หากพูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว หลายคนคงจะนึกถึงการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่พัก สายการบิน และอาหาร ใช่แล้ว อาหาร ปัจจัย 4 ที่มนุษย์ขาดไม่ได้ จากผลสำรวจพบว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งหมดถูกใช้ไปในเรื่องของอาหาร เพราะเหตุนี้เองหลายๆ ประเทศจึงเริ่มกลับมาให้ความสนใจในเรื่องของการนำอาหาร มาใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยว


Food Tourism หรือเรียกง่ายๆ ก็คือการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หลายคนคงนึกถึงแต่เรื่องกินอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว การท่องเที่ยวเชิงอาหารเป็นมากกว่านั้น สำหรับคำนิยามของ การท่องเที่ยวเชิงอาหารนั้น การศึกษาและค้นคว้าวิจัยหลายชิ้น เห็นพ้องต้องกันว่า ‘การท่องเที่ยวเชิงอาหาร’ คือการเดินทาง เพื่อได้สัมผัสถึงประสบการณ์ทางด้านอาหารในแต่ละพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือความบันเทิงและสันทนาการ นอกจาก ประสบการณ์การรับประทานอาหารแล้ว การท่องเที่ยวเชิงอาหาร ยังรวมถึงการเยี่ยมชมสถานที่ทำอาหาร เทศกาลอาหาร ตลาด งานแสดงและสาธิตการทำอาหาร หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ ที่สัมพันธ์กับอาหาร นอกจากนี้ประสบการณ์การเดินทางประเภทนี้ ยังเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบลอง เรียนรู้วัฒนธรรม ใหม่ๆ ในแต่ละท้องที่ การพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง ของคุณภาพและรูปลักษณ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้าด้าน การท่องเที่ยว รวมถึงอาหารท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคผ่านการ บริโภค ดังนั้น ประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารจึงสามารถ เกิดขึ้นในสถานที่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง หรือเกิดขึ้นบนวัตถุประสงค์ใด ก็ได้จากที่กล่าวมาทั้งหมด


รูปแบบและประเภทของ Food Tourism

เราสามารถเห็นรูปแบบของ Food Tourism ได้หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เมือง หรือแม้แต่ชุมชน และ นี่คือตัวอย่างและประเภทการท่องเที่ยวเชิงอาหารที่โดดเด่น


Food Tours
Food Tours เป็นรูปแบบของการทำแพ็กเกจทัวร์ให้นักท่องเที่ยวเลือก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่น เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมา วัฒนธรรม และเคล็ดลับการทำอาหารของสถานที่นั้นๆ โดยมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและ เครื่องดื่มของแต่ละท้องถิ่นเป็นผู้นำทัวร์อธิบายสิ่งต่างๆ และบางครั้งอาจจะมีคู่มือกิจกรรมหรือเวิร์กช็อปร่วมด้วย


Food Tours ในต่างประเทศ
หลายคนคงนึกว่า Food Tours จะต้องหมายถึงอาหารเท่านั้น แต่ไม่ใช่เสมอไป เพราะตัวอย่างทัวร์ต่อไปนี้คือทัวร์ของหวาน ที่มีชื่อว่า Dessert Walking Tour in New York City หรือ ทัวร์เดินกินของหวานในนิวยอร์ก จัดโดยบริษัทผู้ชำนาญการทำทัวร์ชื่อ Viator ที่ภายหลังถูก TripAdvisor เข้ามาซื้อกิจการไป โดยทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเดิน รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง โดยสถานที่ ก็คือตอนล่างของแมนฮัตตัน แพ็กเกจของหวานนี้นักท่องเที่ยวจะได้เดินทางรอบหมู่บ้าน Greenwich และเยี่ยมชมร้านขนมหวาน ชื่อดังในละแวกทั้ง 6 ร้านเพื่อลิ้มรสอาหารหวานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตคัพเค้กที่เหล่านักกินไม่ควรพลาดที่ Crumbs Bake Shop เมนูเค้กเรดเวลเวตที่ร้าน Magnolia Bakery และไอศกรีม Gelato ที่ร้าน Amorino นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถ เรียนรู้การทำคัพเค้กและออกแบบคัพเค้กของตนเองได้อีกด้วย


