ตามทิศทางการดำเนินงานของ ททท. ซึ่งมีเป้าหมายปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศไทย จากแหล่งท่องเที่ยว ‘Value for Money’ ไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพที่รองรับนักท่องเที่ยว ระดับบน รวมทั้งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้มากขึ้น ททท. มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มตลาดเฉพาะ (Niche Market) ตามการแบ่ง Segmentation ความสนใจพิเศษที่หลากหลาย งานวิจัยทางการตลาดหลายชิ้น บ่งชี้ว่า นักท่องเที่ยวในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะพิจารณาเลือกซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว จากประโยชน์ (Benefit) ทั้งทางสังคม (Social) และด้านอารมณ์ (Emotional) รวมถึงคุณค่า (Value) ที่คาดว่าจะได้รับจากสินค้าและบริการนั้นๆ โดยผู้ประกอบการที่สามารถตอบโจทย์ได้ตรง ความต้องการของผู้บริโภคจะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งคนอื่นๆ และสามารถรักษาลูกค้าคุณภาพสูง ไว้ได้ในระยะยาว

จากแนวโน้มดังกล่าว ททท. ได้จัดทำ ‘โครงการศึกษาตลาดนักท่องเที่ยวความสนใจเฉพาะ : กลุ่มสุขภาพความงาม กลุ่มกอล์ฟ กลุ่มการแต่งงานและฮันนีมูน และกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และชุมชน’ เพื่อศึกษาคุณค่าที่เป็นจุดแข็ง (Value Proposition) ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มความสนใจ เฉพาะศักยภาพสูง 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรักษาพยาบาล (Medical) กลุ่มสุขภาพความงาม (Spa and Wellness) กล่มุ กอล์ฟ (Golf) กลุ่มการแต่งงานและฮันนีมูน (Wedding and Honeymoon) และกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชน (Community-based Tourism) มองหาในสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลการตลาดเชิงลึกที่จะนำมากำหนดกลยุทธ์ส่งเสริม การตลาดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความชอบของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน

ผลการวิจัยภาคสนามทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติและ เชิงจิตวิทยา คือ Key Driver Analysis และ VALS Framework (Values and Lifestyle Framework) รวมทั้งการทำงานร่วมกันกับทีมกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาด เพื่อค้นหาคุณค่าของสินค้าและบริการ แนวทางการสี่อสาร และกลยุทธ์ในการส่งเสริมการตลาดภายใต้แนวคิด ‘วิถีไทย (Thainess)’ สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดเฉพาะทั้ง 5 กลุ่ม พบว่า


Key Driver Analysis
เป็นการวิเคราะห์เชิงสถิติที่ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูล Correlation Analysis เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่าง ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวและความสำคัญของแต่ละปัจจัยที่มีต่อนักท่องเที่ยว โดยความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว เท่ากับผลการทำงานของผู้ประกอบการ (Customer Satisfaction เท่ากับ Performance) หากความพึงพอใจสูงแสดงว่า ผู้ประกอบการสามารถทำเรื่องดังกล่าวได้ดี และตามหลักการของ Key Driver Analysis แล้ว ปัจจัยเหล่านี้จะต้อง มีความสำคัญต่อนักท่องเที่ยวจึงจะถือว่าเป็น Key Satisfaction Driver


VALS Framework
เป็นการวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาของ SRI Consulting Business Intelligence โดยจัดกลุ่มผู้บริโภคจากการตอบสนอง ของผู้บริโภคที่มีต่อการกระตุ้นด้วยความสมบูรณ์แบบ (Ideals), ความสำเร็จ (Achievement) และการแสดงตัวตน (Self-Expression) ผลลัพธ์ของการวิเคราะห์ด้วย VALS Framework จะแบ่งผู้บริโภคออกเป็น 8 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าแนวความคิด (Thinkers)
2. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าเน้นสะท้อนความสำเร็จ (Achievers)
3. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าที่เน้นการมีประสบการณ์ร่วม (Experiencers)
4. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าแบบเดิมที่ตนเชื่อถือ (Believers)
5. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าตามกระแสสังคม (Strivers)
6. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าที่เน้นใช้งานจริงเท่านั้น (Makers)
7. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าแบบเดิม ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง (Survivors)
8. กลุ่มผู้บริโภคที่ชอบสินค้าด้านนวัตกรรม (Innovators)

