พีระมิดและสฟิงซ์ตั้งอยู่ที่โรงแรมลักซอร์ ท่ามกลางสถานบันเทิง เริงรมย์และกาสิโนในเมืองลาสเวกัส

ลำคลองแห่งเวนิสพร้อมบริการเรือกอนโดลา พานักท่องเที่ยวนั่งชมวิว ผ่ากลางโรงแรมเวเนเชี่ยน ที่มาเก๊า

ศูนย์การค้าโหลวหวู่กลางเมืองเซินเจิ้น เป็นแหล่งขายของปลอมและละเมิดลิขสิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากไปช้อปปิ้งแบบขำๆ สักครั้งในชีวิต

พื้นที่ชนบทห่างไกลในจังหวัดราชบุรี ถูกปรับแต่งภูมิทัศน์ให้กลายเป็นทุ่งหญ้าไว้เลี้ยงฝูงแกะ ปลูกสร้างอาคารสถานที่ให้คล้ายกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย

ตลาดน้ำและโฮมสเตย์ที่สวยงามราวกับภาพในโปสต์การ์ด ปกปิดวิถีชีวิตตามปกติจริงๆ ของชาวบ้านในละแวกนั้นจนหมด ฯลฯ 

ถ้าจุดประสงค์ของการออกเดินทางท่องเที่ยว คือการออกจากชีวิตประจำวันที่ซ้ำซากจำเจน่าเบื่อหน่ายกับการทำงานและกิจวัตรเดิมๆ เพื่อแสวงหาประสบการณ์จริง ชีวิตจริง โลกแห่งความจริง

แต่แล้วทำไม? ในโลกยุคปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงสินค้า และบริการยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยว กลับไม่ได้อิงอยู่กับความ จริงแท้อีกต่อไปแล้ว 

ลองมาไล่ดูพัฒนาการของการท่องเที่ยวตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนผ่านความคิดต่อความจริงแท้ในยุคสมัยต่างๆ


อำนาจและความจริงแบบภววิสัย

ย้อนกลับไปดูการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมที่สุด เมื่อโลกก้าวสู่ยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม การนำเครื่องจักรมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับเวลาว่างของผู้คนที่มีอย่างเหลือเฟือ ก่อให้เกิดการขยับตัวและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแต่ละชนชั้น

การผลิตซ้ำสิ่งของที่เหมือนๆ กันออกมาได้มากมายในราคาถูกลงและมีคุณสมบัติคงที่เหมือนกันไปหมด ชีวิตของแรงงานและชนชั้นกลางในสังคมแบบนี้จึงกลายเป็นชีวิตน่าเบื่อหน่ายกับความซ้ำเดิม และสูญเสียความสามารถในการเป็นต้นฉบับ

ผู้คนจำนวนมากออกเดินทางท่องเที่ยว เพราะต้องการพบกับประสบการณ์ที่แท้จริงกว่าในชีวิตประจำวัน การท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมที่สุดก็คือการมุ่งไปให้ถึงยังจุดหมายที่เป็นต้นฉบับหรือของแท้ เช่น แหล่งธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง หรือถิ่นกำเนิดของวัตถุสิ่งของที่เก่าแก่

พิพิธภัณฑ์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการท่องเที่ยวเพื่อพบกับประสบการณ์จริงแบบภววิสัย ภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑ์ คือผู้มีอำนาจในการระบุความจริงแท้ของวัตถุสิ่งของโบราณต่างๆ และ ทำให้นักท่องเที่ยวยินดีไปยืนต่อคิวยาวเหยียด เพื่อจะได้ชื่นชมงานศิลปะที่เป็นของแท้เก่าแก่ดั้งเดิม และได้การรับประกันว่ามีอยู่เพียงชิ้นเดียว

นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว การท่องเที่ยวแบบช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมหรูหราก็มีลักษณะของความจริงที่คล้ายคลึงกัน

นักท่องเที่ยวแห่ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมแบบแท้ๆ จากช็อปในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำ เพราะ สินค้าเหล่านั้นแท้จริงกว่า ราคาถูกกว่าเพราะไม่มีภาษีนำเข้า อีกทั้งผู้ขายยังให้บริการที่น่าประทับใจ กว่าการซื้อในประเทศของตนเอง

เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นอยู่ที่การได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหนือกว่า เพราะสามารถ เข้าใกล้แหล่งกำเนิดของสินค้าหรูหราได้มากกว่า

ภาพนักท่องเที่ยวต่อคิวยาวเหยียดที่หน้าช็อป กว้านซื้อสินค้ากันจนหมดร้าน สะท้อนให้เห็นความคิด เรื่องความจริงแท้ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างในโลกของนักท่องเที่ยว การช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมแท้ๆ ให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบหรูหราที่หาไม่ได้จากที่บ้านของตัวเอง

ช็อปของแบรนด์เนมชั้นนำกลายเป็นเดสทิเนชั่นสำคัญที่ต้องแวะในวันท้ายๆ ก่อนจะเดินทางกลับ เทรนด์ในทุกวันนี้ การช้อปเหล่านี้ไม่ได้จำกัดตัวอยู่ในศูนย์การค้า แต่สร้างขึ้นมาในลักษณะเป็นคอนเซ็ปต์สโตร์ ที่แสดงตัวอย่างเด่นชัดกว่า

นอกจากจะเป็นแฟชั่นแบรนด์แล้ว ยังพยายามสอดแทรกตัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเลย เช่น การเข้าไปเป็นเจ้าของโรงแรมของ อาร์มานี ในดูไบและมิลาน หรือ บุลการี ในบาหลี โตเกียว ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ดูไบ ลอนดอน และมิลาน

นอกจากจะเป็นโรงแรม สินค้าแบรนด์เนมยังสร้างพื้นที่ของตัวเองในลักษณะของสถาปัตยกรรมหรือพิพิธภัณฑ์ อย่างในกรณีของ หลุยส์ วิตตอง ที่มีอาคาร ลา ซามาริทาน


การประกอบสร้างความจริงเพื่อการท่องเที่ยว

หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวกลับมา ประเทศโลกที่สามส่วนใหญ่ถูกทำให้กลายเป็นสถานที่ ท่องเที่ยว

ลัทธิทุนนิยมและบริโภคนิยม ได้แปลงทุกสถานที่ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ในยุคนี้เองที่ความจริงแท้เริ่มเลือนหายไป และเราจะได้เห็นการประกอบสร้างความจริง เพื่อนำมาใช้ในการท่องเที่ยวมากขึ้นๆ เรามีสวนน้ำ สวนสัตว์ สวนกล้วยไม้ อยู่กลางศูนย์การค้า ที่มีช็อปแบรนด์เนมชั้นนำเรียงราย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาช้อปปิ้ง

Paul Fussell เสนอคอนเซ็ปต์เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกสร้างขึ้นแบบเทียมๆ หรือ Pseudo-places ว่ามันคืออาณาจักร แห่งการท่องเที่ยว มีหน้าที่ง่ายๆ เพียงแค่ล่อนักท่องเที่ยวเข้ามา เพื่อจะได้ขายอะไรบางอย่างให้

เกาะแก่ง ชายทะเล ป่าไม้ แม่น้ำ ภูเขา โบราณสถาน ฯลฯ ทุกสถานที่กลายเป็นพื้นที่เทียมเพื่อการท่องเที่ยวไปหมด คำถามในยุคสมัยของการประกอบสร้างความจริง คือนักท่องเที่ยวต้องการอะไรกันแน่ พวกเขาต้องการความจริงแท้ หรือ ต้องการเพียงแค่เห็นอะไรเทียมๆ แบบนี้ก็พอ

ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวแบบใหม่ พวกเขาไม่ได้ต้องการเดินทางไปสู่สถานที่หรือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยเพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ที่จริงแท้กว่า

แต่พวกเขาเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปสู่ Pseudo-places หรืออาณาจักรแห่งการท่องเที่ยวที่ล่อตาล่อใจและมีสินค้าหรือ บริการต่างๆ รอไว้ให้ซื้อขาย

จุดหมายของการท่องเที่ยว คือความงามที่เหนือจริง ชายหาดริมทะเลจะต้องถูกเก็บกวาดอย่างเรียบร้อย ความยากจนของชาวบ้านจะถูกปกปิด เหลือไว้เพียงภาพของวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแบบสโลว์ไลฟ์

