จากข้อมูลของ India Tourism Statistics ปัจจุบันอินเดียส่งออกนักเดินทางไปทั่วโลกมากกว่า 16 ล้านคน ต่อปี ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยประมาณ 1 ล้านคน โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว นับจากปี 2550 ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาไทยเพียง 5 แสนคนเศษเท่านั้น และข้อมูลของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่านักท่องเที่ยวอินเดียสามารถสร้างรายได้เข้าไทยได้กว่า 37,537 ล้าน บาท ซึ่งถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่จำเป็นต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ทำการวิจัยตลาดนักท่องเที่ยว ศักยภาพสูงของอินเดีย ซึ่งจัดเป็นกลุ่ม High-End Segment และได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

1. จำนวนนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง จากประชากรชาวอินเดียกว่า 1,270 ล้านคน พบว่ามีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศอายุ 18 ปี ขึ้นไป ที่จัดเป็นนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงได้ประมาณ 7 แสนคน ซึ่งอาศัยอยู่กระจายตามเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ขนาดใหญ่ อาทิ นิวเดลี ลัคเนา และมุมไบ ไปจนถึงเมือง บังคาลอร์ที่เป็นศูนย์กลางทางด้านเทคโนโลยี


2. การใช้จ่าย ในการท่องเที่ยวต่างประเทศแต่ละครั้ง นักท่องเที่ยว อินเดียศักยภาพสูง มีการใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปเกือบ 2 เท่า โดยมีการใช้จ่ายรวม 98,752 บาท ในขณะที่นักท่องเที่ยว ทั่วไปมีการใช้จ่าย 51,562 บาท ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่สำคัญ ได้แก่ ค่าที่พัก (29,066 บาท) ค่าช้อปปิ้ง (26,546 บาท) ค่าอาหาร/ เครื่องดื่ม (18,642 บาท) ค่ากิจกรรมบันเทิง (12,425 บาท) และค่าเดินทางในพื้นที่ (12,073 บาท)

สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทย พบว่านักท่องเที่ยว อินเดียมีการใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 39,668 บาทต่อครั้งเท่านั้น (คำนวณจากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)


3. ประเทศจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยม ประเทศไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงนิยมเดินทางมาเยือนมากที่สุด โดย 5 ลำดับประเทศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง อินเดีย ได้แก่ (1) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (2) สิงคโปร์ (3) ไทย (4) สหรัฐอเมริกา และ (5) มาเลเซีย


4. ช่องทางสื่อสาร เครื่องมือสื่อสารแบบดั้งเดิม (Traditional Media) ยังคงมีอิทธิพลสำคัญต่อการตัดสินใจเลือก จุดหมายท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงอินเดีย โดยหนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่ยังคงมีบทบาทต่อการตัดสินใจ มากที่สุด รองลงมา ได้แก่ ข้อมูลจากการบอกเล่า นิตยสาร ทั่วไป นิตยสารท่องเที่ยว และสื่อโทรทัศน์ ตามลำดับ


5. ประเภทที่พักยอดนิยม นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงอินเดีย นิยมพักในโรงแรมระดับ 4 ดาวมากที่สุด โดยที่พักประเภท ที่ได้รับความนิยมในลำดับถัดไป ได้แก่ โรงแรมทั่วไป โรงแรม 5 ดาว และโรงแรมบูติก ตามลำดับ และมีระยะ เวลาพักเฉลี่ย 4-5 วัน


6. กิจกรรมระหว่างท่องเที่ยวยอดนิยม เมื่อเดินทางท่องเที่ยว ต่างประเทศ กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงอินเดีย ให้ความสนใจมากที่สุดเรียงตามลำดับ ดังนี้ (1) ช้อปปิ้ง (2) กิจกรรมชายหาด/ชายทะเล (3) การท่องเที่ยว เชิงนิเวศ (4) กิจกรรมบันเทิง และ (5) การท่องเที่ยว เชิงประวัติศาสตร์


