Voluntourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ หรือ การท่องเที่ยวจิตอาสา เป็น ‘มิติใหม่ของการท่องเที่ยว’ ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างจากการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิมด้วยการเพิ่มมิติของการเรียนรู้ และมิติของการแบ่งปันเข้าไปในการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้การเดินทางท่องเที่ยวลงตัวไปด้วยมิติทั้งของ ‘ผู้ให้’ และ ‘ผู้รับ’ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมเดินทางนั้นจะได้มีโอกาสท่องเที่ยวสนุกสนาน และอิ่มเอมใจจากสิ่งที่ตนเองได้เดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้

 

‘นักท่องเที่ยวจิตอาสา’ คือ กลุ่มนักเดินทางกลุ่มเล็กๆ ที่เลือกใช้เวลาว่าง ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวมาร่วมทำประโยชน์ให้กับชุมชนและอยู่อาศัยร่วมกับ คนในท้องถิ่นนั้นเป็นเวลาแรมเดือน ซึ่งอาจจะไม่ได้พบเห็นได้มากนักในเมืองไทย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สึนามิทางภาคใต้เมื่อ 12 ปีก่อน เหตุการณ์ครั้งนั้น คนไทย ได้เห็นมิตรน้ำใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่เดินทางมายังประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมาช่วยงานก่อสร้างบ้านเรือน การเยียวยาสภาพจิตใจของ ผู้ประสบภัย รวมไปจนถึงงานสาธารณสุขและดูแลเด็ก จากเหตุการณ์ดังกล่าว ภาพของ ‘นักท่องเที่ยวจิตอาสา’ หรือ Volunteer Tourist ในสายตาคนไทยจึงชัดเจน และ เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่นั้น

การท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจทั้งในกลุ่ม นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Y (อายุ 17-34 ปี) จะเป็นกลุ่มหลักๆ ที่ทำให้กระแสการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือหากจะเรียกว่าเป็น เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ในกลุ่มวัยรุ่นก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ต่างหลงรักการเดินทางเพื่อการมองหาสิ่งใหม่ๆ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความ กระตือรือร้นที่อยากทำประโยชน์ให้กับสังคม ไม่ว่าจะเป็นการออกค่ายอาสาพัฒนา โรงเรียน กิจกรรมสอนหนังสือ การสร้างฝายกั้นน้ำ จากความใกล้ชิดของคนต่างถิ่น และคนในชุมชน ย่อมก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางความคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรม ตลอดจนถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ จึงกลายเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์เลยก็ว่าได้

 

การท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในประเทศไทย

เมื่อใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ...สำนวนไทยคุ้นหูอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริม ให้การท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในประเทศไทยเติบโตได้อย่างรวดเร็ว งานวิจัย ด้านการท่องเที่ยวหลายชิ้น ได้กล่าวถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการท่องเที่ยว เชิงบำเพ็ญประโยชน์ไว้อย่างน่าสนใจว่า จำนวนกิจกรรมหรือโปรแกรมการท่องเที่ยว เชิงบำเพ็ญประโยชน์เพียง 3 กิจกรรม ในปี พ.ศ. 2546 ได้เพิ่มสูงเป็น 259 กิจกรรม ในปี พ.ศ. 2555 (Callanan & Thomas (2005); ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษา ของ กาญจนา สมมิตร และคณะ (2556) ได้ศึกษาเรื่อง ‘การวิจัยเพื่อการพัฒนา การท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน’ ผลการวิจัยพบว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในภาคเหนือตอนบน มีแนวโน้ม เพื่อการพัฒนาและการเติบโตที่ดี นักท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์กลุ่มหลักๆ จะเป็น นักเรียน นักศึกษาในช่วงอายุ 11-21 ปี สนใจที่จะไปสอนหนังสือให้กับเด็ก ร้อยละ 24.5 รองลงมาคือ กิจกรรมก่อสร้าง ร้อยละ 20 และกิจกรรมกลุ่มประชาสงเคราะห์ ร้อยละ 13.75 เป็นต้น

