การเป็นเจ้าของกิจการกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นในโลกยุคเทคโนโลยี ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือ SMEs เมื่อนำมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยี การสื่อสาร คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตไร้สาย สมาร์ทดีไวซ์ รวมไปถึง โซเชียลมีเดีย ทำให้มันพัฒนาตัวเองให้กลายเป็น Tech Startup แบบใหม่ๆ ได้ไม่ยาก

Startup vs SMEs
ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจว่า Startup ก็คือ SMEs นั่นแหละ แต่ไม่ใช่ว่าทุกๆ SMEs จะถือเป็น Startup ได้ มันมีความแตกต่างกันอยู่ในสาระสำคัญ 

 

ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้ง Ookbee ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มอีบุ๊คที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเมืองไทย พูดในงาน TEDxBangkok เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า Startup คือ SMEs ที่สามารถทำซ้ำตัวเองไปได้เรื่อยๆ ก่อให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจไปแบบก้าวกระโดด

เหมือนกับกรณีของ Ookbee ก็คือการสร้าง แอพพลิเคชั่นเพื่อขายหนังสือ อีบุ๊ค ที่ผู้ใช้สามารถโหลดไป ใช้งานในดีไวซ์ของตัวเอง เปรียบเหมือนกับมีร้านหนังสือ อยู่บนฝ่ามือของเราทุกคน

ณัฐวุฒิยกอีกตัวอย่างหนึ่งว่า ถ้าคุณมีสูตรทำบะหมี่น้ำ ได้อร่อย การเปิดกิจการร้านขายบะหมี่ถือว่าเป็น SMEs ที่ดีเยี่ยมของคุณ แต่มันจะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าคุณสามารถ ทำให้มันกลายเป็น Startup โดยสร้างนวัตกรรมใหม่ หรือ คิดค้น โมเดลธุรกิจใหม่ ขึ้นมาเพื่อทำให้สูตรบะหมี่ของคุณสามารถกระจายตัวออกไปได้แบบก้าวกระโดด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด Startup จึงได้แก่เทคโนโลยี เพราะมันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ โดยการ ลดการใช้ทรัพยากรทุกอย่าง ย่นระยะเวลา ลดแรงงาน และลดต้นทุน จึงทำให้สามารถพิสูจน์ได้ว่านวัตกรรมใหม่ หรือโมเดลธุรกิจใหม่ที่คุณคิดขึ้นมานั้น ได้ผลดีจริงหรือไม่

แอพพลิเคชั่นเพื่อขายหนังสืออีบุ๊ค มีจุดเริ่มต้นจาก ไอเดียเล็กๆ ที่ขยายตัวเองออกไปได้อย่างรวดเร็ว โดยอาศัย เทคโนโลยีใหม่ๆ เราไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อที่ดินเพื่อขยาย สาขา ไม่ต้องลงทุนจัดพิมพ์ตัวเล่มหนังสือ ไม่ต้องลงทุน ขนส่งสินค้า องค์ประกอบในธุรกิจหนังสือทั้งหมด สามารถ แปลงให้กลายเป็นดิจิทัล และทำธุรกิจทั้งหมดออนไลน์ได้

การเริ่มต้นกิจการขึ้นมาจากจุดศูนย์ จึงไม่ต้อง เตรียมตัววางแผนยาวนาน สะสมทุน และปัจจัยการผลิต อีกมากมาย เทียบกับเมื่อ 40-50 ปีก่อนของคนรุ่นพ่อแม่ ของเรา

Startup กลายเป็นเทรนด์ธุรกิจแบบใหม่ของคน หนุ่มสาวยุคนี้ และแน่นอนว่าในแวดวงอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยว เราก็สามารถนำแนวคิดเรื่องนี้มาประยุกต์ใช้ได้ เช่นกัน


Startup Mindset
ระบบคิดที่เปลี่ยนแปลงไปในประชากรแต่ละรุ่นๆ ทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจ แตกต่างกันออกไป สิ่งที่เราเห็นกันจนชินตา ก็คือพวกคนรุ่นเก่าที่เริ่มต้นทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองแบบ SMEs พวกเขาต้องการเป็นเจ้าของและครอบครองธุรกิจนั้นในระยะยาว ต้องการสานต่องานต่อไปเรื่อยๆ ยั่งยืน เติบโต เปลี่ยนแปลง และถ้าจะต้องล้มเลิกไป ก็ล้มเลิกไปด้วยตัวเขาเอง