แล้วในบ้านเราล่ะ

สำหรับในประเทศไทยนั้น เพิ่งจะเริ่มให้ความสนใจการท่องเที่ยวรูปแบบ Food Tours เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ตัวอย่าง การท่องเที่ยวลักษณะนี้ก็คือ Bangkok Food Tours หรือ ทัวร์ชิมอาหารในกรุงเทพฯ โดยบริษัท นวทรรศน์ ฮอสพิทัลลิตี้ จำกัด ซึ่งต้องการนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวไทยที่แตกต่างจากบริษัททัวร์อื่นๆ ทั่วไป และเพื่อทำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักอาหารไทย มากขึ้น ตัวอย่างแพ็กเกจที่เด่นๆ คือ Historic Bangrak Food Tour หรือ แพ็กเกจทัวร์เดินกินบริเวณย่านบางรัก ซึ่งเป็นโปรแกรม ทัวร์ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 9 เมื่อปี 2556 แพ็กเกจนี้ใช้เวลาเพียง 3-5 ชั่วโมงเท่านั้น โดยนักท่องเที่ยวจะแวะทดลองชิมอาหารประเภทต่างๆ ตามร้านอาหารที่มีชื่อเสียง และก่อตั้งมาหลายสิบปีในย่านบางรัก อาทิ ร้านอาหารมุสลิม ร้านเป็ดย่างเก่าแก่ ร้านอาหารอีสาน ร้านเบเกอรี่ โดยมีมัคคุเทศก์ นำเดินชมและสัมผัสกับรสชาติของวัฒนธรรมอาหารแต่ละประเภท รวมถึงการบอกกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของร้านอาหารนั้นๆ และสรรพคุณในอาหารแต่ละชนิด ราคาแพ็กเกจอยู่ที่ 1,150 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 850 บาทสำหรับเด็ก


Food Festival
Food Festival หรือ เทศกาลอาหาร ที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่ โดยส่วนมาก จะเป็นรายปี แต่อาจจะมีปีละมากกว่า 1 ครั้งก็ได้ เทศกาลอาหารส่วนใหญ่ จะใช้อาหาร วัตถุดิบ หรือประเภทของอาหารมาจัดเป็นธีมหลักของเทศกาล จุดประสงค์ของเทศกาลอาหารนั้นมีหลากหลาย แต่โดยส่วนมากแล้วคือ การทำให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมผ่านการเฉลิมฉลอง และในบางครั้งจะจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต

ถ้าพูดถึงเทศกาลอาหารแล้ว เราคงจะนึกถึงสถานที่ใหญ่ๆ กลางแจ้ง สักที่หนึ่งที่มีการรวมตัวกันของอาหารนานาชนิดที่ผู้เข้าร่วมสามารถกิน ได้มากเท่าที่ใจต้องการ แต่ในความจริงแล้ว Food Festival ยังรวมถึง เทศกาลแปลกๆ รอบโลกที่บางครั้งดูไม่ค่อยจะเกี่ยวกับการกินสักเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเทศกาล La Tomatina หรือ เทศกาลปามะเขือเทศของสเปน


Food Festival ในต่างประเทศ

  • The Maine Lobster Festival
    The Maine Lobster Festival เป็นเทศกาลอาหารที่จัดขึ้นในรัฐ Maine ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือสุดของเขต New England ประเทศสหรัฐอเมริกา เทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกๆ ปีในช่วงฤดูร้อน (วันหยุดสุดสัปดาห์แรกของ เดือนสิงหาคม) มีระยะเวลาทั้งสิ้น 5 วัน เป็นเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว จำนวนนับหมื่นคน โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนสินค้าอาหารทะเลท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘ล็อบสเตอร์’ นอกจากการขายอาหารที่ทำมาจาก ล็อบสเตอร์และอาหารทะเลแล้ว ภายในเทศกาลยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงดนตรี การเดินขบวนพาเหรด และการประกวดแข่งขันทำอาหาร

  • The Melon Festival ‘The most melon you will find anywhere in the World’
    คุณทราบหรือไม่ว่าเมลอนนั้นไม่ใช่ผลไม้ ถูกต้องแล้ว ความจริง เมลอนเป็นผักที่มีต้นกำเนิดเกี่ยวข้องกับแตงกวา ฟักทอง และพืชตระกูล น้ำเต้า Melon Festival หรือ เทศกาลเมลอน จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ที่เมือง Chinchilla ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีฉายาว่า ‘Melon Capital of Australia’ หลายๆ คนคงนึกว่าเทศกาลนี้คือการจำหน่าย สนับสนุนผลไม้ พื้นเมือง และกินผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากเมลอน แต่อันที่จริงแล้วเทศกาลนี้ มีมากกว่านั้น นอกจากจะได้กินเมลอนแล้ว ยังมีกิจกรรมแปลกๆ มากมาย ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมชมสักครั้ง เช่น ‘Melon Dash for Cash’ ‘Melon Skiing’ ‘Free Melon Feast’ และ ‘Melon Chariot Race’ เป็นต้น


