ในปี 2559 การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย (ททท.) จัดทำโครงการ ศึกษาตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ญี่ปุ่น โดยมอบหมายให้บริษัท อินทัช รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลแทนซี่ จำกัด ดำเนินการ

วัตถุประสงค์ของการ ศึกษาคือ ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นคุณภาพสูงที่ยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย และศึกษาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการส่งออกนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง รวมถึงศึกษาปัจจัยทางการตลาด ทั้งด้านอุปสงค์ และอุปทาน

นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงญี่ปุ่น (Japanese High Value Traveller) สำหรับการศึกษาครั้งนี้ หมายถึง

  • นักท่องเที่ยวที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • มีถิ่นพำนักและต้องเป็นประชากรในทะเบียนราษฎร์ของประเทศญี่ปุ่น
  • ต้องเคยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ต้องไม่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย (ยกเว้นเดินทางร่วมกับครอบครัว/พ่อ แม่ ในช่วงเด็ก โดยพิจารณาจากอายุของหน่วยตัวอย่าง และช่วงเวลาที่เคยเดินทางมาประเทศไทย หน่วยตัวอย่างต้องอายุ ยังไม่ถึง 15 ปี)
  • มีระดับรายได้ ส่วนตัว 65,000 เหรียญสหรัฐต่อปี

ผลจากการวิจัยที่นำเสนอ คือผลวิจัยที่ได้จากการเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวญี่ปุ่นที่ยัง ไม่เคยเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย

ในปี 2559 ประชากรชาวญี่ปุ่นมีจำนวนประมาณ 127,297,000 คน เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High Value Traveller) จำนวน 4,221,516 คน จำแนกเป็นกลุ่มที่เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้ว 1,846,855 คน และเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย 2,374,661 คน


กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวญี่ปุ่นที่ยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย

นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่ยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ช่วงอายุ 45-54 ปี เป็นผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ ผู้เชี่ยวชาญสาขาอาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ นักบัญชี สถาปนิก หรือ เป็นพนักงานบริษัทเอกชนระดับหัวหน้างานขึ้นไป ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่เพื่อประกอบธุรกิจ ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถตอบสนองความต้องการที่ทันยุคสมัย และแฝงด้วยภาพลักษณ์ ของความหรูหรา

เมืองใหญ่สำคัญที่สามารถพบนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จำนวนมาก ได้แก่ ‘Tokyo Metropolis’ Nagoya, Osaka, Yokohama, Shizuoka, Saitama และ Chiba City

สามารถพบคนกลุ่มนี้ได้ตามสถานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การดำรงชีวิตของพวกเขา ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าหรู เช่น Isetan, Takashimaya, ร้านอาหาร Fine-dining ระดับ Michelin Star เช่น Wolfgang Puck, Joel Robuchon รวมถึงภัตตาคารหรูในโรงแรมระดับ 5 ดาว เช่น Imperial Hotel Tokyo และร้านอาหารดั้งเดิมของเมืองใหญ่ย่านใจกลางเมือง เช่น Ginza, Shinjuku, Roppongi ในโตเกียว Umeda, Namba ในโอซาก้า Nagoya Station, Osu ในนาโกย่า เป็นต้น

 

Insight High Value Japanese

ความมั่งคั่ง (Affluence)

  • “ความมั่งคั่งจะไม่มีความหมายหากไม่สามารถสร้างคุณภาพ ชีวิตที่ดีกว่าได้ และเห็นว่าความมั่งคั่งเป็นการประกันความเสี่ยง จากความไม่แน่นอนของชีวิต”

ความหรูหรา (Luxury)

  • “ความหรูหราคือการมีเวลามากขึ้นเพื่อที่จะได้ทำสิ่งที่ต้องการ การได้รับบริการและประสบการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนอง ต่อความต้องการของตน และเพื่อจะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษ ในชีวิต”

การรับรู้ต่อชีวิต (Perception Toward Life)

  • “ชีวิตคือการแสวงหาความสุขให้เต็มที่ ชีวิตคือการแสวงหา ประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และชีวิตคือการเรียนรู้”

ความสำคัญต่อการดำรงชีวิต (Outlook on Life)

  • “ความมั่งคั่งจะไม่มีความหมายหากไม่สามารถสร้างคุณภาพ ชีวิตที่ดีกว่าได้ และเห็นว่าความมั่งคั่งเป็นการประกันความเสี่ยง จากความไม่แน่นอนของชีวิต”

 

Celebrity ที่สามารถมีอิทธิพลชี้นำนักท่องเที่ยว คุณภาพสูงกลุ่มนี้ ได้แก่ Ichiro Suzuki (นักเบสบอล) Satomi Ishihara (นักแสดง) Ebizo Ichikawa (นักแสดง) และ Yuki Amami (นักแสดง)

ช่องทางสื่อด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม 3 ลำดับแรก ได้แก่ หนังสือแนะนำการท่องเที่ยว เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์

 