ในขณะที่คนรุ่นใหม่ ที่ถือเป็นประชากรรุ่น Gen Y ที่เป็น Digital Native ที่เกิด และเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี พวกเขาต้องการความสำเร็จในอาชีพอย่างรวดเร็ว รวยเร็ว และใช้เทคโนโลยีเพื่อเร่งรัดกระบวนการธุรกิจทั้งหมด เพื่อให้รู้ผลทันทีทันใด

คนหนุ่มสาวที่ทำ Startup จึงยินดีที่จะหาผู้ร่วมทุนภายนอก ยอมลดสัดส่วน ความเป็นเจ้าของ เพื่อโอกาสในการขยายกิจการ และพิสูจน์แนวความคิดของตัวเอง เมื่อประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ก็จะขายกิจการต่อไป หรือเรียกว่า Exit Strategy เพื่อนำเงินไปเป็นทุนเพื่อสร้าง Startup ใหม่ๆ ต่อไป

นอกจากไอเดียดีๆ จากผู้ทำงาน Startup แล้ว ยังต้องอาศัยการสนับสนุนจาก บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องในวงจรการสร้างธุรกิจ Startup อีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น

  • Venture Capital คือแหล่งเงินทุน โดยส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นกองทุนที่จะ เลือกลงทุนใน Startup ที่ได้รับการคัดกรองพิจารณามาแล้วอย่างดี โดยมีจุดประสงค์ ที่จะผลักดันให้ Startup เกิดขึ้นได้จริง และเริ่มสร้างผลกำไรที่จะนำมาซึ่งผลกำไรของ ตัวกองทุนนี้เอง
  • Angel Investor คือนักลงทุนแบบบุคคล มีหลักการดำเนินงานและ วัตถุประสงค์แบบเดียวกับ Venture Capital แต่เป็นตัวบุคคล
  • Incubator คือผู้บ่มเพาะ สนับสนุน ประคับประคอง Startup ในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการให้เพียงแค่เงินทุน เช่น การให้คำปรึกษา แนะนำ สนับสนุนงานวิจัย ความรู้ เทคโนโลยี รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ


Startup Tourism Business
ไอเดียดีๆ เพื่อทำ Startup สักอย่างหนึ่ง สามารถตั้งอยู่บนฐานขององค์ประกอบการ ท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม ไม่ว่าจะเป็น
1. การคมนาคม เดินทาง ขนส่ง การเคลื่อนที่ ของผู้คนและสัมภาระจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง
2. เอเยนซี่ ผู้ให้บริการวันสต็อปช้อปปิ้ง จัดการท่องเที่ยวได้ครบถ้วนตลอดทั้งทริป
3. ที่พักอาศัย โรงแรม เกสต์เฮาส์ โฮสเทล เบดแอนด์เบรกฟาสต์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรือ บ้านเช่า
4. ผู้นำทัวร์ นำทาง และให้ข้อมูลข่าวสาร ที่จำเป็น
5. บริการอำนวยความสะดวกอื่นๆ อาหาร เครื่องดื่ม ข้าวของเครื่องใช้ การดูแลความ ปลอดภัย ฯลฯ

ข้อสังเกตคือคำว่า ‘ไอเดียดีๆ’ ทุกคนล้วนมี อยู่ในหัว และในชั้นเรียนการบริหารธุรกิจ ทุกคน ก็เคยเบรนสตอร์มเพื่อค้นหาไอเดียธุรกิจดีๆ ของ ตัวเอง แต่คำถามคือ ไอเดียแบบไหนที่ดีจริงๆ ?

