งาน World Travel Mart (WTM) 2016 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ ExCel กรุงลอนดอน ซึ่งได้จัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) เป็นงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความสำคัญในตลาดนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร นับเป็นสถานที่ ที่ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวสามารถพบผู้ค้ารายใหญ่ คู่ค้ารายใหม่ พร้อมอัปเดตเรื่องราวข่าวสารล่าสุดในธุรกิจท่องเที่ยว

Mr.Paul Nelson โฆษกและผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของงาน WTM ระบุว่าการจัดงาน WTM เปิดโอกาสให้มีการเจรจาซื้อขายด้านการท่องเที่ยวโดยตรงระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดสัญญาการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อที่เป็นสมาชิกของ WTM Buyers’ Club และผู้ขายจากทั่วโลกที่มีมูลค่ามากกว่า 2,500 ล้านปอนด์ จากการเจรจาซื้อขายธุรกิจจำนวน กว่า 865,500 ครั้ง ทั้งนี้ ผู้ขายจากกลุ่มตลาดอาหรับ ลาตินอเมริกา และแอฟริกา ล้วนเป็น ตัวแปรสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการตกลงซื้อขายภายในงานมูลค่ากว่า 4 พันล้านปอนด์ กล่าวได้ว่าแม้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องเผชิญกับอุปสรรคนานัปการในปี 2559 แต่ก็ยัง เชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวในปี 2560 จะสดใส

ผู้จัดงาน WTM ได้สำรวจความคิดเห็นกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักของการจัดงาน ได้แก่ ผู้แสดงสินค้า ผู้ซื้ออาวุโสจาก WTM Buyers’ Club และผู้เข้าร่วมงาน รวมทั้งหมด 2,044 ราย เพื่อนำผลดังกล่าวมาวิเคราะห์หาข้อมูลที่น่าสนใจ รวมทั้งประเด็นร้อนที่ผู้เข้าร่วมงานพูดถึง และให้ความสนใจตลอดระยะเวลา 3 วันที่จัดงาน

ผลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมงาน พบว่าผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว ยังเห็นสัญญาณที่ดีและมีความเชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวในปีหน้าจะเติบโตมากขึ้น แม้ว่าในปีนี้ โลกจะเผชิญกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เปราะบาง

รายงานฉบับนี้เป็นผลการสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมการเดินทางจากนักท่องเที่ยว ชาวสหราชอาณาจักรจำนวน 1,145 คน ที่เดินทางท่องเที่ยวช่วงภาคฤดูร้อนปี 2559 (เดินทาง ไม่ต่ำกว่า 7 วัน ทั้งภายในและภายนอกสหราชอาณาจักร)


ข้อมูลที่น่าสนใจ จำนวน 9 ประเด็นที่ได้จากการสำรวจความคิดเห็น

1. Industry Optimism
อนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังสดใส

  • 2 ใน 3 (หรือร้อยละ 66.67) ของชาวสหราชอาณาจักรเดินทางท่องเที่ยว ในปี 2559
  • ร้อยละ 67 ของผู้เข้าร่วมงาน WTM 2016 คาดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะเติบโตได้ดีในปีหน้า และร้อยละ 15 เชื่อว่าจะเติบโตอย่างเห็นได้ชัด
  • สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัว ของภาคการท่องเที่ยวอย่างมาก
  • มากกว่า 2 ใน 3 (ร้อยละ 75) ของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวคาดหวัง ว่าธุรกิจจะโตขึ้นในปีหน้า โดยร้อยละ 21 มั่นใจว่าธุรกิจจะเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

2. Brexit
การลงประชามติออกจาก EU ของสหราชอาณาจักร

  • ร้อยละ 47 ของผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเห็นว่า Brexit ส่งผล ทางลบกับการดำเนินการทางธุรกิจ และร้อยละ 30 คิดว่า Brexit จะทำให้ต้นทุน ทางธุรกิจสูงขึ้น
  • ร้อยละ 44 ของนักท่องเที่ยวมีความกังวลเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน เงินปอนด์ และร้อยละ 43 รู้สึกกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น เนื่องจากค่าเงินปอนด์ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ร้อยละ 65 ของชาวสหราชอาณาจักรวิตกกังวลกับผลกระทบจาก Brexit ต่อการเดินทางท่องเที่ยว
  • ร้อยละ 42 ของผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวคิดว่า Brexit ส่งผล ให้เกิดปัญหาการจ้างแรงงาน เนื่องจากข้อกำหนดแรงงานที่อนุญาตให้เข้ามาทำงาน ในสหราชอาณาจักรมีข้อจำกัดและเข้มงวด

3. Emerging Destinations
แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่

  • ประเทศปลายทางที่คาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2560 ได้แก่ จีน ไอซ์แลนด์ อินเดีย และคิวบา
  • จีนเป็นประเทศที่นักลงทุนต้องการเข้าไปทำธุรกิจมากที่สุดในปี 2560 (ร้อยละ 55) ตามมาด้วยประเทศอินเดีย (ร้อยละ 49) คิวบา (ร้อยละ 40) และไอซ์แลนด์ (ร้อยละ 37)
  • ประเทศปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักรต้องการเดินทางไป มากที่สุด ได้แก่ ไอซ์แลนด์ (ร้อยละ 39) คิวบา (ร้อยละ 24) จีน (ร้อยละ 21) และอินเดีย (ร้อยละ 20)