Site Selection

ปัจจัยสำคัญในการเลือกเป้าหมายท่องเที่ยว ต่างประเทศ 3 ลำดับแรก ได้แก่ ความมั่นใจด้านความ ปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และสิ่งอำนวยความ สะดวกที่ครบตามความต้องการ

>> นอกจากนั้นยังพบว่าปัจจัยเอกลักษณ์ท้องถิ่น ของแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หรือวัฒนธรรมพื้นถิ่นต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรมด้านอาหาร ช่วยกระตุ้นความสนใจของ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ดี

>> นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญ กับปัจจัยที่ส่งผลต่อ ‘ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย’ สูงมาก รวมถึงยังไม่นิยมทำกิจกรรมที่โลดโผนหรือการ เสี่ยงภัยใดๆ ที่ขาดมาตรฐานควบคุม

>> ปัจจัยด้านความปลอดภัย ไม่ได้หมายถึงเพียง ปัญหาด้านอาชญากรรม หรือความไม่มีเสถียรภาพด้าน การเมืองเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงปัญหาด้านการเอารัด เอาเปรียบของผู้ประกอบการ มาตรฐานการบังคับใช้ กฎหมาย รวมถึงความปลอดภัยต่อลูกหลาน/เด็ก ซึ่งครอบคลุมไปถึงปัญหาที่เกิดจากภาพลักษณ์ด้านการ ท่องเที่ยวทางเพศด้วย

 


ความคิดเห็นที่มีต่อประเทศไทย

แม้ไม่เคยเดินทางมาประเทศไทยเลย แต่ทั้งหมดก็รู้จัก ประเทศไทยดี และมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศไทยในด้าน ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ‘กิจกรรมสปา’ ‘ความมีอัธยาศัยที่ดี ของคนท้องถิ่น’ ‘วิถีชีวิตชุมชน’ ‘วัฒนธรรมท้องถิ่น’ รวมถึง ‘วัฒนธรรมด้านอาหาร’ ขณะที่ประเมินว่าประเทศไทยยังขาด ภาพลักษณ์ที่ดีในด้าน ‘ความหรูหรา’ ‘ความปลอดภัย’ และ ภาพลักษณ์ด้าน ‘ความโรแมนติค’

 

1 ใน 5 ที่ยังนิยมเดินทางท่องเที่ยวเป็น กลุ่มกรุ๊ปทัวร์ แม้กลุ่มใหญ่นิยมเดินทาง ท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) แต่ส่วนใหญ่ กว่าร้อยละ 60 ก็ยังเลือกใช้บริการของ บริษัททัวร์ในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น จองตั๋ว จองโรงแรม วางแผนการเดินทางแบบ เป็นคณะ เป็นต้น


ใช้เวลาวางแผน การเดินทาง 2-3 เดือนก่อนการ เดินทางจริง

 

ประเทศที่เป็นเป้าหมายการเดินทางยอดนิยม ของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวญี่ปุ่น ที่ยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย 5 ลำดับ แรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ไต้หวัน สิงคโปร์ และอิตาลี

 

ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยเพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศ (ไม่รวมค่าเครื่องบิน) ประมาณ 3,155 เหรียญสหรัฐ ต่อทริป (ประมาณ 100,000 บาท) เกือบครึ่งหนึ่ง เป็นค่าใช้จ่ายด้านที่พัก 1 ใน 4 เป็นการช้อปปิ้ง ร้อยละ 15 เป็นค่าอาหาร/เครื่องดื่ม

 

ระยะทางการเดินทางมีความสัมพันธ์ โดยตรงกับค่าใช้จ่ายที่ใช้โดยการท่องเที่ยว Long-haul ใช้จ่ายเฉลี่ย 3,522 เหรียญสหรัฐ ต่อทริป Medium-haul (ระยะทางมา ประเทศไทยอยู่ในช่วงนี้) ใช้จ่ายเฉลี่ย 2,027 เหรียญสหรัฐต่อทริป และ Short-haul ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,710 เหรียญสหรัฐต่อทริป

 

Psychographic Segmentation

เพื่อการตลาดอย่างจำเพาะเจาะจง สามารถจำแนกนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวญี่ปุ่น ที่ยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทยออกเป็นกลุ่มย่อยตามคุณลักษณะจิตวิทยาการดำรงชีวิต (Psychographic Segmentation) ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1. Achievers มีสัดส่วนร้อยละ 27.80 อายุเฉลี่ยประมาณ 30-40 ปี เป็นกลุ่มที่ยังมี ความทะเยอทะยาน กระหายความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้น ต้องการได้รับการยกย่อง ให้เกียรติ อย่างชื่นชมในความเหนือชั้นของตน ลักษณะเฉพาะของกลุ่มนี้ ได้แก่ ยึดติดภาพลักษณ์ แห่งความหรูหรา หรือโดดเด่นแตกต่าง