ในบทความเรื่อง How To Find a Great Start-Up Idea โดย Eli Portnoy ในนิตยสาร ฟอร์บส์ บอกว่าไอเดียที่ดีจริงๆ จะไม่ใช่เพียงแค่ ปรับปรุงบริการเดิมๆ เพียงเล็กน้อย และไม่ใช่ เพียงแค่เสริมเติมแต่งบริการที่มีอยู่เดิม แต่ต้อง มาจากการแก้ปัญหาที่ทุกคนพบเจอ รับรู้ และ เข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยมีใครแก้ได้มาก่อน อีกทั้งยังต้องเข้าใจในปัญหานั้นอย่างถึงแก่น โดยไอเดียเหล่านั้นควรจะต้อง

1. เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีตลาดใหญ่ ลูกค้าจำนวนมาก และเรามีไอเดียที่ มุ่งตรงเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่มีใครเคยจับจองในนั้น

2. มองหาจุดอ่อน ข้อบกพร่องที่ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ หงุดหงิด และยังแก้ไขมันไม่ได้เสียที โดยการทำวิจัยลงพื้นที่ไปพบเจอกับ ผู้คนที่เกี่ยวข้อง รับรู้ปัญหา ความต้องการ และค้นหาวิธีแก้ไข ใหม่ๆ

3. แก้ปัญหาด้วยวิธีพลิกแพลง Startup จะมีความน่าสนใจ มากขึ้น เมื่อมีเรื่องเล่าเฉพาะตัวในการแก้ปัญหา และบอกเล่า เรื่องราวนี้ออกไปสู่ผู้ใช้อย่างสนุกสนาน

ยกตัวอย่าง แอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ Wongnai ที่รวม รีวิวร้านอาหารมากมาย เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้ว่า เมื่อไปถึง จุดพิกัดใดๆ แล้วต้องการหาอะไรรับประทานในเวลานั้นๆ แอพฯ นี้ นำไอเดียเบื้องต้นมาจากเว็บไซต์ Yelp.com แล้วปรับแต่งให้ เข้ากับบริบทของสังคมไทย ที่ผู้คนชอบถ่ายรูปอาหาร แชร์ ความคิดเห็น และเชื่อถือความเห็นของผู้ใช้คนอื่นๆ ในโซเชียล มีเดีย มากกว่าจากสื่อเก่า

 

From Trends to Ideas

อีกบทความที่น่าสนใจจากนิตยสารฟอร์บส์ ชื่อว่า Hottest Travel Trends For 2015 โดย Alexandra Talty พูดถึงเทรนด์ การท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ที่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจและ จุดประกายไอเดียให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่

กลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจในปี 2015 คือ คนแบบ MAMIL ย่อมาจาก Middle-aged Man in Lycra หมายถึง ผู้ชายวัยกลางคน ที่เริ่มหันมามีกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น แทนที่จะทุ่มเททำงานหนักเหมือนเมื่อก่อน พวกเขามีการงาน มั่นคง จึงมีกำลังซื้อสูง เห็นได้จากการสนใจในกีฬา การครอบครอง อุปกรณ์กีฬาแพงๆ รถจักรยาน ชุดฟอร์มขี่จักรยาน และ แอคเซสโซรี่ต่างๆ ที่ทำมาจากผ้าไลครา

เทรนด์ของคนแบบ MAMIL เกิดขึ้นทั้งในอเมริกา ยุโรป เอเชีย รวมถึงในประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจคือคนกลุ่มนี้ ไม่ต้องการท่องเที่ยวแบบหรูหราสไตล์นักธุรกิจ ล่องเรือ ตีกอล์ฟ ดินเนอร์ในโรงแรม แต่ต้องการประสบการณ์แปลกใหม่แบบ พวกชาวฮิปสเตอร์ที่เป็นเด็กรุ่นหลัง

เทรนด์ Sharing Economy ยังคงน่าสนใจและดำเนินต่อไป ความสำเร็จของ Airbnb ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวมาแชร์ห้องพัก ในบ้านของตนเอง กำลังขยายตัวออกไปสู่ไอเดียการให้บริการ อื่นๆ ที่นอกเหนือจากห้องพัก อันได้แก่บริการแชร์มื้ออาหารแบบ โฮมเมด ที่ให้บริการโดย EatWith และ BookaLokal นักท่องเที่ยว จะได้มารับประทานอาหารที่บ้านของโฮสต์ หรือโฮสต์จะทำตัว เป็นไกด์นำไปชิมร้านอาหารธรรมดาๆ ในท้องถิ่น