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มนุษย์แสวงหาความงาม และหมกมุ่นกับการสร้างความงามขึ้นมาด้วยมือตัวเอง

ภาพถ่ายการท่องเที่ยวถูกจัดเตรียมให้สวยงามเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นความงามตามธรรมชาติ ทะเลสีคราม ป่าเขียวชอุ่ม ทิวสน แมกไม้ พระอาทิตย์ขึ้นทะลุไอหมอก

หรือถ้าเป็นความงามแบบเมือง ก็ต้องมีทิวตึกระฟ้า ผู้คนแต่งตัวสวยงามในย่านการค้า ไฟประดับประดา บนท้องถนน หรือร้านกาแฟสงบเงียบในยามบ่าย มีแสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมา

แม้แต่มื้ออาหารของนักท่องเที่ยวก็ถูกจัดให้หยาดเยิ้มไปด้วยไขมัน น้ำตาล ที่ชวนน้ำลายสอ ความงามทั้งหมดถูกจัดกระทำขึ้น โลกของนักท่องเที่ยวเป็นยูโทเปียที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีธรรมชาติ และไม่มีอะไรผิดปกติ

วิธีที่นักท่องเที่ยวจะหลบเลี่ยงจากโลกแห่งความเป็นจริงรอบตัว หรี่ตาให้กับสลัม คนจรจัด กองขยะ และ มลพิษในสถานที่ท่องเที่ยวก็คือการสร้างสถานการณ์เทียมขึ้นมา

John Urry เสนอว่าสินค้าและบริการของการท่องเที่ยวนั้น เน้นหนักไปที่เรื่องของภาพ การท่องเที่ยวคือ การบริโภคสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตา การท่องเที่ยวรับใช้วัฒนธรรมทางสายตา สถานที่ท่องเที่ยวจึงกลายเป็นดั่งโรงละครมหรสพ

มันจึงจำเป็นจะต้องค่อยๆ ลดความเป็นจริงลงไป โดยการมีหน้าที่จริงในที่นี้ ก็คือเป็นที่อยู่อาศัยของคนในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความสวยงามและสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้มากขึ้น


นักท่องเที่ยวแบบโพสต์โมเดิร์นนิสม์

ในโลกยุคหลังสมัยใหม่ ‘ความจริงแท้’ ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวอีกต่อไป แต่กลับมีอยู่อย่างหลากหลายขึ้นอยู่กับการรับรู้และตีความของผู้คน

ประสบการณ์ในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวแต่ละคนมีระดับขั้นของความจริงที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ความจริงแท้อย่างที่สุดไปจนถึงขั้นที่หลุดลอยออกจากโลกแห่งความจริงอย่างสิ้นเชิง

นักท่องเที่ยวทุกคนรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ความจริง แต่พวกเขาก็ยังสวมบทบาทเป็นนักท่องเที่ยวที่มีความสุขต่อไป เพราะพวกเขาพึงพอใจกับสุนทรียรสแบบใหม่ คือสุนทรีย์ของความปลอม

‘ความจริงแท้’ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่หรือว่าสินค้าบริการ แต่ขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวคนนั้นๆ ว่าตัวเขาถือว่านี่คือสิ่งที่จริงแท้แค่ไหน

ยกตัวอย่างเช่น ในโปรแกรมทัวร์ประเทศจีน มีกำหนดการช้อปปิ้งสินค้าก๊อบปี้ แหล่งช้อปปิ้งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นส่วนหนึ่งของไฮไลท์ความบันเทิง ของปลอมกลายเป็นของที่ระลึกแบบล้อเล่น น่าขบขัน สนุกสนาน และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับได้

นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกลับไปทั้งที่รู้ว่ามันเป็นของปลอม แต่ประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่ได้รับนั้นคือความจริงแท้ การได้เดินช้อปปิ้งในแหล่งอาชญากรรมในประเทศโลกที่สาม คือการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น และเป็นเรื่องที่สามารถนำกลับไปเล่าได้อย่างน่าภูมิใจ

หลายประเทศในยุโรปออกกฎหมายเล่นงานนักท่องเที่ยวที่ซื้อและครอบครอง สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แหล่งผลิตส่วนใหญ่อยู่ในประเทศโลกที่สาม มันถูกนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย และแพร่หลายออกไปทั่วโลกผ่านทางพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ทำตัวเป็นเหมือนกองทัพมด ซื้อและนำติดตัวกลับบ้านไปเพื่อเป็นของฝากของที่ระลึก