2. Thinkers มีสัดส่วนร้อยละ 57.98 อายุเฉลี่ยประมาณ 45-55 ปี เป็นกลุ่มที่แสวงหา การยอมรับผ่านความสำเร็จของสังคมหรือจิตใจมากกว่าความสำเร็จทางกายภาพแห่งตน ลักษณะเฉพาะของกลุ่มนี้ ได้แก่ ความสุขุม ไม่เน้นความหรูหราด้านวัตถุมาก แต่ให้ ความสำคัญกับจินตนาการ การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ศิลปะ หรือรสนิยมเฉพาะของกลุ่มตน เพื่อจะได้สัมผัสกับความสุขที่เกิดจากความสงบของจิตใจ ที่จะได้รับระหว่างการเดินทาง ท่องเที่ยวมากกว่า

3. High Value Mainstream มีสัดส่วนร้อยละ 14.22 อายุเฉลี่ยประมาณ 50 ปี เป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จทางกายภาพ ทำให้มีทรัพยากรทางสังคมมากขึ้น สามารถนำมา ตอบสนองความต้องการด้านความสะดวกสบาย หรือหน้าตาภาพลักษณ์ความร่ำรวยได้มากขึ้น ลักษณะเฉพาะของกล่มุ นี้ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่สื่อได้ถึง ความร่ำรวย หรือความสะดวก สบายที่จะได้รับ เพื่อให้แตกต่างจากกลุ่มคนส่วนใหญ่ในสังคมที่เป็นกลุ่มเดิมของตน (Mass) แต่ยังขาดซึ่งความเข้าใจด้านศิลปะหรือรสนิยมแท้จริง

 


Demographic Segmentation

การแบ่งกลุ่มย่อยตามคุณลักษณะทางประชากรศาสตร์ (Demographic Segmentation) แบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่

Young Executives กลุ่มนักบริหารรุ่นใหม่ อายุเฉลี่ยประมาณ 35 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ทำงาน ออฟฟิศในเมือง หรือประกอบวิชาชีพเฉพาะทางซึ่งต้องอาศัยความร้คู วามชำนาญสูง ต้องการได้รับการ ยกย่องชมเชย จึงชอบเรียนรู้ ชอบแสวงหาโอกาส มีสัดส่วนร้อยละ 17.41 หรือจำนวน 413,538 คน

Womenomics กลุ่มนักบริหารหญิง อายุเฉลี่ย 44 ปี เกือบทั้งหมดทำงานออฟฟิศในเมือง เติบโต มาท่ามกลางการแข่งขันที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำด้านเพศอยู่บ้าง ดังนั้น ในส่วนลึกจึงยังคงแสวงหา ‘การยอมรับและการยกย่องชมเชย’ มีสัดส่วนร้อยละ 10.86 หรือจำนวน 257,772 คน

Middle-to-High-Management กลุ่มผู้บริหารระดับกลางถึงสูง เพศชาย อายุเฉลี่ย 50 ปี ผ่านประสบการณ์มานาน ให้ความสำคัญสูงกับ ‘เกียรติและศักดิ์ศรี’ มีสัดส่วนร้อยละ 53.38 หรือ จำนวน 1,267,507 คน

High-Spending Seniors กลุ่มผู้สูงวัยที่ผ่านความสำเร็จมาแล้วอย่างโชกโชน อายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี ยังคงเคร่งครัดในกฎระเบียบ ระมัดระวังการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย มีสัดส่วนร้อยละ 17.47 หรือจำนวน 414,971 คน

High-Spending Housewives กลุ่มแม่บ้าน ที่ส่วนใหญ่มีพื้นฐานการศึกษาดี อายุเฉลี่ยประมาณ 46 ปี มีสามีเป็นผู้บริหารในบริษัทขนาดใหญ่ หรือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กลุ่มนี้มีสัดส่วน ร้อยละ 5.54 หรือจำนวน 131,557 คน

Single Womenomics เป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มนักบริหารหญิง Womenomics ที่ยังคงครอง ความเป็นโสด มีอายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี ลักษณะโดดเด่นของกลุ่มนี้คือการดูแลบุคลิกอย่างดี ให้ความสำคัญกับความหรูหรา เพื่อเป็นรางวัลกับความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากเย็น มีสัดส่วนไม่มาก เพียงร้อยละ 4.26 หรือจำนวน 97,515 คน

 