การจองห้องพักและบริการต่างๆ ผ่านทาง ออนไลน์ ยังคงเป็นเทรนด์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง คาดว่า ภายในปี 2018 การจองบริการต่างๆ ในการ ท่องเที่ยว จะทำผ่านช่องทางออนไลน์มากถึง 35% และมีแนวโน้มใหม่ สำหรับการจองร้านอาหาร ยอดฮิตที่เคยเป็นเรื่องยาก กำลังจะมีบริการออนไลน์ แบบใหม่ๆ เข้ามาช่วยนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ในเรื่องที่พัก นักท่องเที่ยวจากยุโรปไม่ได้ ต้องการโรงแรมแบบเดิม แต่หันไปสนใจห้องพัก แบบโฮสเทล แต่เป็นโฮสเทลแบบที่ดูดีมีระดับ มากขึ้น มีศัพท์ใหม่เรียกว่า Poshtel หมายถึง โฮสเทลขนาดเล็กที่ออกแบบ ตกแต่ง และสร้าง บรรยากาศภายใน ด้วยแนวคิดคล้ายๆ บูทีคโฮเทล มีบรรยากาศครีเอทีฟ มีงานศิลปะ งานดีไซน์ มาประกอบภายใน จับกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบใหม่


เทรนด์โฮสเทลแบบใหม่ที่เรียกว่า Poshtel มีกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะใน เชียงใหม่ และในกรุงเทพฯ โฮสเทลแบบเก่าจะตั้งอยู่ตามย่านนักท่องเที่ยววัยรุ่น ต่างชาติ อย่างเช่นถนนข้าวสาร แต่ Poshtel จะตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า และตาม แหล่งวัฒนธรรม ที่นักท่องเที่ยวจะมาดื่มด่ำด้านอื่นๆ ของเมืองได้มากกว่าการอยู่ แต่ในสถานที่ท่องเที่ยวเฉพาะ


2015 Internet Trends
นอกจากเทรนด์การท่องเที่ยวแล้ว เราลองมาดูเทรนด์ของโลกอินเทอร์เน็ต ว่าในปัจจุบัน ผู้คนออนไลน์กันมากแค่ไหน และพวกเขาใช้สมาร์ทดีไวซ์ของตัวเอง เพื่อซื้อบริการท่องเที่ยวกันอย่างไร ข้อมูลจาก Top 10 Tourism Marketing Trends for 2015 จากบล็อก Senshi Digital

  • แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เป็นช่องทางในการจองบริการ ต่างๆ มากขึ้น
  • คลิปวิดีโอกลายเป็นสารสำคัญสำหรับการโฆษณาบริการท่องเที่ยว ผู้ใช้ ค้นหาบริการของร้านอาหารและโรงแรม เป็นคลิปวิดีโอจากยูทูบ เพราะเชื่อว่า จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริงมากกว่าข้อเขียนและภาพนิ่งในเว็บไซต์
  • โซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว มากกว่า 75% แชร์รูปภาพและเรื่องราวการท่องเที่ยวของตัวเองให้เพื่อนๆ ได้เห็น
  • นักท่องเที่ยวสอบถามข้อมูล และตัดสินใจจองบริการท่องเที่ยว ผ่านทาง โซเชียลมีเดียมากขึ้น
  • นักท่องเที่ยวเชื่อถือรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และสินค้าบริการ ต่างๆ จากโซเชียลมีเดียมากกว่าสื่อเก่า นักท่องเที่ยวถึงขนาดจัดทริปของตัวเอง ตามเส้นทางที่บล็อกเกอร์เขียนรีวิวเอาไว้
  • นักท่องเที่ยวใช้สมาร์ทดีไวซ์ ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว ณ จุดสถานที่ ท่องเที่ยวนั้นๆ เช่น ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์

ในปี 2015 คาดว่ามีผู้ใช้สมาร์ทโฟนรวมทั้งโลก 2 พันล้านคน !!
นี่คือโอกาสสำหรับ Startup ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่และไอเดีย ที่แปลกใหม่ มองดูปัญหารอบๆ ตัวของนักท่องเที่ยวทั้งหลาย และถือว่ามันคือโอกาส ทางธุรกิจของคุณ