7. สิ่งของที่ต้องซื้อ สินค้ายอดนิยม 5 ลำดับแรก สำหรับการช้อปปิ้งต่างประเทศ
ได้แก่ (1) เสื้อผ้า (2) อาหารพื้นเมือง (3) สินค้าหัตถกรรม (4) เครื่องใช้ ไฟฟ้า และ (5) เครื่องประดับหรืออัญมณี


8. สิ่งแรกที่นึกถึงประเทศไทย เมื่อกล่าวถึงประเทศไทย นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงอินเดียส่วนใหญ่จะนึกถึง (1) ทะเลหรือกิจกรรมทางทะเล (2) สถานที่ท่องเที่ยว ยามค่ำคืน (3) สถานที่สวยงามเหมาะสำหรับการ พักผ่อน (4) อาหารไทยและผลไม้ไทย และ (5) แหล่ง ช้อปปิ้งหรือสินค้า


9. ข้อแนะนำการตลาดเบื้องต้น (DOs and DON’Ts)
นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงสามารถแบ่งกลุ่มตาม พื้นฐานด้านจิตวิทยาและไลฟ์สไตล์ได้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่ม Succeeder
มีจำนวนประมาณ 259,463 คน ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจและการเงิน โดยเฉพาะเมืองมุมไบ บังคาลอร์ และนิวเดลี เป็นกลุ่มคนวัยทำงาน อายุระหว่าง 25-44 ปี มีความเชื่อมั่นใน ตนเอง มีพื้นฐานการศึกษาดี และมีเศรษฐานะทางสังคมในระดับปานกลางถึงดี คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่ทำงานหนัก และมีความกระตือรือร้น ต้องการรักษาและขยับสถานะทางสังคมของตนให้ดีขึ้น

ข้อแนะนำด้านการตลาดเบื้องต้นสำหรับกลุ่ม Succeeder
ต้องทำ (DOs)

  • นำเสนอเฉพาะสินค้าและบริการชั้นดีเยี่ยม
    (Offer Top Quality Product and Service)
  • เติมแต่งอารมณ์ของสินค้าให้ดูหรูหราฟู่ฟ่า
    (Inject a Sense of Prestigious)
  • สร้างให้เกิดอารมณ์ของความอิสระ สงบ ไม่วุ่นวายซับซ้อน
    (Hassle-free, Peace of Mind )
  • เน้นสินค้าที่เจาะจงเฉพาะกลุ่ม อย่าเน้นการลดแลกแจกแถม
    (Exclusivity Rather Than Discount or Reward)
  • แสดงความเชี่ยวชาญในธุรกิจ สามารถตอบโจทย์ความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงได้อย่างครบถ้วน
    (Be Anticipated, Be Professional)
  • ให้ข้อมูลที่ละเอียด ถูกต้อง ตรงไปตรงมา
    (Honest and Through Information)

ห้ามทำ (DON’Ts)

  • ไม่นำเสนอสินค้าแบบธรรมดาหรือไม่มีรสนิยม ควรเน้นการนำเสนออย่างชาญฉลาด
    (Do Not Shout, Say It Smartly & Softly)
  • ไม่เน้นการขายแบบยัดเยียด และโฆษณาเกินจริง
    (Never Hard Sale)
  • ไม่นำเสนองานที่ดูซับซ้อน ไม่จริงใจ
    (Do Not Be Too Complicated & Process-Maniac)


กลุ่ม Reformer
มีจำนวนเพียง 132,180 คนเท่านั้น กลุ่มนี้มีอายุเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่ม Succeeder ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ เป็นกลุ่มคนที่เติบโตทางความคิด มีเศรษฐานะทางสังคมในระดับที่ดีถึงดีมาก มีความมั่นใจในตัวเอง แต่ก็เปิด โลกทัศน์แบบกว้างขวาง กระหายการเรียนรู้ ชื่นชอบการค้นหาสิ่งแปลกใหม่ แสวงหามุมมองใหม่ให้กับตนเอง และสังคมรอบข้าง มีรสนิยมในการดำรงชีวิต แต่ยังคงต้องการโดดเด่นในสังคม