Young Executives

  • ส่วนใหญ่เดินทางต่างประเทศประมาณปีละครั้งขึ้นไป นิยมวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้บริการส่วนหนึ่งของบริษัททัวร์ ใช้เวลาวางแผนและจองตั๋วประมาณ 2-3 เดือนก่อนการเดินทางจริง
  • เป้าหมายการเดินทางยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ไต้หวัน อิตาลี และจีน
  • ปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกเป้าหมายการท่องเที่ยว ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่ต้องการ
  • เมืองที่มี Young Executive ได้แก่ Tokyo, Osaka, Kobe, Kyoto และ Nagoya
  • ช่องทางการสื่อสารยอดนิยม ได้แก่ หนังสือแนะนำการท่องเที่ยว นิตยสารเกี่ยวกับการ ท่องเที่ยว โดยเฉพาะวารสาร ‘Rurubu ของ JTB’ หรือ ‘เอกสารแนะนำการท่องเที่ยวของ HIS’ รวมถึงข่าวสารท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ
  • สถานที่ที่มีโอกาสพบคนกลุ่มนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เช่น Starbucks Tavern หรือ Pub ที่นิยมไปแฮงเอาท์กันตามย่านศูนย์การค้าสำคัญของเมืองต่างๆ รวมถึงห้างสรรพสินค้าระดับบน เช่น Takashimaya หรือร้านอาหาร Fine-Dining ที่กำลังเป็นที่นิยม ของคนรุ่นใหม่ เช่น ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส ‘Maison Paul Bocuse’ เป็นต้น
  • ผู้มีชื่อเสียงซึ่งได้รับความสนใจ และมีอิทธิพลชี้นำต่อคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ‘Ichiro Suzuki’ (นักเบสบอล) ‘Satomi Ishihara’ (นักแสดง) ‘Keiko Kitagawa’ (นักแสดง) เป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการช้อปปิ้ง เมื่อเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง ส่วนใหญ่เลือกซื้อ ของที่ระลึก เสื้อผ้า/เครื่องประดับ รวมถึงอาหาร/ขนม
  • กิจกรรมที่นิยม ช้อปปิ้ง ชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมือง ชิมอาหาร ท้องถิ่น ทำกิจกรรมชายทะเล และดำน้ำ กลุ่มนี้ให้ความสนใจ ‘กิจกรรมดำน้ำ’ ในสัดส่วนที่สูงกว่า กลุ่มอื่นๆ ซึ่งอาจใช้เป็นสินค้าหลักที่กระตุ้นความสนใจของกลุ่มนี้ได้อีกประเภทหนึ่ง
  • ภาพลักษณ์ด้านบวกของไทยต่อคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ‘อัธยาศัยคนท้องถิ่น’ ‘กิจกรรมสปา’ ‘วัฒนธรรมด้านอาหาร’ รวมถึง ‘วิถีชีวิตชุมชน’
  • ภาพลักษณ์ที่ยังอ่อนแอของไทย ได้แก่ ‘ความปลอดภัย’ และ ‘ความหรูหรา’
  • การใช้จ่าย กลุ่มนี้ใช้จ่ายด้านที่พักในสัดส่วนที่สูง

เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพ อนุมานได้ว่าการเลือกที่พักมีองค์ประกอบของ ‘ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย’ ของแหล่งที่พักนั้นๆ อยู่มาก รวมถึงเมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูล ที่พบว่า กลุ่มนี้มี Achievers ในสัดส่วนที่สูง ดังนั้น การแก้ไขจุดอ่อนของประเทศไทยในเบื้องต้น จึงมุ่งเป้าหมายไปที่การเสริมเพิ่มภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย โดยใช้ชื่อเสียงของโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปมาช่วยเสริมกับการเสนอขายกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่ม Achievers ซึ่งได้แก่ การแสวงหาการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ อาทิ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้านความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ในมิติต่างๆ รวมถึงการเรียนรู้ธรรมชาติอันสวยงามของทะเลไทยผ่านกิจกรรมดำน้ำ (หากประเทศไทย สามารถปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านมาตรฐานการดำน้ำของผู้ประกอบการไทยได้แล้ว)

 


Womenomics

  • ส่วนใหญ่เดินทางต่างประเทศประมาณปีละครั้งขึ้นไป นิยมวางแผนการเดินทาง ด้วยตัวเอง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้บริการส่วนหนึ่งของบริษัททัวร์ ใช้เวลาวางแผน และจองตั๋วประมาณ 2-3 เดือนก่อนการเดินทางจริง
  • เป้าหมายการเดินทางยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี เกาหลีใต้ และ ไต้หวัน
  • ปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกเป้าหมายการท่องเที่ยว ได้แก่ สิ่งอำนวยความสะดวกตามที่ ต้องการ แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
  • ช่องทางการสื่อสารยอดนิยม ได้แก่ หนังสือแนะนำการท่องเที่ยว เว็บไซต์ท่องเที่ยว ต่างๆ
  • สถานที่ที่มีโอกาสพบคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าระดับบน เช่น Isetan, Takashimaya หรือร้านอาหารญี่ปุ่นตามย่านใจกลางเมือง เช่น ร้านซูชิแถว Ginza หรือ Restaurant ย่าน Roppongi, Umeda (Osaka), Osu (Nagoya) เป็นต้น
  • ผู้มีชื่อเสียงซึ่งได้รับความสนใจ และมีอิทธิพลชี้นำต่อคนกลุ่มนี้อยู่บ้าง ได้แก่ ‘Ebizo Ichikawa’ ‘Yuki Amami’ และ ‘Takuya Kimura’
  • เมืองที่มี Womenomics ได้แก่ Tokyo, Osaka และ Nagoya
  • กิจกรรมที่นิยม คือ ชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมือง ช้อปปิ้ง ทำกิจกรรมชายทะเล ชิมอาหารท้องถิ่น และกิจกรรมสปา เป็นต้น

    เป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการช้อปปิ้ง เมื่อเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ในสัดส่วนที่สูง ส่วนใหญ่เลือกซื้อของที่ระลึก เครื่องสำอาง และเสื้อผ้า/เครื่องประดับ

    นอกจากนั้น ยังพบว่ากลุ่มนี้ให้ความสนใจ ‘กิจกรรมสปา’ ในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอื่นๆ และอาจใช้เป็นสินค้าหลัก ที่ใช้กระตุ้นความสนใจของกลุ่มนี้ได้อีกประเภทหนึ่ง
  • ภาพลักษณ์ด้านบวกของไทย ได้แก่ ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ‘อัธยาศัยคนท้องถิ่น’ ‘กิจกรรมสปา’ และ ‘วัฒนธรรมด้านอาหาร’
  • ภาพลักษณ์ที่ยังอ่อนแอของไทย ได้แก่ ‘ความหรูหรา’ และ ‘แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการ ช้อปปิ้ง’

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้ Womenomics ยังไม่ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็น เป้าหมายการเดินทาง ได้แก่ ‘ประเทศไทยยังไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว ระดับหรูหรา’ เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่พบว่ากลุ่มนี้มี Achievers ในสัดส่วนที่สูง ดังนั้น การแก้ไขจุดอ่อน ‘ด้านความหรูหรา’ ของประเทศไทยในเบื้องต้น จึงมุ่งเป้าหมายไปที่ การเสริมเพิ่มภาพลักษณ์ด้านความหรูหรา โดยใช้ชื่อเสียงของโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไป มาช่วยเสริม ร่วมกับการทำ Package Promotion ด้วยข้อเสนอที่ตอบสนอง ความต้องการของกลุ่ม Womenomics Achievers ได้อย่างลงตัว ซึ่งได้แก่ กิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้าง ‘ภาพลักษณ์ แห่งความสำเร็จ Full Course Luxury Thai Spa’ ผนวกกับ ‘การบริการ ที่ถูกเตรียมไว้อย่างเฉพาะ’ เพื่อเป็นสื่อ ความหมายถึงการยอมรับใน ‘ความ สำเร็จเหนือชั้น’ ของพวกเธอ เป็น ของขวัญชิ้นพิเศษจากคนไทย (เช่น Limousine ตลอดทริป)

 


Middle-to-High Management

  • ส่วนใหญ่เดินทางต่างประเทศประมาณปีละครั้งขึ้นไป นิยมวางแผน การเดินทางด้วยตัวเอง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้บริการส่วนหนึ่งของบริษัท ทัวร์ ใช้เวลาวางแผนและจองตั๋วประมาณ 2-3 เดือนก่อนการเดินทางจริง
  • เป้าหมายการเดินทางยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส สิงคโปร์ ไต้หวัน และอิตาลี
  • ปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกเป้าหมายการท่องเที่ยว ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้าน ความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกตามที่ต้องการ และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย
  • ช่องทางการสื่อสารด้านท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ หนังสือแนะนำการ ท่องเที่ยว ข่าวสารท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ รวมถึงข้อมูลผ่านเว็บไซต์ ท่องเที่ยวต่างๆ
  • สถานที่ที่มีโอกาสพบคนกลุ่มนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ ของกลุ่มผู้บริหาร Exclusive Member Club เช่น Renaissance Club รวมถึงสถานที่นัดพบตามโรงแรมระดับหรูหรากลางเมือง หรือร้านอาหาร Fine-Dining ที่กำลังเป็นที่นิยมของคนระดับบน รวมถึงสถานที่แฮงเอาท์ของกลุ่ม นักธุรกิจ เช่น Tavern หรือ Pub ย่านใจกลางเมือง Ginza, Roppongi, Umeda (Osaka), Osu (Nagoya) เป็นต้น
  • ผู้มีชื่อเสียงที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ‘Ichiro Suzuki’ (นักเบสบอล) ‘Takeshi Kitano’ (นักแสดงตลก) และ ‘Satomi Ishihara’ (นักแสดง)
  • เมืองที่มี Middle-to-High Management ได้แก่ Tokyo, Osaka, Nagoya, Yokohama, Kobe, Kyoto, Chiba City, Saitama และ Shizuoka เป็นต้น
  • กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของเมือง ช้อปปิ้ง ชิมอาหารท้องถิ่น ทำกิจกรรมชายทะเล เป็นต้น

    เป็นที่น่าสนใจว่า กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการช้อปปิ้งเมื่อเดินทางท่องเที่ยว ต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง ส่วนใหญ่เลือกซื้อของที่ระลึก เสื้อผ้า/เครื่องประดับ และอาหาร/ขนม

    นอกจากนั้นกลุ่มนี้ยังให้ความสนใจ ‘กีฬากอล์ฟ’ และการท่องเที่ยวด้วย ‘เรือสำราญ’ เมื่อเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งอาจใช้เป็นสินค้าหลักที่ใช้กระตุ้นความสนใจของกลุ่มนี้ได้อีกประเภทหนึ่งในอนาคต
  • ภาพลักษณ์ด้านบวกของไทย ได้แก่ ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ‘กิจกรรมสปา’ ‘แสงสียามค่ำคืน’ รวมถึง ‘การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์’
  • ภาพลักษณ์ที่ยังอ่อนแอของไทย ได้แก่ ‘ความหรูหรา’ ‘แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการ แต่งงาน’ และ ’การท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ’

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้ Middle-to-High Management ยังไม่ตัดสินใจ เลือกประเทศไทยเป็นเป้าหมายการเดินทาง ได้แก่ ‘ภาพลักษณ์ด้านความหรูหรา’

กลุ่มนี้ใช้จ่ายด้านที่พักในสัดส่วนที่สูง เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพ อนุมานได้ว่าการเลือกที่พักมีองค์ประกอบของ ‘ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย’ ของแหล่ง ที่พักนั้นๆ อยู่มาก รวมถึงเมื่อพิจารณาร่วมกับ ข้อมูลที่พบว่ากลุ่มนี้มี Thinkers ในสัดส่วน ที่สูง ดังนั้น การแก้ไขจุดอ่อนของประเทศไทย ในเบื้องต้น จึงมุ่งเป้าหมายไปที่การเสริมเพิ่ม ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย โดยใช้ชื่อเสียง ของโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไปมาช่วยเสริม กับการเสนอขายกิจกรรมที่ตอบสนองความ ต้องการพักผ่อน ‘จิตใจ’ ของกลุ่ม Thinkers กลุ่มนี้ ซึ่งได้แก่ กีฬากอล์ฟ

 


High-Spending Seniors

  • ส่วนใหญ่เดินทางต่างประเทศประมาณปีละครั้งขึ้นไป นิยมวางแผนการเดินทางผ่านบริษัททัวร์ รวมถึง ประมาณครึ่งหนึ่งยังเลือกเดินทางเป็นกลุ่ม โดยมีไกด์ทัวร์ในพื้นที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วย ใช้เวลา วางแผนประมาณ 2-3 เดือน และจองตั๋วประมาณ 1 เดือนก่อนการเดินทางจริง
  • เป้าหมายการเดินทางยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน อิตาลี สิงคโปร์ และฝรั่งเศส
  • ปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกเป้าหมายการท่องเที่ยว ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย มีแหล่งท่องเที่ยว หลากหลาย และมีความคุ้มค่า คุ้มราคา (เป็นที่น่าสังเกตว่าสัดส่วน ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ของกลุ่มนี้สูงกว่า กลุ่มอื่นๆ)
  • ช่องทางการสื่อสารด้านท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ หนังสือแนะนำการท่องเที่ยว หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของบริษัททัวร์ชั้นนำต่างๆ รวมถึงนิตยสารแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของกลุ่ม Nikkei (Nikkei Trendy)
  • สถานที่ที่มีโอกาสพบคนกลุ่มนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนสูงวัยที่มีฐานะดี เช่น ร้านขายของเก่า (Vintage Shop) ห้างสรรพสินค้าระดับบนที่มีชื่อเสียงมาช้านาน เช่น Isetan หรือร้านอาหาร ที่กำลังเป็นที่นิยมของคนวัยนี้ เช่น ภัตตาคารจีน ‘Heichinrou’ รวมถึงร้านอาหาร หรือร้านเหล้าเก่าแก่ในย่าน กลางเมืองแถว Ginza, Roppongi เป็นต้น
  • ผู้มีชื่อเสียงซึ่งได้รับความสนใจ และมีอิทธิพลชี้นำต่อคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ‘Yuzo Kayama’ (นักดนตรี) ‘Ichiro Suzuki’ (นักเบสบอล) และ ‘Sayuri Yoshinaga’ (นักแสดง)
  • เมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว High-Spending Seniors ได้แก่ Tokyo, Osaka, Nagoya, Hiroshima, Fukuoka
  • กิจกรรมยอดนิยม ชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมือง ชิมอาหารท้องถิ่น และช้อปปิ้ง (เลือกซื้อเฉพาะของที่ระลึก กับอาหาร/ขนม)

    นอกจากนั้น กลุ่มนี้ยังให้ความสนใจ ‘กีฬากอล์ฟ’ ในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งอาจใช้เป็นสินค้าหลัก ที่ใช้กระตุ้นความสนใจของกลุ่มนี้ได้อีกประเภทหนึ่ง
  • ภาพลักษณ์ด้านบวกของไทย ได้แก่ ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ‘อัธยาศัยคนท้องถิ่น’ ‘กิจกรรมสปา’ ‘แสงสียามค่ำคืน’ และ ‘วัฒนธรรมด้านอาหาร’
  • ภาพลักษณ์ที่ยังอ่อนแอของไทย ได้แก่ ‘ความหรูหรา’ และ ‘ความปลอดภัย’

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้กลุ่มคุณภาพสูงที่เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้ว ยังไม่ตัดสินใจเลือก ประเทศไทยเป็นเป้าหมายการเดินทาง ได้แก่ ‘ความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย’

