จากแฟชั่นวีค จากเฟอร์นิเจอร์แฟร์ ปีนี้มิลานได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักเดินทาง ผู้ต้องการแสวงหาประสบการณ์แห่งอนาคต เมื่อมิลานกลายเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo 2015 ถนนทุกสายที่เคยมุ่งสู่กรุงโรมในอดีต ปีนี้ต้องหลีกทางให้มิลาน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ให้ความเห็นว่า ปี 2015 นี้ มิลานน่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมถึงวันที่ 31 ตุลาคม อันเป็นช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่มีการจัดงานมิลาน เอ็กซ์โป

 

ทางคณะผู้จัดงานมีการประมาณการว่าจะมีผู้เข้าชมงานไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ในจำนวนนี้ 1 ล้านคนจะมาจากประเทศจีน โดยแต่ละวันจะมีผู้เข้าชมงานราว 150,000 คน หรืออาจสูงสุดถึงวันละ 250,000 คน โดยแต่ละชั่วโมงจะมีผู้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินราว 15,000 คน และอีก 10,000 คนเดินทางด้วยรถไฟเข้าสู่พื้นที่งาน ทำให้ต้องมีการจัดเตรียมอาหารไว้สำหรับผู้ชมถึง 26 ล้านมื้อ หรือชั่วโมงละ 5,887 มื้อ ซึ่งถือเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับผู้จัดงานมาก

ในสถานการณ์ที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด เช่นเดียวกับสถานการณ์ของงานเอ็กซ์โปในครั้งนี้

EXPO ที่มิลานจึงวางอยู่บนแนวคิดหลักคือ

Feeding the Planet, Energy for Life หรือ การป้อนอาหารให้โลกและพลังงานเพื่อชีวิต เพื่อให้ทุกชาติร่วมกันวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชากรในแต่ละประเทศอย่างยั่งยืน

จูเซ็ปเป้ ซาล่า (Giuseppe Sala) ซีอีโอของงานบอกว่า ต้องการให้งานนี้เป็นเวทีที่องค์กรนานาชาติ ภาคประชาสังคม ชุมชนทางด้านวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ จะได้ร่วมกันคิดหาทางออกที่ยั่งยืนต่อปัญหาความอดอยาก การรักษาสมดุลของโลก และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

บนพื้นที่ 1.1 ล้านตารางเมตรของงานได้จำลองผังเมืองของโรมันโบราณ โดยใช้ถนนสายหลักสองเส้น คือ คาร์โด ถนนที่วางตัวอยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ และถนนเดคูมานุส ที่วางตัวอยู่ในทิศตะวันออกและตะวันตก ถนนสองสายมาตัดกันที่ เปียซซ่า อิตาเลีย อันเป็นศูนย์กลางตลอดสองข้างถนนเรียงรายไปด้วยพาวิเลียนจาก 153 ประเทศ ซึ่งพาแนวคิดอันโดดเด่นของตนเองมาร่วมแสดง โดยเน้นไปที่พลังงานและความยั่งยืน

พื้นที่ส่วนกลางนำเสนอแนวคิดหลักๆ เช่น

Pavilion Zero บอกเล่าเรื่องราวของมนุษยชาติกับอาหาร

Future Food District เล่าถึงเทคโนโลยีที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร การจัดจำหน่ายและการบริโภค มีพื้นที่สาธารณะสำหรับเด็ก และสวนความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่ รวมไปถึงส่วนนิทรรศการ Triennale ที่แสดงถึงศิลปะกับอาหารตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา

ที่น่าสนใจคือ มี Tree of Life ขนาดใหญ่สูง 35 เมตร เป็นจุดพักผ่อนในบริเวณทะเลสาบอาเรน่า (Lake Arena) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมอายุต่ำกว่า 25 ปีเข้าไปภายใน เพื่อฝากความคิดเห็นว่า «อิตาลีควรพัฒนาอย่างไร»

คณะผู้ออกแบบงาน แม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา แต่พวกเขาก็ใจกว้างพอที่จะมองว่า อนาคตคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่เหล่านี้จะต้องอาศัยอยู่ เขาจึงควรมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบ เสนอแนะแนวความคิดต่างๆ ในการพัฒนาประเทศด้วยตนเอง หาใช่การถูกตีกรอบและกฎเกณฑ์โดยผู้ที่มาก่อน

