ปารีสเป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป มีอนุสาวรีย์ หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ หอไอเฟล น้ำหอม แฟชั่น เป็นสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้มากในอันดับต้นๆ ของโลก กรุงปารีสถือเป็นเมืองแห่งแสงสีที่สวยงาม (City Of Light) เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม เป็นเมืองมรดกโลก เมืองแฟชั่น และเมืองทันสมัย มีเนื้อที่ 86.9 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 20 เขต (Arrondissement) ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดของยุโรป


ในปี 2557 กรุงปารีสมีประชากรประมาณ 10,764,000 คน ถือเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 25 ของโลก โดยคาดว่าประชากร จะเพิ่มเป็น 11,803,000 คน และจะกลายเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 33 ของโลก ในปี 2573 (United Nations, Department of Economic and Social Affairs, Population Division, 2014: 26-27)

ในปี 2555 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ 8,462,213 คน โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังปารีสจะมีกิจกรรมหลักที่ประกอบด้วย การท่องเที่ยว ยามราตรี การแสวงหาความทันสมัย การพักผ่อนในสวนสาธารณะ การร่วมงานเทศกาลทางวัฒนธรรม และการชมการแสดงต่างๆ ดังตาราง


ตารางกิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวในปารีส ปี 2555

กิจกรรม นักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน (ร้อยละ) การเดินทางเพื่อประกอบธุรกิจ
การท่องเที่ยวยามราตรี 19.4 18.5
การแสวงหาความทันสมัย 16.1 7.5
การพักผ่อนในสวนสาธารณะ 12.6 6.3
การร่วมงานเทศกาลทางวัฒนธรรม 10.6 12.2
การชมการแสดงต่างๆ 9.6 9.8

ที่มา : World Tourism Organization, 2012


นักท่องเที่ยวที่มาชมแหล่งวัฒนธรรมระหว่างปี 2554-2555 จำนวน 72.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 1.2 ซึ่งพิพิธภัณฑ์ และอนุสาวรีย์ที่นักท่องเที่ยวเข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับแรกของปารีส ในปี 2555 ก็คือ มหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส (Cathédrale Notre- Dame de Paris) มีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 13,650,000 คน รองมาคือ มหาวิหารซาเคร-เกอร์ (Basilique du Sacré-Coeur de Montmartre) และ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Musée du Louvre) ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 10,500,000 และ 9,660,609 คน ตามลำดับ

 

ในปี 2556 กรุงปารีสมีการจัดงานเทศกาลหลัก ดังนี้

  • งาน Marche des Fiertés (Gay Pride) ครั้งที่ 12 มีผู้เข้าชมประมาณ 500,000 คน
  • ฤดูกาล Paris Plages ครั้งที่ 12 มีผู้เข้าชมมากกว่า 230,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.4 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555
  • งาน Paris Quartier d’été Festival มีผู้เข้าชมประมาณ 38,000 คน และขายตั๋วได้ 14,500 ใบ
  • งาน Techno Parade ครั้งที่ 15 มีผู้เข้าชมประมาณ 300,000 คน

นอกจากนี้ กรุงปารีสยังเป็นสถานที่ในการจัดประชุมต่างๆ ซึ่งในปี 2556 มีการจัดประชุม จำนวน 1,055 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 648,397 คน โดยมีระยะเวลาเฉลี่ย 2.3 วัน ผู้เข้าร่วมเฉลี่ยงานละ 715 คน สัญชาติผู้เข้าร่วมประชุมเฉลี่ย 10 สัญชาติ ความถี่ของการประชุม ต่อปีร้อยละ 74.5 ซึ่งผู้เข้าร่วมร้อยละ 50.5 เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับการแพทย์ การประชุมในปารีสร้อยละ 33 เป็นการประชุมนานาชาติ และ ผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่าร้อยละ 20 มาจากต่างประเทศ ดังตาราง

 