ข้อแนะนำด้านการตลาดเบื้องต้นสำหรับกลุ่ม Reformer
ต้องทำ (DOs)

  • นำเสนอสินค้าที่ดีจริง คุณภาพเหมาะสมกับข้อเสนอ
    (Real Thing, Not Just Good Packaging and Design)
  • เป็นธรรม ตรงไปตรงมา
    (Social Fairness)
  • แสดงออกถึงความใส่ใจต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
    (Care Community and Environment)
  • กระตุ้นให้เกิดความอยากรู้อยากเห็น อยากได้ประสบการณ์ แต่ต้องให้ตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง
    (Provide Personal Space, Provoke Their Curiosity)

ห้ามทำ (DON’Ts)

  • ไม่หลอกลวง เติมแต่งสีสันเกินจริง
    (Don’t Be Tricky, Never Cliché)
  • ไม่กำหนดกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดเกินไป
    (Don’t Tell Them What To Do)
  • ไม่สร้างขั้นตอนซับซ้อน วุ่นวาย
    (Don’t Provide Too Many Instructions)
  • ไม่ทำการขายแบบทื่อๆ ไม่มีแผนการ ไม่มีทางเลือก
    (Do Not Hard Sale)


กลุ่ม High-Value Mainstream
มีจำนวนประมาณ 264,359 คน มากกว่านักท่องเที่ยวศักยภาพสูงกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้มีภาพลักษณ์ที่ดูดี แต่งกายดี เพื่อแสดงถึงฐานะความมั่งคั่งซึ่งเป็นบรรทัดฐานของสังคมชนชั้นในอินเดีย เป็นกลุ่มคนที่มีความสุข และผูกพันกับคนหมู่มาก คำนึงถึงคนรอบข้างเป็นส่วนใหญ่ โอนอ่อนผ่อนตามครอบครัวและคนรอบตัว มีกิจวัตร ประจำวันแบบเดิมๆ รู้จักคุณค่าของเงิน มักจะมีความกลัวในเรื่องใหม่ๆ จึงมักใช้สินค้าและบริการที่สังคม ส่วนใหญ่ยอมรับ แบรนด์ทั่วไปที่คนรู้จักดี คุ้มค่าสมราคา

ข้อแนะนำด้านการตลาดเบื้องต้นสำหรับกลุ่ม High-Value Mainstream
ต้องทำ (DOs)

  • ใช้ตรรกะธรรมดา สำหรับดำรงชีวิตอันเป็นปัจจุบัน อาจช่วยเร่งเร้าการตัดสินใจในทิศทางที่เป็นบวก
    (Use “Slice of Life”, or Patterns of Behavior That Build Confidence)
  • นำเสนอสิ่งเรียบง่ายที่ทำให้เกิดความมั่นใจ
    (Simple but Sure)
  • ให้คำแนะนำที่ง่ายๆ แต่ครบถ้วน
    (Complete Guideline)
  • เสนอสินค้าคุณภาพมาตรฐาน ด้วยราคาที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องราคาถูก แต่ก็ต้องไม่แพงจนรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ
    (Provide Standard Quality with Value for Money)
  • สร้างความรู้สึกคุ้มค่าจากการใช้จ่ายที่ไม่แพง
    (Everyday Low Price)


ห้ามทำ (DON’Ts)

  • ไม่สร้างความรู้สึกแปลกใจ ด้วยสิ่งเร้าที่เกินคาดหวัง
    (Do not Surprise Them)
  • ไม่รุกเร้า หรือสร้างความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย ด้วยการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ
    (Not Radical)
  • หลีกเลี่ยงการนำเสนอสิ่งที่แปลกจากธรรมเนียมปฏิบัติ นอกเหนือสภาพสังคมที่เป็นอยู่
    (Avoid Being Rebellious & Highly Progressive i.e. Nude / Homosexual)
  • ไม่ใช้กลยุทธ์ติฉินนินทา โจมตีหรือให้ร้ายผู้อื่น
    (Negative Approach)


เรื่อง : กองวิจัยการตลาด ททท.

Back to top

TAT 3/2015