แม้นี่จะเป็นงานเอ็กซ์โปครั้งแรกของโลก ที่มิได้มีการพูดถึงความก้าวหน้าของมวลมนุษยชาติ หากแต่ย้อนกลับมาพูดถึงคุณภาพชีวิตของมนุษย์และการรักษาสิ่งแวดล้อม กระนั้น งานเอ็กซ์โปครั้งนี้ก็ยังถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากคนอิตาลีที่ไม่เห็นด้วย

อิตาลีประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่องมา 3 ปี ทางฝ่ายสนับสนุนเห็นว่างานเอ็กซ์โปครั้งนี้น่าจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอิตาลีให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านบอกว่ามันเป็นการลงทุนที่สิ้นเปลืองและได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า

เงินจำนวนมากที่ใช้ไปกับการสร้างสาธารณูปโภคเพื่องานเอ็กซ์โปจะสูญเปล่าลงเมื่อจบงาน ตามบทเรียนจากหลายประเทศที่พาวิเลียนถูกทิ้งร้าง บางประเทศไม่มีกระทั่งเงินค่าใช้จ่ายที่จะรื้อกลับ เอ็กซ์โปจึงไม่ต่างอะไรกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

เอ็กซ์โปครั้งนี้จึงต้องพยายามปรับแนวคิดให้แต่ละพาวิเลียนสามารถถอดรื้อและนำกลับไปใช้ใหม่ได้ โดยมีพาวิเลียนของอิตาลีที่เป็นสิ่งก่อสร้างถาวร และจะใช้ประโยชน์ได้ต่อไปหลังจบงาน

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยของอิตาลี การจัดงานเอ็กซ์โปต้องใช้เงินลงทุนกว่า 13,000 ล้านยูโร หรือราว 5 แสนล้านบาท แม้จะเทียบไม่ได้กับ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวหนึ่งล้านแปดแสนล้านบาท ที่จีนใช้จัดงานในครั้งก่อนหน้านี้ แต่ฝ่ายคัดค้านก็เห็นว่า เงินจำนวนนี้น่าจะใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ในระยะยาวกับประเทศมากกว่า

ปัจจุบันอิตาลีมีอัตราการว่างงานร้อยละ 13 มีอัตราการว่างงานของเยาวชนร้อยละ 42.7 สูงติดอันดับต้นๆ ของยุโรป ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จึงเริ่มกังวลว่า อิตาลีจะเป็นรายต่อไปหลังจากกรีซที่ถูกพิษเศรษฐกิจกระหน่ำ

ก่อนเปิดงานเอ็กซ์โปเต็มไปด้วยปัญหาข่าวฉาว และคอร์รัปชั่น สถานที่จัดงานที่ถูกสร้างห่างออกไปจากตัวเมืองมิลานทำให้ต้องมีการสร้างรถไฟใต้ดินและสาธารณูปโภคอื่นๆ ขึ้นใหม่เพื่อรองรับการจัดงานเอ็กซ์โปครั้งนี้ การก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้าและเต็มไปด้วยอุปสรรค จนถูกสื่อมวลชนวิจารณ์อย่างหนัก ทำให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาตรวจสอบ และนำไปสู่การดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องถึง 7 คน รวมทั้งบริษัทอีกจำนวนมาก

แทนที่มิลานเอ็กซ์โปจะโชว์ศักยภาพของอิตาลีในเวทีโลก ข่าวฉาวทั้งหมดจึงเป็นการเปลือยสังคมธุรกิจการเมืองอิตาลีอย่างล่อนจ้อนอีกครั้งก่อนงานจะเริ่ม ปัญหาของอิตาลีจึงแทบไม่ต่างจากปัญหาของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ที่ธุรกิจขนาดใหญ่มักติดสินบนนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ได้สัมปทานโครงการขนาดใหญ่ และแสวงหากำไรส่วนต่างจากสายสัมพันธ์นี้ ส่วนประชาชนอิตาลีก็ได้แต่ทำตาปริบๆ จิบกาแฟอ่านข่าวมองหาเรื่องราวที่จะช่วยนำพาชีวิตและธุรกิจให้อยู่รอดโดยไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐ

ในขณะที่ประเทศซึ่งไม่ได้มีทุนรอนมากนักจะได้รับการจัดสรรพาวิเลียนสำเร็จรูป ประเทศที่ร่ำรวยต่างพากันว่าจ้างสถาปนิกชื่อดังในระดับโลกเพื่อมาออกแบบพาวิเลียนของตนเพื่อเรียกผู้เข้าชมงาน

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไปที่ดูไบ ได้ว่าจ้าง นอร์มัน ฟอสเตอร์ สถาปนิกชื่อดังชาวอังกฤษเป็นเงินถึง 60 ล้านยูโร เพื่อสร้างสรรค์พาวิเลียนของตนให้เป็นเหมือนซอกเขาในทะเลทราย เพื่อพาผู้ชมเข้าสู่ห้องฉายภาพยนตร์แบบ 4D ที่ลงทุนมหาศาลเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

ยูเออีเป็นประเทศทะเลทราย น้ำจืดจึงกลายเป็นทรัพยากรสำคัญ ท่ามกลางการพัฒนาเมืองขึ้นสู่แนวตั้งซึ่งต้องพึ่งพาพลังงานมหาศาล คำถามสำคัญเรื่องพลังงานจึงน่าจะเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับดูไบซึ่งประกาศจะจัดงานครั้งหน้าในร่ม

ถ้าเรียงกันตามขนาดแล้ว พาวิเลียนของเยอรมนีกินพื้นที่มากเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยจีน สวิตเซอร์แลนด์ ยูเออี ตุรกี ญี่ปุ่น รัสเซีย บราซิล เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส

โดยพาวิเลียนจีนเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ และมีการนำอาหารจากแต่ละภูมิภาคของจีนที่แตกต่างกันมาจัดแสดง แถมด้วยมัลติมีเดียที่ชวนตื่นตา บวกกับงานสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของจีนที่ถูกผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ดูเหมือนจะตื่นตา แต่เทียบแล้วธรรมดา ไม่น่าตื่นเต้น

ส่วนญี่ปุ่นยังคงแนวคิดแห่งความเรียบง่ายด้วยการแสดงถึงงานเข้าไม้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ตะปูแต่ก็สามารถยึดกันกลายเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่อันเป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นได้ ภายในพาวิเลียนยังมีการขายอาหารที่หาชิมได้ยากหลากหลายชนิด ที่ขนกันมาจากญี่ปุ่น

ในอดีตที่ผ่านมา พาวิเลียนของงานเอ็กซ์โปแต่ละประเทศ กลายเป็นที่แสดงอัตตาของสถาปนิกผู้ออกแบบ ซึ่งต้องการแสดงผลงานของตนเองจนบดบังเนื้อหาที่จะแสดงเสียสิ้น งานเอ็กซ์โปครั้งนี้จึงมีความพยายามที่จะดึงเนื้อหาให้เป็นหัวใจหลักของการออกแบบ และลดทอนบทบาทของงานสถาปัตยกรรมให้รับใช้เนื้อหา มากกว่าจะกลายเป็นเนื้อหาเสียเองกระนั้น การว่าจ้างสถาปนิกดังและรูปแบบพาวิเลียนที่โดดเด่นก็ยังเป็นกระแสนิยมอยู่

ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้กรอบแนวคิดของการจัดงานที่ว่า ทรัพยากรของโลกมีอยู่อย่างจำกัด ทำอย่างไรที่จะให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ ดูๆ ไปจึงถูกตั้งคำถามจากกระบวนการและวิธีจัดงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามเรื่องที่ว่า ทำอย่างไรจะให้การใช้พลังงานในโลกเป็นไปอย่างยั่งยืน และแต่ละประเทศสามารถนำแนวคิดที่ได้จากงานไปใช้ในการปฏิบัติจริงในระดับโลก

คำถามใหญ่นี้ดูเหมือนจะรอคำตอบอยู่ในสายลมของงานเอ็กซ์โปแห่งมิลาน เช่นเดียวกับแนวคิดเรื่องสโลว์ฟู้ด ที่ถูกเชิดชูขึ้นให้เป็นแนวคิดหลักของงาน ซึ่งยังต้องคัดง้างกับหนึ่งสปอนเซอร์ใหญ่ ซึ่งกลับกลายเป็นแมคโดนัลด์ เจ้าตลาดฟาสต์ฟู้ดของโลกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ


 

เรื่อง : ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

Back to top

TAT 4/2015