี่ ด้วยพลังแสงอาทิตย์ หากวันไหนแสงดี ๆ โดนแผงรับแสงโดยตรงก็จะใช้เวลาในการประจุให้เต็มได้ราว ๆ สี่ถึงหกชั่วโมง เมื่อประจุไฟเต็มสัญญาณบอกปริมาณไฟในแบตเตอรี่ก็จะขึ้นเต็มครบทุกขีด รวมถึงไฟแสดงสถานะจะเปลี่ยนจากสีแดงไปเป็นสีเขียว


การทำการประจุหรือชาร์จไฟ ทำได้สองแบบคือ ประจุลงแบตเตอรี่ก่อน หรือต่อสายตรงจากแผงรับแสงอาทิตย์เข้าไปยังอุปกรณ์พกพาของเราได้เลย ซึ่งแผงรับแสงอาทิตย์ก็จะทำงานเช่นเดิมและส่งพลังงานไฟฟ้าตรงไปยังแบตเตอรี่ในอุปกรณ์พกพาของเรา เท่าที่ทดลองใช้งานดูด้วยการต่อแผงรับแสงอาทิตย์ตรงเข้ากับมือถือ ตอนเที่ยงตรง ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ผลก็คือแบตเตอรี่มือถือมีพลังไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 10% 


หลังจากทดลองใช้ก็ได้ข้อสรุปออกมาเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย คือ

ข้อดี
- เป็นอุปกรณ์ที่น่าใช้ ในกรณีที่วิถีการดำเนินชีวิตกับอุปกรณ์มือถือต่าง ๆ อยู่ในสภาวะห่างไกลจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าบ่อย ๆ หรือมีอุปกรณ์มือถือมากมาย แต่ไม่ต้องการพกพาอแดปเตอร์ไปมากมายหลายชนิดในระหว่างเดินทาง หรือเป็นคนขี้ลืมในการชาร์จแบตฯ ทำให้เกิดภาวะฉุกเฉินแบตฯหมดระหว่างทาง

ข้อเสีย
- การประจุไฟด้วยแผงโซลาร์เซลล์ ใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมง เพื่อการประจุไฟให้เต็มที่ ดังนั้นหากเกิดกรณีฉุกเฉินเร่งรีบจริง ๆ ถ้าตัวแบตเตอรี่สำรองมีไฟไม่พอ อุปกรณ์นี้ก็คงเป็นแค่ตัวถ่วงน้ำหนักเฉย ๆ (แต่หากมีการสำรองไฟรอพร้อม หรือมีเวลาเพียงพอที่จะแช่แดดไว้ได้ 6 ชั่วโมง อุปกรณ์นี้ก็เหมาะเป็นอุปกรณ์ฉุกเฉินได้จริง ๆ)


เรื่อง : วัลลภ พรประเสริฐถาวร