VALS Framework ช่วยให้เข้าใจและเห็นภาพนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างคุณค่า (Value Proposition) และกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดของการท่องเที่ยวกลุ่มความสนใจเฉพาะ


กลุ่มรักษาพยาบาล (Medical Tourism)
จากการวิเคราะห์ Key Driver Analysis พบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ การได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างๆ ความมีชื่อเสียง ความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัยโรค ของโรงพยาบาลหรือผู้ให้บริการ และความเป็นมืออาชีพของตัวแทนวางแผนท่องเที่ยว (Travel Agent) ในช่วงพำนักและหลังเดินทาง การให้ความใส่ใจในรายบุคคล การติดตามผล ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการรักษา และคุณภาพการรักษา/ บริการด้านสุขภาพโดยรวมของแพทย์หรือพยาบาล ล้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อ ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มรักษาพยาบาล

นักท่องเที่ยวกลุ่มรักษาพยาบาลจัดอยู่ในกลุ่ม Thinkers และ Experiencers โดย Thinkers เป็นนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง ให้ความสำคัญกับข้อมูลและจะศึกษาสินค้าและ บริการอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ต้องการสินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ในขณะที่ Experiencers มักจะมีความคาดหวังสูงในสินค้าและบริการ ต้องการบริการที่อบอุ่น เป็นกันเอง และเข้าใจความต้องการของลูกค้า สนใจเทคโนโลยีที่ทันสมัย นำไปสู่คุณค่า ของการบริการ (Value Proposition) ของกลุ่มรักษาพยาบาลที่แตกต่างกัน ดังนี้

กลุ่ม Thinkers ‘A beyond-expectation and solicitous medical experience from our best specialist to you-our most valued person’ หรือ ‘สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับด้านการดูแลเอาใจใส่สุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุด เพราะคุณคือคนพิเศษของเรา’

กลุ่ม Experiencers ‘Combine advanced medical technology with warmhearted personal care - no one understand you like we do’ หรือ ‘ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยพร้อมกับการเอาใจใส่ที่อบอุ่น เพราะไม่มีใคร เข้าใจคุณมากกว่าเรา’

กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดและการนำเสนอการท่องเที่ยวกลุ่มรักษาพยาบาลของไทย
‘Trusted standard in healing with the touch of Thainess’ หรือ ‘มาตรฐาน การรักษาระดับโลกที่เชื่อถือได้พร้อมสัมผัสการดูแลแบบไทย’

แนวคิดนี้ได้พัฒนามาจากการรวมกันระหว่างความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการรักษา ความเชี่ยวชาญของแพทย์ พยาบาล ด้วยมาตรฐาน JCI Accreditation Standards for Hospitals ซึ่งมาพร้อมกับการดูแลปรนนิบัติแบบไทยอันโดดเด่นและมีชื่อเสียง


แนวความคิดเบื้องต้นเพื่อการส่งเสริม การตลาด (Initial Creative Idea)

แนวคิดที่ 1 Thailand Medical Cyber Hub (ศูนย์รวมข้อมูลเต็มรูปแบบ)

เพื่อสร้างความสะดวกสบายสำหรับการ วางแผนการรักษาและพักฟื้นสำหรับผู้ป่วย ชาวต่างชาติ จึงนำเสนอให้จัดทำเว็บไซต์ที่สามารถ วางแผนก่อนการเดินทางสำหรับผู้ที่จะมารักษาใน ประเทศไทย ผู้รับบริการสามารถเลือกจากอาการ หรือโรคที่ต้องการรักษา ทางเว็บไซต์จะทำการ ค้นหาและแนะนำโรงพยาบาลที่เหมาะสม รวมไปถึง ที่พักโรงแรมใกล้เคียงสำหรับพักฟื้น โดยเว็บไซต์นี้ ยังมีบริการถาม-ตอบ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ ต้องการความรู้เพิ่มเติม

แนวคิดที่ 2 Thailand Healthy Location Finder (แอปพลิเคชั่นสแกนตำแหน่งเพื่อสุขภาพ)

เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดไปถึงกลุ่ม ธุรกิจอื่นๆ จึงนำเสนอให้จัดทำแอปพลิเคชั่น โดย แอปพลิเคชั่นนี้สามารถสแกนพื้นที่โดยรอบว่า มีสถานบริการต่างๆ เช่น กลุ่มสปา ร้านอาหาร หรือ สถานที่ท่องเที่ยวในละแวกใกล้เคียง เป็นต้น เพื่อให้ นักท่องเที่ยวเลือกกลุ่มบริการตามความสนใจ อีกทั้งเป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้น เบอร์ติดต่อ และ การนัดหมาย