Social Enterprise

Local Alike
โมเดลธุรกิจการท่องเที่ยวแบบใหม่ วางแนวทางให้เจ้าของชุมชนได้ทำ อาชีพเสริมเป็นไกด์นำเที่ยว ส่งเสริมการสร้างรายได้ร่วมกันภายใต้กรอบของ ธุรกิจเพื่อสังคม ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเอง ภายในแต่ละชุมชน โดยแบ่งแพ็คเกจการท่องเที่ยวออกเป็น 3 ลักษณะ คือ Village Tour, Day Tour และ Activity-Based Tourism
ดูรายละเอียด www.facebook.com/LocalAlike


Hivesters
ตอบโจทย์การท่องเที่ยว Eco Tourism โดยเฉพาะ จัดทริปเดินทาง ไปเยี่ยมชมในแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวิถีชาวบ้านด้วย แตกต่างจาก ทัวร์ทั่วไปอยู่มาก นั่นก็คือธุรกิจนี้ต้องการจะกระตุ้นชาวบ้านในท้องถิ่นที่มี แหล่งท่องเที่ยว (หรือมีวิถีชีวิตน่าสนใจ) ให้ได้มาทำงานเป็นผู้จัดทริปเอง และนำเที่ยวอย่างผู้รู้จริง
ดูรายละเอียด www.facebook.com/hivesters


App
จากบทความ Best Travel Apps for 2015 โดย Alexandra Talty นิตยสารฟอร์บส์ กล่าวถึงแอพพลิเคชั่น ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยว นอกจากที่เรารู้จักและใช้กันประจำอย่าง Instagram และ Uber ยังมี แอพฯ ไอเดียดีๆ เช่น

  • Localeur
    เหนือกว่าไกด์บุ๊คท่องเที่ยวทั่วไป แอพฯ นี้เปิดให้คนในท้องถิ่นเขียนคอมเมนต์ถึงสถานที่ท่องเที่ยว ในละแวกบ้านตัวเอง ทำให้ได้ข้อมูลแบบเจาะลึก มีความน่าเชื่อถือ และมุมมองแปลกแหวกแนวกว่าการท่องเที่ยว ตามไกด์บุ๊คที่วางขายทั่วไป
  • Trover
    ไอเดียผสมระหว่างแอพฯ ถ่ายภาพและไกด์บุ๊คแบบ Trip Advisor เปิดให้ผู้ใช้ถ่ายภาพ แชร์ภาพ และ เขียนคอมเมนต์ต่างๆ ใส่ได้ตามใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวคนอื่นเข้ามาค้นหาข้อมูล
  • Hyperlapse
    เมื่อคลิปวิดีโอกำลังจะมีอิทธิพลเหนือกว่าภาพถ่ายธรรมดา แอพฯ ที่ให้ผู้ใช้ถ่ายวิดีโอระหว่างการท่องเที่ยว และนำมาตัดต่อได้เจ๋งๆ ก็น่าจะได้รับความนิยม Hyperlapse ทำให้เราถ่ายวิดีโอแล้วเร่งสปีดให้เร็วขึ้น จนมองเห็นเส้นทางการท่องเที่ยวตลอดทริป ในเวลาไม่กี่นาที

 

Poshtel
ในกรุงเทพฯ มี Poshtel เปิดใหม่หลายแห่ง ที่น่าจะลองนำมาเป็นไอเดียเบื้องต้นของเราได้

  • Bed Station Hostel อยู่บนถนนเพชรบุรี ใกล้ราชเทวี และสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ เน้นการเดินทางสะดวก
  • Pause Hostel ซอยสุขุมวิท 26 ออกแบบเพื่อกลุ่มแบ็คแพ็คเกอร์สาวๆ ชาวต่างชาติโดยเฉพาะ มีความปลอดภัย ใกล้แหล่งชุมชน
  • อรุณเรสซิเดนซ์ ใกล้แหล่งวัฒนธรรม วัดวาอาราม แม่น้ำเจ้าพระยา ไกลจากแหล่งท่องเที่ยว พลุกพล่านแบบถนนข้าวสาร

 


 

เรื่อง : วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ

Back to top

TAT 3/2015