Food Festival ของบ้านเราบ้าง

  • เทศกาลกินปลาทู ของดีเมืองแม่กลอง
    หนึ่งในเทศกาลที่คนชอบกินปลาไม่ควรพลาด เทศกาลนี้จัดมาแล้ว 19 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 19 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16-25 ธันวาคม 2559 มีชื่อตอน ว่า ‘พ่ออยากให้เรารักกัน’ เพื่อระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 โดย จุดเริ่มต้นของงานนี้มาจากเหตุที่ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมจะเป็นช่วง ที่ปลาทูเติบโตเต็มที่ และมักเดินทางมาจากภาคใต้เพื่อมาหากินบริเวณ ปากอ่าวแม่กลอง ซึ่งเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ เพราะเหตุนี้ปลาทูที่จับได้ จึงมักเป็นปลาทูที่อุดมไปด้วยสารอาหารและรสชาติที่ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นที่มาของ ปลาทูแม่กลองอันมีชื่อเสียง ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้อิ่มอร่อยกับเมนูปลาทู ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายเมนูปลาทูชูสุขภาพ มากกว่า 50 เมนู ที่ได้รับการปรุงมาจากปลาทูอันขึ้นชื่อประจำจังหวัดสมุทรสงคราม ตัวอย่าง เช่น น้ำพริกปลาทู ปลาทูซาเตี๊ยะ ปลาทูต้มมะดัน ตับปลาทูผัดฉ่า นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้แก่ แกลเลอรีภาพถ่าย งานศิลปกรรมล้ำค่า นิทรรศการ คีตบรรเลง บทเพลงพระราชนิพนธ์

  • Samui Coconut Festival
    งานมหกรรมมะพร้าวชาวสมุย เป็นหนึ่งในงานเทศกาลอาหารที่มีขึ้น เพื่อสนับสนุน ‘มะพร้าว’ สินค้าพื้นเมืองของเกาะสมุย เนื่องจากเกาะสมุย มีชื่อเสียงเรื่องมะพร้าว และยังมีผลผลิตเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทย ภายในงานจะมีกิจกรรมมากมาย อาทิ นิทรรศการมะพร้าวกับวิถีชีวิตชุมชน การแสดงผลิตภัณฑ์มะพร้าวเพื่อการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์อาหาร สุขภาพ และความงามจากผลิตภัณฑ์มะพร้าว Beach Fashion Show การแสดง ดนตรี Latin and Jazz โดยงานนี้จะจัดขึ้นทุกปี และครั้งต่อไปจะจัดขึ้น ที่หาดเฉวงและหาดบ่อผุด ในเดือนสิงหาคม 2560


Cooking Vacation
Cooking Vacation คือการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อศึกษา เรียนรู้ถึงวิธีการทำอาหารของแต่ละท้องที่ โดยนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วม การท่องเที่ยวเชิงอาหารประเภทนี้ส่วนมากจะมีความสนใจในอาหารของ ท้องถิ่นนั้นๆ และมีความต้องการที่จะสามารถทำอาหารเหล่านั้นด้วย ตนเองได้เมื่อพวกเขาเดินทางกลับบ้าน และต่อไปนี้คือตัวอย่างคลาสสอน ทำอาหารในแต่ละประเทศ

  • Sushi Making Tour
    ทัวร์การท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วิธีการทำซูชิ และหนึ่งใน ตัวอย่างทัวร์นี้ที่ไม่ควรพลาดก็คือ ‘Sushi Workshop & Tuna Auction Tour at Tsukiji Fish Market’ หรือทัวร์เรียนทำซูชิและ ประมูลปลาที่ตลาดปลา Tsukiji อันโด่งดังในญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็อยากไป ให้ได้สักครั้ง

  • Private Cooking Classes in Spain
    คลาสเรียนทำอาหารแบบตัวต่อตัวของสเปนที่มีให้เลือก มากมาย ตัวอย่างเช่นที่ San Sebastian ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่รัก อาหาร คุณต้องไม่พลาดที่จะยอมเสียเวลาเดินทางไปภาคเหนือ ของประเทศสเปน San Sebastian เป็นเมืองที่หลายคนเห็นตรงกัน ว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบกิน ความจริงแล้วอาหารสเปนเป็น วัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของแคว้นบาสก์ และอาหารพื้นเมือง ของที่นี่ก็เป็นเหมือนรากฐานและแรงบันดาลใจให้กับเมนูอาหารดัง ของประเทศสเปนหลายชนิด ใครที่ต้องการรู้วิธีทำอาหารสเปน แท้ๆ ต้องไม่พลาดเมนูอาหารบาสก์สเปนแท้ๆ อาทิ Cod Fish ราด ซอส Pil Pil นอกเหนือจากการเรียนทำอาหารแล้ว นักท่องเที่ยว ยังจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารเด่นๆ ของสเปน ยกตัวอย่าง