กลุ่มสุขภาพความงาม (Spa & Wellness)

จากการวิเคราะห์ Key Driver Analysis พบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพความงามมองว่าคุณภาพ และการบริการโดยรวมของตัวแทน โดยเฉพาะ การให้ข้อมูล รวมทั้งข้อเสนอที่ได้รับจากตัวแทน เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือก ก่อนการเดินทาง ในขณะที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ที่ใช้ร่วมในการรักษา ความหลากหลายของสินค้า และบริการ ตลอดจนมาตรฐานการบริการของ นักบำบัด มีความสำคัญในระหว่างการพำนักและ ภายหลังการเดินทาง

นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีลักษณะที่ผสมผสาน ระหว่าง Strivers และ Innovators โดย Innovators มีลักษณะเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญเรื่องภาพลักษณ์ ชื่นชอบสิ่งใหม่ๆ และสินค้าที่มีเอกลักษณ์ มีรายได้สูง ส่วน Strivers ห่วงเรื่องภาพลักษณ์และการยอมรับ ของสังคม จึงมักตัดสินใจเลือกสินค้าตามกระแส ลักษณะทั้งสองจึงนำไปสู่คุณค่าของกลุ่มสุขภาพ ความงาม (Value Proposition) คือ ‘Balance your mind. Indulge your body. Satisfy yourself exclusively at a holistic spa where wellness is Thainess’ หรือ ‘ปรนเปรอความสุขทั้งกายใจ ให้สมดุลผ่านประสบการณ์การบริการด้านสุขภาพ ความงามแบบไทยที่เลอค่าเฉพาะคุณ’


กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาด และการนำเสนอการท่องเที่ยวกลุ่มสุขภาพความงามของไทย

จากข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจสปา กลุ่ม สุขภาพความงามนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ คือ

ระดับที่ 1 : นำเสนอต่อลูกค้าที่ต้องการใช้ บริการกลุ่มสุขภาพความงามอย่างครบวงจร
‘Powering your inner strength with the ultimate of Thai Therapy’ หรือ ‘พลังแห่ง การดูแลชีวิตจากภายใน ด้วยศาสตร์ขั้นสูงแห่งไทย’

แนวคิดนี้ได้มาจากการดูแลสุขภาพแบบ องค์รวมอย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มต้นจากภายใน ที่แข็งแรง ทำให้ภายนอกมีชีวิตชีวา ด้วยศาสตร์ สุขภาพความงามแห่งไทยที่ช่วยประสิทธิ์ประสาท การรับรู้อันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านการบริการและ สมุนไพรของไทย ทั้งเป็นการดูแลทั้งร่างกาย (Body), จิตใจ (Mind) และจิตวิญญาณ (Spirit)

ระดับที่ 2 : นำเสนอต่อลูกค้าที่ต้องการใช้ บริการกลุ่มสุขภาพความงามเพียงเพื่อการผ่อนคลาย เบื้องต้น
‘The Thai sensorial experience for your relaxing time’ หรือ ‘ศาสตร์แห่งความรู้สึก แห่งไทยเพื่อเวลาที่ผ่อนคลายของคุณ’

แนวคิดนี้ได้นำเสนอสมุนไพรไทย เอกลักษณ์การนวดของไทย การดูแลและการบริการแบบไทยทั้งหมด เพื่อเป็นการดูแลร่างกาย (Body) และจิตใจ (Mind) ให้ได้รับความผ่อนคลายสูงสุด


แนวความคิดเบื้องต้นเพื่อการส่งเสริมการตลาด (Initial Creative Idea)

แนวคิดที่ 1 Thailand Spa & Wellness Hub (เว็บไซต์กลางรวบรวมข้อมูลสปาเพื่อสุขภาพของไทย) เป็นการ สร้างเว็บไซต์กลางเพื่อรวบรวม แนะนำสถานบริการสปา และกิจกรรมเพื่อสุขภาพทั้งหมดในประเทศไทย พร้อม นำเสนอแพ็กเกจต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยเว็บไซต์นี้จะบอกข้อมูลทั้งหมด รวมไปถึง การจองบริการล่วงหน้าอีกด้วย

แนวคิดที่ 2 Spa Trusted Mark (ตราสัญลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ) เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสปา ของประเทศไทย จึงนำเสนอให้สร้างตราสัญลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ (Trusted Mark) เพื่อให้เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับกลุ่มธุรกิจ ดังนั้น จึงควรมีแผนโปรโมตตราสัญลักษณ์ดังกล่าว และธุรกิจที่ได้รับ ผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย

แนวคิดที่ 3 Thai Spa & Herb Academy (โรงเรียนการเรียนรู้สปา และสมุนไพรไทย) เนื่องจากสปาในไทย มีการใช้สมุนไพรเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผ่อนคลาย และสมุนไพรไทยนั้นมีหลากหลายชนิด คอร์สการเรียนรู้นี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสปา หรือนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจด้านสมุนไพรไทย ได้มี ความรู้เรื่องสมุนไพรไทยเพิ่มมากขึ้น


กลุ่มกอล์ฟ (Golf)

ในช่วงก่อนการเดินทาง ปัจจัยและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวสำคัญที่สุดคือ การดูแลรักษาสนามกอล์ฟ ที่นักท่องเที่ยวได้รับรู้ อาทิ คุณภาพสนามหญ้า การออกแบบของสนามกอล์ฟ และคุณภาพบริการโดยรวมของ ตัวแทนวางแผนการเดินทาง ปัจจัยที่สำคัญต่อความพึงพอใจในช่วงระหว่างพำนักและหลังการเดินทาง คือ คุณภาพ การดูแลรักษาสนามกอล์ฟ เพราะเป็นสิ่งที่นักกอล์ฟเหล่านี้คาดหวังจากการมาเล่นกอล์ฟที่เมืองไทย นอกจากคุณภาพ กรีน (Green) แล้ว การออกแบบสนามกอล์ฟ และความสะอาดโดยรวมของสนามกอล์ฟล้วนเป็นปัจจัยที่สำคัญ

จากการวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาโดยใช้ VALS Framework พบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟที่มาท่องเที่ยว ประเทศไทยมีการผสมผสานระหว่างกลุ่ม Experiencers และ Innovators โดยกลุ่ม Experiencers มักจะชอบสินค้า ที่เน้นด้านอารมณ์ ชอบการได้ทดลองและมีส่วนร่วม ขณะที่ Innovators เป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลง มีความเป็น ตัวของตัวเองสูง นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักจะมีรายได้สูง และสามารถทำตามใจปรารถนา นำไปสู่คุณค่าของการบริการ (Value Proposition) คือ ‘A golfing experience of your choice’ หรือ ‘ประสบการณ์ในการเล่นกอล์ฟในแบบที่ คุณเลือกได้เอง’


กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดและการนำเสนอการท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟของไทย

ทางเลือกที่ 1 : ‘Golf It Your Way’ หรือ ‘กอล์ฟของคุณ ทางของคุณ’
แนวคิดนี้ต้องการสร้างความท้าทายให้กับนักกอล์ฟ โดยนำเสนอให้มาพบเจอกับสนามที่มีความแปลกใหม่ เนื่องจากมีการปรับปรุงดูแลสนามและเปลี่ยนรูปแบบเสมอๆ รวมไปถึงการที่สามารถเล่นกอล์ฟได้ตลอดทั้งปี

ทางเลือกที่ 2 : ‘Your Dependable Companion for the Everlasting Golf Experience’ หรือ ‘เพื่อน ที่รู้ใจเพื่อเอกสิทธิ์แห่งประสบการณ์ของการเล่นกอล์ฟ’
แนวคิดนี้เราเปรียบตัวเองเหมือนเพื่อนที่รู้ใจ ที่จัดเตรียมสนามกอล์ฟด้วยมาตรฐานสูงสุด รวมไปถึง การมอบความสะดวกสบายที่เพียบพร้อม ที่มาพร้อมกับการบริการที่ประทับใจของพนักงานสนามและแคดดี้


แนวความคิดเบื้องต้นเพื่อการส่งเสริม การตลาด (Initial Creative Idea)

แนวคิดที่ 1 : The Master Class (ประสบการณ์เล่นกอล์ฟกับมืออาชีพ)

เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟได้สัมผัส ประสบการณ์การตีกอล์ฟกับนักกอล์ฟมืออาชีพ ของไทย โดยนำเสนอโอกาสที่จะได้ตีกอล์ฟร่วมกับ นักกอล์ฟมืออาชีพของประเทศไทย เช่น คุณธงชัย ใจดี เป็นต้น โดยเป็นการมอบทั้งความสนุกและ ความรู้จากนักกอล์ฟมืออาชีพไปในเวลาเดียวกัน โดยอาจจะเป็นการแข่งขัน หรือชิงโชคเพื่อให้ได้ สิทธิดังกล่าว

แนวคิดที่ 2 : Healthy Journey (เส้นทาง แห่งสุขภาพ)

เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟได้มาเล่น กีฬากอล์ฟและยังได้ผ่อนคลายอย่างเต็มรูปแบบ จึงนำเสนอให้ทางสนามกอล์ฟร่วมกับสมาคมสปาฯ ในการจัดทำกิจกรรมที่เป็นการร่วมมือกัน ยกตัวอย่าง เช่น การรับนักกอล์ฟจากที่พักมาเพื่อเล่นกอล์ฟที่สนาม หลังจากนั้นจึงต่อด้วยบริการสปาเพื่อผ่อนคลาย ความเหนื่อยล้าจากการเล่นกอล์ฟ ทั้งนี้ถือเป็นการ ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นต้น


กลุ่มการแต่งงานและฮันนีมูน (Wedding & Honeymoon)

ช่วงก่อนการเดินทาง ความเต็มใจในการให้บริการ (Service Mind) และความ สามารถในการเตรียมความพร้อมสำหรับงานแต่งงานของตัวแทนมีความสำคัญต่อ การตัดสินใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายอย่างยิ่ง ในขณะที่ช่วงระหว่างพำนักและ หลังการเดินทางพบว่า ความเป็นมืออาชีพของตัวแทนในการจัดการงานแต่งงานมีความ สำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน

จากการวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาโดยใช้ VALS Framework พบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่ม การแต่งงานเป็นกลุ่ม Thinkers ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในช่วงของการเตรียมตัวสำหรับการ ใช้ชีวิตคู่ มีการวางแผนทางการเงิน และสร้างฐานะในอนาคตให้กับครอบครัว มักมี รายได้สูง เป็นนักท่องเที่ยวที่นอกจากต้องการประสบการณ์อันมีค่าแล้ว จะต้องศึกษา รายละเอียดสินค้าและบริการอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ และต้องมั่นใจว่า ใช้ประโยชน์ได้จริง ในขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูนเป็นกลุ่ม Strivers ซึ่งแม้จะมีรายได้ ไม่สูงนัก แต่เป็นกลุ่มที่มีความพยายามเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่จะมอบความสุขและ ความทรงจำที่มีคุณค่าให้กับตัวเองและคนที่ตนรัก

จากการวิเคราะห์ทั้งสองด้าน นำไปสู่คุณค่าของการบริการ (Value Proposition) ของกลุ่มการแต่งงานและฮันนีมูนที่แตกต่างกัน คือ ‘Once-in-a-lifetime experience of your dream wedding exclusively created for you and your love’ หรือ ‘สัมผัส ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยงานวิวาห์ในฝันที่ถูกรังสรรค์ด้วยความประณีตวิจิตร และบรรจง เฉพาะคู่ของคุณ’ สำหรับกลุ่มแต่งงาน และ ‘Fullfil happiness and an unforgettable honeymoon memory - with a profound touch of Thainess’ หรือ ‘เติมเต็มความสุขและความทรงจำที่มิอาจลืมเลือนผ่านกลิ่นอายความอบอุ่นแบบไทย’ สำหรับกลุ่มฮันนีมูน


กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดและการนำเสนอ การท่องเที่ยวกลุ่มแต่งงานของไทย

‘Love is in Details’ หรือ ‘สัมผัสความรักในทุกช่วงขณะ’
เพราะงานแต่งงานทุกงานเป็นงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกๆ คน ทั้งบ่าวสาวและครอบครัว เพราะฉะนั้น ทุกวินาที ทุกช่วงขณะ จึงมีคุณค่าเป็นอย่างมาก เราจึงสร้างทุกวินาทีให้ดีที่สุด เพื่อความ ประทับใจในทุกขั้นตอนของคู่รัก ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่าง งาน และหลังพิธีแต่งงาน แสดงให้เห็นถึงความประณีตในทุก กระบวนการคิดสร้างสรรค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลุ่มแต่งงาน ได้รับประสบการณ์ที่พิเศษสุดเหมือนฝัน

 

แนวความคิดเบื้องต้นเพื่อการส่งเสริมการตลาด (Initial Creative Idea)

แนวคิดที่ 1 : The Story of Love (ซีรีส์เรื่องราวความรัก และการแต่งงานในไทย)
นำเสนอให้ทำเป็น Online VDO Clip เผยแพร่ตามโซเชียล มีเดียต่างๆ โดยเป็นการค้นหาคู่รัก ทั้งตัวแทนประเทศไทยและ ต่างประเทศ ที่ได้แต่งงานในไทยมาทำเป็นเรื่องราวตอนสั้นๆ เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ต่างๆ ในการใช้ชีวิตคู่ การแต่งงาน หรือกระทั่งการเข้าพิธีแต่งงานแบบไทยอีกด้วย

แนวคิดที่ 2 : Full Wedding Experience (การแต่งงาน แบบครบทุกประสบการณ์)
เพื่อเป็นผู้ช่วยในการวางแผนสำหรับคู่รักที่มาแต่งงาน ที่ประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ก่อนมาแต่งงานที่เป็นการ ถ่ายรูป Pre-Wedding การเข้าคอร์สสปาฯ ดูแลผิวพรรณ จนถึง พิธีแต่งงานที่ดำเนินงานอย่างมืออาชีพ และยังต่อด้วยความสนุก หลังพิธีแต่งงาน เช่น ปาร์ตี้หลังพิธีแต่งงานสำหรับคู่บ่าวสาว กับเพื่อนๆ เป็นต้น

แนวคิดที่ 3 : Wedding Ambassador (ทูตตัวแทนของ คู่แต่งงาน)
เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับคู่รักต่างประเทศ โดยผ่านคู่รัก ตัวอย่างเช่น แอฟ-ทักษอร และ สงกรานต์ เตชะณรงค์ เพื่อเป็น ทูตตัวแทนของคู่แต่งงาน และช่วยประชาสัมพันธ์การแต่งงาน ในไทยผ่านสื่อต่างๆ


กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดและการนำเสนอการท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูนของไทย

ทางเลือกที่ 1 : ‘Embrace the Memory of Love’ หรือ ‘โอบกอดทุกความทรงจำแห่งรัก’
แนวคิดนี้เน้นเรื่องประสบการณ์ของคู่รักที่จะเกิดขึ้นใน ประเทศไทย โดยประเทศไทยจะมีทั้งธรรมชาติที่สวยงาม และความเป็นกันเองของคนไทย ที่จะช่วยให้คู่รักมาเก็บเกี่ยว ทุกความทรงจำในช่วงการมาฮันนีมูนอย่างไม่รู้ลืม

ทางเลือกที่ 2 : ‘Feel the epicurean love, where the eternal happiness journey begins’ หรือ ‘รู้สึกถึงความรัก
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งความสุขอันเป็นนิรันดร์’ จากจุดแข็งเรื่องความสวยงามจากธรรมชาติของประเทศไทย เราจะผลักดันจุดนี้ให้กลายเป็นจุดที่สามารถเชื่อมโยงให้เข้ากับ ความรัก ความประทับใจของคู่รักที่ได้เริ่มต้นขึ้นในการมาฮันนีมูน ครั้งนี้


แนวความคิดเบื้องต้นเพื่อการส่งเสริมการตลาด (Initial Creative Idea)

แนวคิดที่ 1 : Ten Things Never Miss When Honeymoon In Thailand (10 อย่างห้ามพลาดในการ มาฮันนีมูนในประเทศไทย)
เพื่อเป็นการแนะนำสถานที่และกิจกรรมต่างๆ สำหรับคู่รัก ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาฮันนีมูนในประเทศไทย ทั้งการเที่ยวทะเล และเกาะต่างๆ การรับประทานอาหารไทย สปาแบบไทย ที่พวกเขาไม่สามารถหาได้จากประเทศอื่นนอกจากประเทศไทย เท่านั้น โดยทำเป็น Online Content ที่เชื่อมโยงกับความสนใจ ของกลุ่มเป้าหมาย

แนวคิดที่ 2 : Sharing Honeymoon Experience (ประสบ- การณ์ฮันนีมูนอันประทับใจ)
เพื่อให้คู่รักคู่อื่นๆ ที่ยังไม่ได้มาเที่ยวประเทศไทยได้รับ แรงบันดาลใจในการมาฮันนีมูนที่ประเทศไทย หรือเป็นการกระตุ้น ให้เกิดความต้องการมาฮันนีมูนในประเทศไทย จึงนำเสนอให้ ทำกิจกรรมโดยให้คู่รักที่เคยมาแล้ว บอกเล่าประสบการณ์ผ่าน VDO Clip ว่าประทับใจอะไรในการฮันนีมูนครั้งนั้น เพื่อเป็นการ ช่วยกระจายประสบการณ์เหล่านั้นออกไปในวงกว้างมากยิ่งขึ้น


กลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชน (Community-Based Tourism)

จากการวิเคราะห์ Key Driver Analysis พบว่า ในช่วงก่อน การเดินทาง ภาพลักษณ์ความเป็นกันเองหรือความเป็นมิตร ของเจ้าของที่พักเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการสถานที่พักเชิงนิเวศ ควรให้ความสำคัญ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่นิยมหาข้อมูลผ่านทาง ตัวแทนทางการท่องเที่ยว จึงมีโอกาสได้ติดต่อและมีปฏิสัมพันธ์ กับเจ้าของที่พักมากกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ในช่วงระหว่าง พำนักพบว่า ‘ความเป็นไทย’ คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คาดหวัง เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าประเทศ

นักท่องเที่ยวกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชนเป็นกลุ่ม Believers ซึ่งมีลักษณะเปิดรับและชื่นชอบประสบการณ์ใหม่ๆ เรียนรู้วัฒนธรรม และ การได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคนในชุมชน คุณค่าของการบริการ (Value Proposition) คือ ‘Discover and bond with an eco-community that knows no boundaries’ หรือ ‘เปิดใจ ผูกมิตร สู่วิถีชีวิตชุมชน’


กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดและการนำเสนอการท่องเที่ยว กลุ่มท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชน

‘Immersive authentic Thai experience‘ หรือ ‘เป็นส่วนหนึ่งของ แก่นแท้แห่งความเป็นไทย’

แนวคิดนี้นำเสนอผ่านความคิดที่ว่า ทุกวัฒนธรรมนั้นได้ก่อร่างสร้างวิถี การดำเนินชีวิต และด้วยวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยที่มีกุศโลบาย หรือแนวคิดสำหรับการใช้ชีวิต การให้ความเข้าใจเรื่องการใช้ชีวิต สิ่งนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์อันแตกต่าง และ ไม่เหมือนจากที่ไหนอย่างแท้จริง


แนวความคิดเบื้องต้นเพื่อการส่งเสริมการตลาด (Initial Creative Idea)

แนวคิดที่ 1 : Thai Culture Learning School (หลักสูตรเรียนรู้ วัฒนธรรมไทย)
เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชน ได้สัมผัสประสบการณ์ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับชุมชน และเรียนรู้วัฒนธรรมไทย อย่างถ่องแท้ โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกประเพณีที่สนใจ แล้วไปอยู่กับชาวบ้านในชุมชนนั้นๆ ก่อนวันงานประเพณี เพื่อที่จะสามารถ เรียนรู้การเตรียมงานประเพณีเชิงลึก รวมไปถึงการได้เรียนรู้กับผู้คนในชุมชน อีกด้วย สุดท้ายอาจจะมีประกาศนียบัตรเพื่อเก็บความประทับใจให้ ยกตัวอย่าง เช่น งานลอยกระทง งานบุญบั้งไฟ งานแห่เทียนพรรษา เป็นต้น

แนวคิดที่ 2 : Journey Diary (บันทึกการท่องเที่ยววิถีไทยสุดประทับใจ)
เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในการเป็นผู้ถ่ายทอด (Influencer) ความรู้สึกสุดประทับใจในการท่องเที่ยวประเทศไทย และเกิดการบอกต่อ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยจัดกิจกรรมชิงรางวัลทุกเดือน โดยให้ นักท่องเที่ยวได้ถ่ายทอดความทรงจำที่ได้มาเที่ยวในประเทศไทยผ่าน Microsite ผู้ที่ได้กระแสตอบรับดีที่สุดในแต่ละเดือนจะได้รับรางวัลท่องเที่ยว ในประเทศไทยครั้งต่อไป โดยสามารถนำเนื้อหาเหล่านั้นมากระจายต่อ ในโซเชียลมีเดีย เพื่อให้คนที่กำลังสนใจ ตัดสินใจในการมาเที่ยวประเทศไทย


 

เรียบเรียง : กองวิจัยการตลาด ททท.