ตาราง จำนวนงานประชุมและผู้เข้าร่วมของปารีสในปี 2556

ประเภทการประชุม  จำนวนงานประชุม  ส่วนแบ่งการตลาด
(ร้อยละ)
จำนวนผู้เข้าร่วม
(คน)
ส่วนแบ่งการตลาด
(ร้อยละ)
Convention and Exhibition Centres 341 32.3 458,441 70.7
Scientific Venus 338 32.0 88,259 13.6
Meeting Room 158 15.0 41,110 6.3
Hotels with Meeting Room 84 8.0 29,375 4.5
Museums, Special Venues 46 4.4 13,489 2.1
Autres Other 88 8.3 17,723 2.7
รวม 1,055 100 648,397 100

 ที่มา : World Tourism Organization, 2012


ในปี 2555 นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายรายวันเฉลี่ย ส่วนใหญ่เป็นค่าที่พัก รองมาเป็นค่าอาหาร และค่าช้อปปิ้ง ค่าพักผ่อน และค่าเดินทาง ตามลำดับ ดังตาราง

 

ตาราง ค่าใช้จ่ายรายวันเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวในปารีสแบ่งตามสัญชาติ ปี 2555

รายการ  ค่าใช้จ่ายรายวันเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวในปารีสแบ่งตามสัญชาติ (ยูโร)       
รวม ฝรั่งเศส ต่างชาติอื่นๆ ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง จีน รัสเซีย สวิส
ที่พัก 59 38 64 82 75 61 69 69
อาหาร 34 33  34  35  37  29  31  45
พักผ่อน 13  7  14  15  16  12  16  13
ช้อปปิ้ง 26  10  29  56  44  59  46 27
เดินทาง 11  6  12  9  16  12  9 15
รวม 142  94  153  197  187  173  171  170

ที่มา : World Tourism Organization, 2012


จากตารางที่กล่าวมาในข้างต้น จะสังเกตได้ว่า นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในกรุงปารีส จะมีค่าใช้จ่ายรายวันเฉลี่ย 142 ยูโร ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้ใช้จ่ายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ประมาณ 197 ยูโร รองลงมาก็คือ นักท่องเที่ยวจากประเทศทางตะวันออกกลาง และประเทศจีน ใช้จ่ายประมาณ 187 และ 173 ยูโร ตามลำดับ เนื่องจากเมืองปารีสได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองแห่งแฟชั่นและ การช้อปปิ้ง จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่าย เกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ การช้อปปิ้งมากเป็นอันดับแรกก็คือ นักท่องเที่ยวชาวจีน ใช้จ่าย ประมาณ 59 ยูโร รองลงมาก็คือ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและรัสเซีย ใช้จ่ายประมาณ 56 และ 46 ยูโร ตามลำดับ

ในปี 2555 มีการจ้างงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 263,699 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็นงานเกี่ยวกับที่พัก 38,593 ตำแหน่ง การพักผ่อน 43,182 ตำแหน่ง ร้านอาหาร 99,546 ตำแหน่ง และการขนส่ง 82,378 ตำแหน่ง ในปีนี้มีเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวในธุรกิจ โรงแรม การขนส่ง และการแสดงสินค้า ดังนี้

  • โรงแรม
    โรงแรมของชาวปารีสมีเงินหมุนเวียน 6.6 พันล้านยูโร ร้อยละ 21.5 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554 โดยโรงแรมระดับ 5 ดาว มีเงินหมุนเวียนสูงสุด รองลงมาเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว 3 ดาว และ 1-2 ดาว ตามลำดับ ดังตาราง

 

ตาราง เงินหมุนเวียนจากโรงแรมของชาวปารีสในกรุงปารีส ปี 2555

ระดับโรงแรม (ดาว) เงินหมุนเวียน (ล้านยูโร) อัตราการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับปี 2554 (ร้อยละ)
1-2 89 -2.5
3 446.4 -12
4 1,675.1 +18.8
5 4,412.2 +28.3

ที่มา : World Tourism Organization, 2012


ในปี 2556 มีโรงแรม 3-4 ดาว ร้อยละ 60.4 และมีห้องพักร้อยละ 66.6 ของโรงแรมทั้งหมดในปารีส