Pica-Pica Culture
‘Pica-Pica’ หรือการกินอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารขนาดเล็ก ที่สามารถหยิบกินด้วยมือได้ (Finger Food) ประกอบกับเครื่องดื่ม เช่นไวน์สักแก้ว กับบทสนทนาสนุกๆ

Spanish Tapas
ทาปาส เป็นเหมือนชื่อเรียกกลุ่มอาหารว่างหรืออาหาร เรียกน้ำย่อย ที่เสิร์ฟพร้อมไวน์หรือเบียร์ กินระหว่างมื้ออาหาร มีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น Rabas (ปลาหมึกวงแหวนทอด) Patatas Bravas (มันทอดราดซอสรสเผ็ด) Pimientos de Padrón (พริกเขียวทอดกับเกลือและน้ำมัน) และ Pulpo Gallego (ปลาหมึกกาลิเซีย)

  • Blue Elephant Cooking School
    Blue Elephant Cooking School เป็นหนึ่งในโรงเรียน สอนทำอาหารที่ CNN แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทาง มาศึกษาวิธีการทำอาหารไทย Blue Elephant จะมีการสอนทำ อาหาร 2 คอร์สต่อวัน โดยผู้เข้าร่วมคอร์สช่วงเช้าจะได้ไปเดินตลาด เพื่อเลือกซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารด้วยตนเอง ส่วนผู้ที่เข้าเรียน ช่วงบ่ายจะได้เรียนรู้ถึงวัตถุดิบและส่วนผสมของอาหารไทย


10 เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในอนาคต

ในปัจจุบัน การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นมีความ หลากหลายและซับซ้อน เป็นเหมือนกระบวนการเชื่อมโยงและ ส่งเสริมสนับสนุนทรัพยากรท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขัน ที่มีเพิ่มมากขึ้น รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นที่ทราบกันดีถึงการเปิดกว้างของโลก ณ ปัจจุบัน แน่นอนว่า นักท่องเที่ยวต่างเรียกร้องต้องการที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์บนรากฐาน ของเอกลักษณ์เฉพาะและวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นที่พวกเขา ได้ไปเยือน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาหารกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตของผู้คน ในแต่ละท้องถิ่น นอกจากนี้แล้วอาหารยังเป็นเหมือนจุดรวบรวม ระหว่างวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ความ เป็นเอกลักษณ์ ประชากรศาสตร์ ความยั่งยืน และประสบการณ์

World Food Tourism Association ได้ศึกษาและคาดการณ์ แนวโน้มความนิยมที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงอาหารไว้ ดังต่อไปนี้


1. การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ - ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ชอบการกินกำลังพัฒนาไป อีกระดับ ซึ่งเกินกว่าการบ่งบอกถึงความชอบกินเท่านั้น

  • ลูกค้าชาวเอเชียจะเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยที่สุด และอเมริกาเหนือจะมีอายุมากที่สุด
  • ทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือเป็นภูมิภาคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับทัวร์การท่องเที่ยว เชิงอาหาร
  • ระยะเวลาโดยเฉลี่ยของทริปการท่องเที่ยวเชิงอาหารรอบโลกอยู่ที่ 5.3 วัน
  • การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นใหม่ คือพวกที่ชอบโอ้อวดถึงประสบการณ์ความหรูหรา อย่างเช่นทัวร์เรียนทำอาหารกับโรงแรมหรู The Ritz-Carlton หรือคอร์สลิ้มรสอาหารอินเทรนด์ หลากหลายที่ร้านอาหารในนครนิวยอร์ก

2. กระแสการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่มีเพิ่มมากขึ้น - มีการคำนึงถึงสิ่งปฏิกูลที่เกิดจากอาหาร เครื่องดื่ม และภาชนะบรรจุต่างๆ มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การปลูกฝังทัศนคติเรื่องการลดปริมาณ การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)

3. การแสวงหาความเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นยังคงเป็นที่นิยม - นักท่องเที่ยวยังคงสนใจ ที่จะแสวงหา ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม และร้านค้าใหม่ๆ ในแต่ละท้องถิ่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นในท้องที่ สนามบิน หรือแม้แต่สถานีรถไฟ