การศึกษาเรื่อง ‘การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในกลุ่มจังหวัดสนุก (สกลนคร- นครพนม-มุกดาหาร)’ ของ พรรณี สวนเพลง (2559) ได้ศึกษาเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยว เชิงบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่ทางภาคอีสาน พบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มบำเพ็ญประโยชน์ชาวไทยส่วนมาก เป็นผู้หญิง (68%) มีอายุ 51-60 ปี (24%) มีการศึกษาระดับปริญญาตรี (57%) มีอาชีพรับราชการ (37.5%) และเคยเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์มาก่อน (49%) มีทัศนคติเชิงบวก โดยสนใจกิจกรรมบำเพ็ญ- ประโยชน์ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน (24.48%) การอนุรักษ์เชิงเกษตรสิ่งแวดล้อม (23.38%) และด้านการสอนและให้ความรู้ (15.22%)

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนมากเป็นผู้ชาย (53.68%) มีอายุระหว่าง 16-25 ปี (27.37%) การศึกษา ระดับปริญญาตรี (65.59%) มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท (43.62%) เคยเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ (44%) มีทัศนคติเชิงบวกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด มีความสนใจ กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ด้านการอนุรักษ์เชิงเกษตรและสิ่งแวดล้อม (17.78%) ด้านการสาธารณสุขและดูแลเด็ก (16.06%) และด้านการสอนและให้ความรู้ (15.69%)

หากมองลึกลงไป งานวิจัยยังพบประเด็นที่น่าสนใจว่าในบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มบำเพ็ญ- ประโยชน์ทั้งหมดที่เดินทางมายังกลุ่มจังหวัดสนุกนั้น ล้วนแต่มีความชื่นชอบกิจกรรมเชิงบำเพ็ญประโยชน์ ที่แตกต่างและหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวในกลุ่มภูมิภาคเอเชียจะชอบกิจกรรมด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรปชอบกิจกรรมด้านงานสาธารณสุขและดูแลเด็ก ซึ่งนักท่องเที่ยว จากทวีปอเมริกานั้นกลับให้ความสนใจกิจกรรมการสอนหนังสือ

 

แหล่งกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์

นอกจากนี้ ผลการวิจัยได้พบพื้นที่ที่มีศักยภาพมากพอที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญ- ประโยชน์ในกลุ่มจังหวัดสนุก (สกลนคร-นครพนม-มุกดาหาร) โดยแบ่งตามประเภทของกิจกรรมได้ ดังนี้

ด้านการสอนและให้ความรู้ในโรงเรียนขนาดเล็ก

การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่าปัญหาส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาด ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ มีความขาดแคลนในทุกด้าน ทั้งคน เทคโนโลยี และทรัพยากร การบริหาร ขาดแคลนครู การจัดการเรียนการสอนโดยมีครูไม่ครบชั้นเรียน ไม่ครบกลุ่มสาระการเรียนรู้ และนักเรียนมีความรู้ความสามารถตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับนักเรียนของโรงเรียน ขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่ ขาดสื่อการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอนไม่เป็นไปตาม หลักสูตร ขาดการจัดการความรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน อีกทั้งขาดการสนับสนุนจากท้องถิ่น และชุมชน ทั้งนี้มีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์สามารถทำได้หลากหลายเพื่อเป็นการเข้าไป ช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็ก เช่น เป็นอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษ ดนตรี ศิลปะ คอมพิวเตอร์ กิจกรรม ปรับปรุงอาคารเรียน เช่น ห้องน้ำ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ โรงอาหาร สนามเด็กเล็กเล่น เป็นต้น

มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวแขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งส่วนมากเป็นกิจกรรม การปีนเขา บางครั้งจะมีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บและเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลนครพนม อีกทั้ง พบว่าตามสถานพยาบาล ทั้งในโรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลประจำอำเภอ จึงมีชาวต่างชาติ มาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ และต้องการอาสาสมัครเข้ามาช่วยงานในการเป็นล่ามแปลภาษา แจกบัตรคิว หรือมีกิจกรรมที่ผ่อนคลายให้กับผู้ป่วย เช่น ดนตรีบำบัด ในส่วนของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามีความ ต้องการอาสาสมัคร/นักท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในการดูแลเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งพบว่า มีความต้องการอาสาสมัครในกิจกรรมนี้เป็นจำนวนมาก