  • การขนส่ง มีเงินหมุนเวียน 33.8 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 3 โดยในปี 2554 ปารีสมีสถานีจอดรถยนต์ชาร์จ แบตเตอรี่ (Autolib) 731 แห่ง อยู่ในปารีสชั้นในจำนวน 476 แห่ง และในปี 2555 มีรถไฟฟ้า (Bluecar) ให้บริการ 1,740 คัน มีสถานีเช่ารถ จักรยาน (Velib) 1,800 สถานี และมีการเช่า 35 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554 มีทางปั่นจักรยาน 677 กิโลเมตร มีที่จอดรถยนต์ในปารีสชั้นใน 813,000 คัน ซึ่งรวมที่จอดของอาคารเอกชน 510,000 คัน มีที่จอดรถโค้ช 636 คัน และถูกใช้ 313,861 ครั้ง ส่วนในปี 2556 มีใบอนุญาตขับรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นเป็น 17,636 ราย

  • การแสดงสินค้า มีเงินหมุนเวียน 383 พันล้านยูโร จากศูนย์แสดงสินค้า 20 แห่ง ในปี 2556 ปารีสมีรายได้จากนักท่องเที่ยว 39.9 ล้านยูโร ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2555 และจากดัชนีราคาระหว่างประเทศ ปี 2556 (International Price Indicator) พบว่ากรุงปารีส มีค่าชมพิพิธภัณฑ์และอนุสาวรีย์ 40.00 ยูโร ค่าโดยสารรับ-ส่งรถแท็กซี่สนามบินหลัก 35.00 ยูโร ค่าโดยสารรับ-ส่งรถสาธารณะสนามบินหลัก 9.80 ยูโร และค่าโดยสารรถสาธารณะทั่วไป 1.70 ยูโร

    ระหว่างปี 2553-2555 ปารีสมีการลงทุนเฉลี่ยรายปีในธุรกิจท่องเที่ยวคิดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รวม 414.1 ล้านยูโร โดยแบ่งเป็น ที่พัก 361.8 ล้านยูโร โครงสร้างพื้นฐาน 52.3 ล้านยูโร (World Tourism Organization, 2012)


การจัดการการท่องเที่ยวในเขตเมืองของกรุงปารีส

ฝรั่งเศสใช้ความเป็นมรดกโลก ความโดดเด่นด้านแฟชั่น และความทันสมัยเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ และใช้ความสะดวกรวดเร็ว ในการเดินทางเป็นยุทธศาสตร์ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วย โดยมีนโยบายพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมเพื่อการ ท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ด้วยการสร้างรถไฟความเร็วสูง TGV (Train à Grande Vitesse) เพื่อแข่งขันกับการโดยสารเครื่องบิน ทำให้การเดินทาง สะดวกขึ้น และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้สร้างภาพยนตร์เรื่อง The Da Vinci Code ซึ่งใช้ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (The Grand Louvre) เป็นสถานที่ถ่ายทำ ที่ส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักแก่คนทั่วโลก ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ มีนักท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กว่าปีละ 5 ล้านคน


หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของกรุงปารีส มีดังนี้

  • The Paris Convention and Visitors Bureau (PCVB)
  • The Paris City Council
  • The Paris Chamber of Commerce and Industry
  • Paris Tourist Office

หน่วยงานดังกล่าวให้การต้อนรับ ให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว พัฒนา และ ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในปารีส และสนับสนุนบริษัทนำเที่ยวของชาวปารีส ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 2,200 แห่ง (World Tourism Organization, 2012)

กรุงปารีสมีการจัดการการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ ดังนี้

  • การจัดการด้านสิ่งอำนวยความสะดวก โดยใช้รถที่ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

  • การจัดการภูมิสถาปัตยกรรมทางการท่องเที่ยว ซึ่งสถาปัตยกรรม ในปัจจุบันมีผลจากการออกแบบและสร้างเมืองใหม่ในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อก่อนกรุงปารีสมีถนนแคบๆ บ้านเก่าๆ ที่สร้างด้วยไม้มากมาย แต่เมื่อ ต้นปี 2395 บารอน เฮาส์มันน์ ได้ปรับโฉมกรุงปารีสให้กลายเป็นเมืองที่มี ถนนกว้าง ตึกรามบ้านช่องสร้างด้วยปูน มีการก่อสร้างถนนและตึกที่ไม่ค่อยสูง มากนัก ทำให้กรุงปารีสเป็นเมืองลักษณะเรียบๆ แต่โดดเด่น