กลุ่มนี้ใช้จ่ายด้านที่พักในสัดส่วนที่สูง เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพ อนุมานได้ว่าการเลือก ที่พักมีองค์ประกอบของ ‘ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย’ ของแหล่งที่พักนั้นๆ อยู่มาก

รวมถึงเมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่พบว่ากลุ่มนี้มี Thinkers ในสัดส่วนที่สูง ดังนั้น การแก้ไขจุดอ่อนของ ประเทศไทยในเบื้องต้น จึงมุ่งเป้าหมายไปที่การยกระดับภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยเป็นหลัก โดยใช้ชื่อเสียง ของโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปมาช่วยเสริม ร่วมกับการเสนอขายผ่าน ‘Package Promotion’ ที่สามารถตอกย้ำ และสร้างความมั่นใจต่อปัจจัย ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ได้สูง โดยเฉพาะการเสนอกิจกรรมกีฬากอล์ฟในสนามหญ้า เขียวขจี ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบ สลับกับการพักผ่อนชายทะเลสวยงามในจังหวัดชลบุรี-ระยอง หรือภูเก็ต ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง

 

High-Spending Housewives

  • ส่วนใหญ่เดินทางต่างประเทศประมาณปีละครั้งขึ้นไป นิยมวางแผนการเดินทางผ่านบริษัททัวร์ รวมถึง ประมาณเกือบครึ่งหนึ่งยังเลือกเดินทางเป็นกลุ่ม โดยมีไกด์ทัวร์ในพื้นที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกให้ด้วย ใช้เวลาวางแผนประมาณ 2-3 เดือน และจองตั๋วประมาณ 1 เดือนก่อนการเดินทางจริง
  • เป้าหมายการเดินทางยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ไต้หวัน สิงคโปร์ และอิตาลี
  • ปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกเป้าหมายการท่องเที่ยว ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย สิ่งอำนวย ความสะดวกครบ และอากาศดี/บรรยากาศดีอย่างที่ต้องการ
  • ช่องทางการสื่อสารด้านการท่องเที่ยวยอดนิยม หนังสือแนะนำการท่องเที่ยว เว็บไซต์ท่องเที่ยว รวมถึง นิตยสาร/นิตยสารท่องเที่ยว และข้อมูลของบริษัททัวร์ชั้นนำ
  • สถานที่ที่มีโอกาสพบคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ร้านสินค้าสำหรับซื้อของใช้ในบ้านทั่วไป เช่น ‘Aeon Mall’ Ikea ร้านอาหารญี่ปุ่นที่คุ้นเคยตามย่านกลางเมืองต่างๆ เช่น ร้าน Kisoji หรือร้านซูชิย่าน Ginza, Roppongi, Umeda (Osaka), Osu (Nagoya) เป็นต้น รวมถึงห้างสรรพสินค้าระดับบน เช่น Takashimaya
  • ผู้มีชื่อเสียงซึ่งได้รับความสนใจ และมีอิทธิพลชี้นำต่อคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ‘Osamu Mukai’ (นักแสดง) ‘Miranda Kerr’ (นางแบบ) และ ‘Ebizo Ichikawa’ (นักแสดง)
  • เมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่ม High-Spending Housewives ได้แก่ Tokyo, Osaka และ Nagoya
  • กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ ช้อปปิ้ง ชิมอาหารท้องถิ่น ทำกิจกรรมทางทะเล/ชายทะเล รวมถึงกิจกรรมสปา เป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการช้อปปิ้งเมื่อเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงมาก ส่วนใหญ่เลือกซื้อของหลายประเภท ทั้งของที่ระลึก เสื้อผ้า/เครื่องประดับ เครื่องสำอาง อาหาร/ขนม รวมถึงเครื่องหนัง
  • ภาพลักษณ์ด้านบวกของไทย ได้แก่ ‘ความคุ้มค่า คุ้มราคา’ ‘อัธยาศัยคนท้องถิ่น’ และ ‘กิจกรรมวิถีชีวิต ชุมชน’
  • ภาพลักษณ์ที่ยังอ่อนแอของไทย ได้แก่ ‘ความหรูหรา’ และ ‘แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการช้อปปิ้ง’

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้ High-Spending Housewives ยังไม่ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็น เป้าหมายการเดินทาง ได้แก่ ประเทศไทยยังไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวระดับหรูหรา ไม่ใช่แหล่งช้อปปิ้ง ทั้งยังขาด ความมั่นใจด้านความปลอดภัย

เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่พบว่ากลุ่มนี้มี Achievers ในสัดส่วนที่สูง ดังนั้น การแก้ไขจุดอ่อน ‘ความหรูหรา’ ร่วมกับ ‘ความปลอดภัย’ เป็นเบื้องต้น จึงมุ่งเป้าหมายไปที่การยกระดับภาพลักษณ์ด้าน ความหรูหรา และมาตรฐานความปลอดภัยของที่พัก โดยใช้ชื่อเสียงของโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไปมาช่วยเสริม ร่วมกับการทำ Package Promotion ด้วยข้อเสนอที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่ม High-Spending Housewives Achievers ได้อย่างลงตัว ซึ่งได้แก่ กิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้าง ‘ภาพลักษณ์แห่งความสำเร็จ’ ผ่านกิจกรรมช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในห้างปลอดภาษีกลางเมือง พักผ่อนสบายในโรงแรมหรูระดับ 5-6 ดาว ในกรุงเทพฯ ผนวกกับ ‘การบริการที่ถูกเตรียมไว้อย่างเฉพาะ’ เพื่อเป็นสื่อความหมายถึงการยอมรับใน ‘ความสำเร็จเหนือชั้น’ ของพวกเธอเป็นของขวัญชิ้นพิเศษจากคนไทย (เช่น Limousine ตลอดทริป)

 

Single Womenomics

  • ส่วนใหญ่เดินทางต่างประเทศประมาณปีละครั้งขึ้นไป นิยมวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง ใช้เวลา วางแผนและจองตั๋วประมาณ 2-3 เดือนก่อนการเดินทางจริง
  • เป้าหมายการเดินทางยอดนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้
  • ปัจจัยสำคัญที่ใช้เลือกเป้าหมายการท่องเที่ยว ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย มีอาหาร/ เครื่องดื่มที่ถูกใจ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่ต้องการ
  • ช่องทางการสื่อสารด้านท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ หนังสือแนะนำการท่องเที่ยว ข่าวสารท่องเที่ยว ผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงนิตยสารท่องเที่ยว เอกสารท่องเที่ยวจากบริษัททัวร์ชั้นนำ
  • สถานที่ที่มีโอกาสพบคนกลุ่มนี้ได้ ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์หรูหราของกลุ่มนี้ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าระดับบน เช่น Isetan Outlet ของแบรนด์ดังทั้งหลาย Chanel Gucci รวมถึงสถานที่ แฮงเอาท์ของกลุ่มระดับบน เช่น ร้านอาหาร Tavern หรือ Pub ย่านใจกลางเมือง Ginza, Roppongi, Umeda (Osaka), Osu (Nagoya) เป็นต้น
  • ผู้มีชื่อเสียงซึ่งได้รับความสนใจ และมีอิทธิพลชี้นำต่อคนกลุ่มนี้ ได้แก่ ‘Ebizo Ichikawa’ (นักแสดง) ‘Hiroshi Abe’ (นักแสดง) และ Yuzuru Hanyu’ (นักกีฬา) เป็นต้น
  • เมืองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากเฉพาะ Tokyo และ Osaka
  • กิจกรรมยอดนิยม ได้แก่ ชิมอาหารท้องถิ่น ชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมือง ช้อปปิ้ง และทำกิจกรรมชายทะเล

    เป็นที่น่าสนใจว่ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการช้อปปิ้งเมื่อเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่วนใหญ่ เลือกซื้อของหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า ของที่ระลึก อาหาร/ขนม รวมถึงเครื่องสำอาง
  • ภาพลักษณ์ด้านบวกของไทย ได้แก่ ‘กิจกรรมสปา’ ‘วัฒนธรรมด้านอาหาร’ รวมถึง ‘วิถีชีวิตชุมชน’
  • ภาพลักษณ์ที่ยังอ่อนแอของไทย ได้แก่ ‘ความหรูหรา’ ‘แหล่งท่องเที่ยวเพื่อการแต่งงาน’ และ ‘ การท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ’

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญทำให้กลุ่มคุณภาพสูงที่เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้ว ยังไม่ตัดสินใจ เลือกประเทศไทยเป็นเป้าหมายการเดินทาง ได้แก่ ‘ภาพลักษณ์ด้านความหรูหรา’

กลุ่มนี้ใช้จ่ายด้านที่พักในสัดส่วนที่สูง เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพ อนุมานได้ว่า การเลือกที่พักมีองค์ประกอบของ ‘ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย’ ของแหล่งที่พักนั้นๆ อยู่มาก

เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลที่พบว่ากลุ่มนี้มี Achievers ในสัดส่วนที่สูง การแก้ไขจุดอ่อนของ ประเทศไทยในเบื้องต้น จึงควรมุ่งเป้าหมายไปที่การยกระดับภาพลักษณ์ด้านความหรูหรา โดยใช้ชื่อเสียง ของโรงแรมระดับ 5 ดาวขึ้นไปมาช่วยเสริม ร่วมกับการเสนอขายกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการแสดงถึง ความฉลาด ความสำเร็จเหนือชั้นของ Achievers กลุ่มนี้ ซึ่งได้แก่ กิจกรรมช้อปปิ้ง ฉลาดเลือก ฉลาดซื้อ (Smart Shopping Guide) เพื่อเปิดประตูท้าทายให้กลุ่มคุณภาพสูงที่เคยเดินทางมาประเทศไทยแล้ว Achievers กลุ่มนี้มาพิสูจน์ ‘คุณภาพระดับโลก’ ของผลิตภัณฑ์ OTOP ไทยในราคาย่อมเยา

 


 

เรื่อง : กองวิจัยการตลาด ททท.

TAT Review Magazine 2/2017
TAT 2/2017