4. อะไรๆ ก็แพงขึ้นหมด - ราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ แรงงาน การคมนาคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเชิงอาหารจะเพิ่ม มากขึ้นกว่าก่อนแน่นอน

5. นักท่องเที่ยวมีความรู้มากขึ้น - รอบรู้มากกว่าเก่า และยังคงตามหาสิ่งแปลกใหม่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ฉลาดๆ จะสามารถคิดค้นเมนู ส่วนผสมใหม่ๆ มาหลอกล่อ และดึงดูดได้

6. แสวงหาความเป็นเอกลักษณ์ - ยังคงมีความสำคัญกับเหล่านักกินอยู่ พวกเขายังคงตามหาความเป็น เอกลักษณ์ผ่านอาหารเมื่อออกเดินทาง ไม่ว่าจะในประเทศ ภูมิภาค เมือง หรือชุมชนอื่นๆ

7. การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น - สถานที่ที่คุณไม่เคยคิดว่าจะเป็นที่ที่เหล่านักกินจะไป พวกเขาจะทำให้คุณ ประหลาดใจในอีกไม่ช้า

8. การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร - สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือบริการอินเทอร์เน็ตเร็วๆ และฟรี หรือแม้แต่ อุปกรณ์เทคโนโลยีที่สามารถช่วยเหลือได้ อย่างเช่นการนำ iPad มาใช้ในระบบสั่งอาหารภายในสนามบิน

9. ประสบการณ์กินอาหารแบบ Peer-to-Peer Dining Experiences - เป็นรูปแบบการกินอาหารมื้อค่ำ ร่วมกับคนแปลกหน้า จัดทำขึ้นโดย Airbnb โดยที่เจ้าบ้านซึ่งเป็นคนท้องถิ่นจะเปิดบ้านให้คนแปลกหน้าได้เข้ามา กินอาหารร่วมกัน ทำอาหารร่วมกัน เพื่อแลกกับค่าใช้จ่ายเล็กน้อย

10. แพ็กเกจการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ + อาหาร - ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกระแสการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ทำให้เกิดแพ็กเกจการท่องเที่ยวใหม่ๆ เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพและรักการกิน ยกตัวอย่างเช่นแพ็กเกจทัวร์ กิน เที่ยว ปั่น: ทริปปั่นจักรยานสำหรับคนชอบกิน


ท้ายที่สุด

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงทางด้านอาหาร ด้วยลักษณะ ภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ดังคำกล่าวขานที่ว่า ‘ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว’ เป็นประเทศที่มีผลผลิตทางการเกษตรที่สมบูรณ์ แห่งหนึ่งของโลก นอกเหนือจากเรื่องอาหารการกินที่ขึ้นชื่อแล้ว ประเทศไทย ของเรายังมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่งดงาม วัฒนธรรมที่แตกต่างและมีความเป็นเอกลักษณ์ จึงไม่น่าแปลกใจ ที่จะเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวหมายตาและอยากจะมาเยือนแล้วเยือนเล่า จากที่กล่าวมา เราจะเห็นว่าประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการนำอาหาร มาเป็นส่วนเสริมที่ช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวมาบ้างแล้ว อย่างไรก็ดี ประเทศไทยก็ยังคงมองถึงการนำการท่องเที่ยวเชิงอาหารมาสนับสนุน แนวความคิด ‘การบริโภคอย่างยั่งยืน’ หรือ Sustainable Consumption อีกด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถช่วยเหลือและปรับตัวตามเทรนด์ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนสินค้าพื้นเมือง OTOP ที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน ในขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ความต้องการของ นักท่องเที่ยวที่ต้องการแสวงหาความเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถเห็นได้ถึงการเพิ่มจำนวนของกิจกรรมการท่องเที่ยวส่งเสริม สุขภาพที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์โลกที่คนเริ่มหันกลับมาให้ ความสนใจในสุขภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังคงต้องกระตือรือร้น อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารนั้น มีเพิ่มมากขึ้น จากที่เราเคยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านอาหารในภูมิภาค อาเซียนในอดีต แต่ ณ ปัจจุบัน ประเทศเพื่อนบ้านของเราเริ่มพัฒนา การท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น เวียดนามที่กำลังมี ชื่อเสียงโดดเด่นเรื่องอาหารประจำชาติและ Street Food

 



เรียบเรียง : บัณฑิต อเนกพูนสุข
พนักงานวางแผน 4 กองวิจัยการตลาด ททท.