 

  • การจัดการเส้นทางการท่องเที่ยว ทั้งการเดินเท้า และการโดยสาร พาหนะต่างๆ กล่าวคือ การเดินเท้าทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความสนุกสนาน ในระหว่างชื่นชมความงดงามของปารีสได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่พกพาแผนที่เมือง ซึ่งบอกชื่อถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และการเดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ก็สามารถ ทำได้ง่าย เพราะมีข้อมูลการท่องเที่ยวบริการนักท่องเที่ยวตามสถานีรถไฟฟ้า

 

  • การจัดกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัส ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวปารีส ทั้งการชมทัศนียภาพ บนหอไอเฟล การชมแม่น้ำแซน หรือรับประทานอาหารในคาเฟ่ริมทาง ซึมซับ สุนทรียศาสตร์ และชมการแสดงของศิลปินต่างๆ การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ออร์แซ และพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ การช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกบริเวณถนนรุย ดู ไฟร์บวร์ก ซานโตโนเร

กล่าวโดยสรุป กรุงปารีสได้ถูกพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่โดยอาศัยเครื่องมือ ที่สำคัญคือ วิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ก่อให้เกิดการวางผังเมือง ที่เหมาะสม และสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ การพัฒนา เมืองของกรุงปารีสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้นครปารีสกลายเป็นเมือง ที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีการคมนาคมที่คล่องตัว อีกทั้งยังสามารถรักษา มรดกทางวัฒนธรรมของเมืองได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลพลอยได้จากการพัฒนา เมืองคือการท่องเที่ยว โดยใช้ความเป็นมรดกโลก ความโดดเด่นด้านแฟชั่น ความทันสมัย และระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกและรวดเร็วเป็นจุดดึงดูด นักท่องเที่ยว

ในการจัดการนักท่องเที่ยวในเขตเมืองของกรุงปารีสได้ให้ความสำคัญกับการจัดการฐานทรัพยากรของ การท่องเที่ยวในเขตเมือง กล่าวคือกรุงปารีสได้มีการ จัดการสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเอื้อประโยชน์ และ เพิ่มความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยว โดยการสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ นั้น จะให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม กรุงปารีสมีการจัดการภูมิสถาปัตยกรรม ทางการท่องเที่ยวในเขตเมืองที่คำนึงถึงความสอดคล้อง กับอัตลักษณ์ของพื้นที่ คือการสร้างถนนกว้าง และ ไม่สร้างอาคารสูง ซึ่งแม้ว่าจะทำให้ปารีสกลายเป็นเมืองที่ เรียบง่าย แต่มีความโดดเด่นสำหรับการท่องเที่ยว

ในส่วนของการจัดการการท่องเที่ยว มีการเชื่อมโยง การท่องเที่ยวทั้งการเดินเท้า และการโดยสารพาหนะ ต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งการจัดการการท่องเที่ยวของกรุงปารีส ได้คำนึงถึงความสะดวกปลอดภัย รวมถึงการได้รับความรู้ และความเพลิดเพลินจากเส้นทางการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวยังมีการส่งเสริม รูปแบบกิจกรรมที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงาม หรือสุนทรียศาสตร์ของนครปารีสที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ในความเป็นเมืองทันสมัย และมรดกโลก จะเห็นได้ว่า การพัฒนาเมืองของกรุงปารีส นอกจากจะมีประโยชน์ ต่อการฟื้นฟูเมือง และการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ ประชาชนแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริม และ พัฒนาการท่องเที่ยวในเขตเมืองของกรุงปารีสอีกด้วย


เรื่อง : รศ. ดร. เทิดชาย ช่วยบำรุง
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตเมือง ของ รศ. ดร. เทิดชาย ช่วยบำรุง

 

TAT 3/2016