4. Aviation
อากาศยาน

  • ผู้บริหารกว่าร้อยละ 60 คิดว่าธุรกิจการบินด้วย เครื่องบินที่เร็วกว่าเสียง (Supersonic Flying) สำหรับใช้ ในการขนส่งผู้โดยสารจะกลายเป็นธุรกิจสายการบินสำคัญ ในอนาคต
  • ร้อยละ 73 เห็นด้วยกับนโยบายต่อต้านของ Jet2.com ที่ลงโทษคว่ำบาตรการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในท่าอากาศยานนานาชาติลอนดอนฮีทโธรว์ ก่อนเวลา 08.00 น.
  • ร้อยละ 27 ของนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักร เคยประสบปัญหาในการเดินทางกับผู้โดยสารที่มีความประพฤติ ไม่พึงประสงค์ (Disruptive Passenger) ขณะโดยสาร เครื่องบินมาแล้ว

5. Responsible Tourism
การท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ

  • ร้อยละ 59 ของนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักร คิดว่าความรับผิดชอบต่อการท่องเที่ยวเป็นหน้าที่ของทุกคน ขณะที่ร้อยละ 25 คิดว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของ รัฐบาลเท่านั้น
  • ผู้โดยสารเครื่องบินที่ยินยอมจะจ่ายค่าชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเดินทางโดยเครื่องบิน ด้วยความสมัครใจ มีเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น
  • ร้อยละ 75 ของนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักร เห็นว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นแนวคิดของการ พัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลให้ตัดสินใจออก เดินทาง
  • นักท่องเที่ยว 7 ใน 10 คน เห็นว่าภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมากขึ้นตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
  • ร้อยละ 75 ของผ้เูชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเห็นว่า โครงการ Tourism Caps* จะช่วยแก้ไขปัญหาแหล่งท่องเที่ยว ที่มีความแออัดของนักท่องเที่ยวได้จริง

* Tourism Caps คือโครงการที่มุ่งเน้นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้าพื้นที่

6. US Election
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

  • สหรัฐอเมริกาเผยเป้าหมายว่าจะเพิ่มจำนวน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ให้ได้ 100 ล้านคนภายในปี 2564
  • ผู้เชี่ยวชาญจากภาคการท่องเที่ยวร้อยละ 60 เชื่อว่าจะเกิดผลดีต่อการท่องเที่ยวหากนางฮิลลารี คลินตัน ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ในขณะที่ร้อยละ 7 กลับเชื่อว่า จะเกิดผลดีต่อการท่องเที่ยวมากกว่าหากเป็นนายโดนัลด์ ทรัมป์
  • ร้อยละ 3 ของนักท่องเที่ยวชาวสหราชอาณาจักร อยากโดยสารเครื่องบินนั่งข้างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ ร้อยละ 17 อยากนั่งข้างนางฮิลลารี คลินตัน

7. The Sharing Economy
เศรษฐกิจแบ่งปัน

  • ร้อยละ 47 ของผู้เข้าร่วมงานส่งเสริมการขาย ไม่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจห้องพัก Airbnb
  • ร้อยละ 32 ตื่นตัวกับผลกระทบที่เกิดจากธุรกิจ ห้องพัก Airbnb ในขณะที่ร้อยละ 21 กลับมองเห็นโอกาส ที่ดี
  • ร้อยละ 12 ของชาวสหราชอาณาจักรเคยใช้ บริการห้องพักจาก Airbnb โดยร้อยละ 60 มั่นใจว่า จะกลับไปใช้บริการอีก
  • ร้อยละ 30 ของนักท่องเที่ยวชาวสหราช- อาณาจักรที่ไม่เคยใช้บริการห้องพัก Airbnb ยังไม่สนใจ ที่จะใช้บริการในอนาคต

8. Terrorism
การก่อการร้าย

  • การก่อการร้ายเป็นความกังวลอันดับแรกสำหรับ นักท่องเที่ยวและผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว โดยร้อยละ 47 ของนักท่องเที่ยวมองว่าการก่อการร้าย เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความกลัวเมื่อเดินทาง
  • ร้อยละ 75 ของนักบริหารระบุว่าภาคธุรกิจได้รับ ผลกระทบโดยตรงจากภัยก่อการร้าย
  • ร้อยละ 44 เชื่อว่าวิกฤติผู้อพยพส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ ขณะที่ร้อยละ 28 เชื่อว่า ปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง ของนักท่องเที่ยว
  • ร้อยละ 37 เชื่อว่าความหวั่นวิตกด้านความ ปลอดภัยจากภัยก่อการร้ายจะกระทบกับเศรษฐกิจ และร้อยละ 22 เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อ การตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวเช่นกัน

9. UK Trends
แนวโน้มการท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักร

  • ผู้ปกครองมากกว่าร้อยละ 50 จะพาบุตรหลาน ไปเที่ยวในช่วงเปิดภาคเรียน
  • ในปีที่ผ่านมา ร้อยละ 34 ของนักท่องเที่ยวชาว สหราชอาณาจักรมาเลือกหาข้อมูลการเดินทางจากแผ่นพับ
  • นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 70 มองหาตราสัญลักษณ์ ABTA* และ ATOL** เวลาเลือกซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว
  • ชาวสหราชอาณาจักรกว่า 9 ใน 10 (ร้อยละ 90) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทรัพย์สินของตนเอง ขณะเดินทาง

* Association of British Travel Agents (ABTA) คือ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งราชอาณาจักร หรือสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักร

** Air Travel Organiser’s Licence (ATOL) บริษัทรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของนักท่องเที่ยวระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ ดำเนินการภายใต้การดูแลของรัฐบาลกลางแห่งสหราชอาณาจักร

 


เรียบเรียง : พรรณรศา อินทุประภา
เรียบเรียงจาก World Travel Market (WTM) 2016 Industry Report