นอกจากของที่ระลึกแล้ว สถานที่เทียมและสถานการณ์เทียมก็ยังถือว่ามี ‘ความจริงแท้’ สำหรับตัวนักท่องเที่ยวเอง

นักท่องเที่ยวได้สร้างภาพในจินตนาการและความคาดหวังขึ้นมาในใจ โดยอิงอยู่ กับหนัง วรรณกรรม เพลง ป๊อปคัลเจอร์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งภาพถ่ายจากนิตยสาร ท่องเที่ยวและโปสต์การ์ดที่ระลึก

สถานการณ์เทียมคือความคาดหวังที่นักท่องเที่ยวต้องการ เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เป็นความคาดหวังที่สังเคราะห์ขึ้นมาจากประสบการณ์ที่ผ่านๆ มาทั้งหมด เพื่อครอบทับการท่องเที่ยวในทริปนั้นๆ ให้ดำเนินไปตามนั้น

สถานที่ท่องเที่ยวจึงต้องสร้างภาพจำของตัวเองขึ้นมาไม่ใช่แค่เพื่อเป็นจุดขายไว้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทาง แต่มันคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวกำลังมองหา และตั้งใจว่าจะมาซื้ออยู่แล้ว

นักท่องเที่ยวไม่ได้ไปเพื่อพบความแปลกใหม่ แต่ไปเพื่อตรวจสอบ และตอกย้ำภาพจำที่มีต่อสถานที่นั้นๆ การเดินทางไปน้ำพุเทรวี บันไดสเปนที่อิตาลี หรือมาเที่ยวเขาตะปูในจังหวัดพังงา เพราะพวกเขาเคยเห็นมันในหนังเรื่องโปรด และพยายามทำกิจกรรมต่างๆ เลียนแบบในหนัง

ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีเกิดขึ้นก็เมื่อนักท่องเที่ยวได้พบเห็นกับความจริงที่ถูกจัดฉากไว้ เดสทิเนชั่นยอดนิยมทั่วโลกจึงได้ถูกบริหารจัดการให้คงสภาพเดิม หรือตกแต่งให้สวยงาม สอดคล้องกับภาพที่ปรากฏในสื่อ โปสต์การ์ด นิตยสารท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวจะต้องปลอดภัย คาดการณ์ได้ และเต็มไปด้วยสิ่งที่ซ้ำซากจำเจ เป็นที่คุ้นเคยสำหรับการท่องเที่ยวอันได้แก่ ผู้คนมากมาย ร้านค้า ของที่ระลึก จุดชมวิว จุดถ่ายรูป และพิธีกรรมประจำสถานที่ ท่องเที่ยว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงฝูงแกะ พีระมิด สฟิงซ์ คลองเวนิส หรือแม้กระทั่งหอคอยโตเกียว หอเอนเมืองปิซา หอไอเฟล เทพีเสรีภาพ รวมไปถึงแลนด์มาร์คและอนุสาวรีย์สำคัญๆ จากทั่วทั้งโลก จะแพร่กระจายออกไปทั่วโลก ผุดอยู่ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมากมาย

นักท่องเที่ยวไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวปลอม ด้วยการยอมรับอยู่แล้วว่ามันปลอม แต่สิ่งที่จริงแท้สำหรับพวกเขาคือประสบการณ์ พักผ่อน หย่อนใจ ที่สะดวกสบาย รวดเร็ว ทันสมัย และได้ร่วมอยู่ในกระแสนิยมกับคนอื่นๆ ในสังคมรอบตัว

 


 


เรื่อง : วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

หมายเหตุ แนวคิดและข้อมูลบางส่วน

  • RETHINKING AUTHENTICITY IN TOURISM EXPERIENCE Ning Wang (https://www.depts.ttu.edu)
  • Aesthetics and Tourism Margarita Barretto (http://www.pasosonline.org)
  • Abroad: British Literary Travelling Between the Wars. Paul Fussell
  • The Tourist Gaze. John Urry

 

 ดาวน์โหลด PDF คลิกที่นี่


TAT Review Magazine 1/2016