ด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม

การท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ด้านการอนุรักษ์เชิงเกษตรและสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นการ ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เนื่องจากเป็นลักษณะผสมผสานระหว่างกิจกรรมอาสาสมัครและการเรียนรู้ การเดินทางท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ชุมชน เกษตรกรรม สวนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์ม ปศุสัตว์ และ สัตว์เลี้ยง แหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างๆ ได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวชนบท ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี รูปแบบกิจกรรม และการประกอบอาชีพการเกษตรที่หลากหลาย ทั้งนี้ นักท่องเที่ยว สามารถเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เช่น การปลูกและบำรุงป่าธรรมชาติ ส่งเสริมการปลูกป่า ทดแทน การเลี้ยงปลาบ่อเพื่อแพร่พันธุ์ปลา การเลี้ยงสัตว์ การผลิตอาหารสัตว์ ถ่ายทอดความรู้ ด้านเกษตรกรรมแก่ราษฎรในหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และราษฎรในจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเพาะปลูกและทำการเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น

ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน

จากการวิเคราะห์ศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดสนุก พบว่ามีโฮมสเตย์ หลายแห่งที่ต้องการให้นักท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ได้เข้าร่วมกันจัดกิจกรรมพัฒนาการท่องเที่ยว โดยชุมชน โดยต้องการอาสาสมัครเข้าไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อสนทนาพื้นฐานให้กับชาวบ้าน เพื่อใช้ในการต้อนรับแขกต่างประเทศ พัฒนาโฮมสเตย์ให้สามารถ รองรับมาตรฐานอาเซียน พัฒนา Packaging ของสินค้าพื้นบ้าน และการสอนหนังสือหรือทำกิจกรรม ร่วมกับหมู่บ้านชุมชน

 

นักท่องเที่ยวชาวไทย

68% เป็นผู้หญิง

24% มีอายุ ระหว่าง 51-60 ปี

57% มีการศึกษาระดับปริญญาตรี

37.5% มีอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ

49% เคยเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์

มีทัศนคติเชิงบวกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เชิงบำเพ็ญประโยชน์ (ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด)

กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ที่สนใจ

  • การพัฒนาการท่องเที่ยว ในชุมชน (24.48%)
  • การอนุรักษ์เชิงเกษตร สิ่งแวดล้อม (23.38%)
  • การสอนและให้ความรู้ (15.22%)

 

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

53.68% เป็นผู้ชาย

27.37% มีอายุ ระหว่าง 16-25 ปี

65.59% มีการศึกษาระดับปริญญาตรี

43.62% มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท

44% เคยเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์

มีทัศนคติเชิงบวกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เชิงบำเพ็ญประโยชน์ (ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด)

กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ที่สนใจ

  • การอนุรักษ์เชิงเกษตร สิ่งแวดล้อม (17.78%)
  • การสาธารณสุขและดูแลเด็ก (16.06%)
  • การสอนและให้ความรู้ (15.69%)

 

เตรียมตัว เตรียมหัวใจ ใส่เป้ออกเดินทาง...

หากจะลองสัมผัสประสบการณ์ Volunteer Tourist สักครั้งหนึ่งในชีวิต การวางแผน การเดินทางล่วงหน้าอย่างรัดกุมเป็นเรื่อง ที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ได้จากเว็บไซต์ http://sanukvolunteer.com ในเว็บไซต์ จะอธิบายถึงแหล่งทำกิจกรรมการท่องเที่ยว เชิงบำเพ็ญประโยชน์ การเตรียมตัวของ นักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตลอดจน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย

เติมพลังชีวิตให้กับตนเอง พร้อมแบ่งปัน ความสุขให้กับคนรอบข้าง สร้างประสบการณ์ ด้วยการเดินทางไปเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง...

 


 

อ้างอิง
กาญจนา สมมิตรและคณะ (2556). การวิจัยเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ ในเขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน. กรุงเทพมหานคร. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).

พรรณี สวนเพลง (2559). การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงบำเพ็ญประโยชน์ในกลุ่มจังหวัดสนุก (สกลนคร-นครพนม-มุกดาหาร). กรุงเทพมหานคร. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).

Ayobami, O, K., Ismail, H, N. & Olyinka, S. (2012).

A reviews paper on voluntourism theories and paradigm with special emphasis on rural revitalization. Interdisciplinary Journal of Contemporary Research in Business. Vol. 3, No. 11, pp. 420-444. Callanan M. & Thomas S. (2005).

Volunteer tourism: Deconstructing volunteer activities within a dynamic environment. Marina Novelli (editor). Niche Tourism Contemporary issues, trends and cases. (183-200). Wellington: Elsevier Butterworth-Heinemann.

 


 

เรื่อง : รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง