สำหรับประเทศไทย โอกาสในโลกธุรกิจของผู้หญิงค่อนข้าง เปิดกว้าง และผู้หญิงมีบทบาทในทางเศรษฐกิจ ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ

รายงานการจัดอันดับโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้หญิง โดย Economist Intelligence Unit (2012) ระบุว่า ประเทศไทยอยู่อันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นรอง เพียงประเทศสิงคโปร์เท่านั้น และจากรายงานการสำรวจ ผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ Grant Thornton International (2013) พบว่า ผู้บริหารระดับสูงในภาค เอกชนไทยที่เป็นผู้หญิง มีสัดส่วนร้อยละ 36 ในขณะที่ ประเทศญี่ปุ่นมีเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น 

 

นอกจากนั้นแล้ว บริษัทไทยกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 49) ยังเป็นบริษัทที่มีผู้บริหารหญิงร่วมอยู่ด้วย และกว่าร้อยละ 35 ของกรรมการบริษัทในภาคเอกชนไทยเป็นผู้หญิง


1. พลังผู้หญิงในเศรษฐกิจใหม่

  • ปัจจุบัน ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วม ในตลาดแรงงานมากขึ้น
  • รายงานจาก The Economist (2006) ระบุว่า ในสหรัฐอเมริกา สัดส่วนของผู้หญิงที่มีงานทำเพิ่มขึ้น จากเพียงประมาณ 1 ใน 3 ในทศวรรษ 2490s เป็นกว่า 2 ใน 3 ในปัจจุบัน และสัดส่วนของผู้หญิงในตลาดแรงงาน ก็เพิ่มขึ้นในทุกประเทศ ในสหรัฐอเมริกา สัดส่วนของ ผู้หญิงในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 39 ในปี 2513 เป็นร้อยละ 47 ในปี 2553 แม้กระทั่งในประเทศ ที่มีปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศในที่ทำงานอย่าง ญี่ปุ่นและอิตาลี สัดส่วนนี้ก็ยังสูงถึงกว่าร้อยละ 40
  • ในแง่รายได้ ปัจจุบันผู้หญิงมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่า เพื่อนร่วมงานชายในตำแหน่งระดับเดียวกัน ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในนิตยสาร Time (2010) ระบุว่า ในเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 50 เมืองในสหรัฐอเมริกา มีถึง 47 เมืองที่โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงทำเงินได้มากกว่าผู้ชาย
  • และจากผลการสำรวจของ Grant Thornton International (2013) พบว่า ในปัจจุบันผู้หญิงเข้ามา มีบทบาทมากขึ้นในตำแหน่งผ้บู ริหารระดับสูง โดยเฉลี่ยแล้วทั่วโลกมีผ้หู ญิงที่อยู่ในตำแหน่งผ้บู ริหารระดับสูง คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 24 ของผู้บริหารทั้งหมด ในกรณีของประเทศจีน ผู้บริหารระดับสูงที่เป็นผู้หญิง มีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 51


ผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหาร

ปัจจุบันผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในโลกการ ทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่ง ผู้บริหาร จากการสำรวจของ Grant Thornton International (2013) ระบุว่า ปัจจุบันค่าเฉลี่ย ของสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง (Senior Management) อยู่ที่ร้อยละ 24 โดยสัดส่วนของประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 36 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย นอกจากนี้ ในบางประเทศ จำนวนของผู้บริหารหญิงก็สูงมาก จนมีสัดส่วน มากกว่าผู้บริหารชายเสียอีก อย่างเช่นประเทศจีนที่มีผู้หญิงในตำแหน่งผู้บริหารคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 51 แต่ในอีกหลายประเทศ โอกาสในโลก การทำงานของผู้หญิงก็ยังไม่เปิดกว้างมากนักอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่น สัดส่วนของผู้บริหารหญิง มีเพียงร้อยละ 7 ของผู้บริหารทั้งหมดเท่านั้น


มูลค่าของตลาดผู้หญิง

ในปี 2009 ผู้หญิงทั่วโลกมีรายได้รวมกันเท่ากับ 13 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้เติบโตขึ้นเป็นกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐในปี 2013 เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขดังกล่าวกับ GDP ของ ประเทศจีนและอินเดีย ซึ่งมีประชากรรวมกันมากกว่า 2,000 ล้านคน ปรากฏว่าขนาดของรายได้ผู้หญิงสูงกว่า GDP ของจีนและอินเดีย รวมกันกว่า 2 เท่า


2. พลังผู้หญิงในการบริโภค

ปัจจุบันผู้หญิงกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคขนาดใหญ่ และ เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตมากที่สุดในโลก

รายงานจาก Harvard Business Review (2009) ระบุว่า ผู้หญิงใช้จ่ายรวมกันทั่วโลกเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 28 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐในปี 2014 ในแง่รายได้ เป็นที่คาดการณ์กันว่า ในปี 2014 รายได้รวมของผู้หญิงทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 18 ล้าน ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้มากกว่า GDP ของประเทศจีน และ อินเดียรวมกันกว่า 2 เท่า

นอกจากจะมีอำนาจซื้อในมืออย่างมากแล้ว ผู้หญิง ยังมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในระดับ ครัวเรือนด้วย

ข้อมูลจาก Harvard Business Review (2009) ระบุว่า การสำรวจพบว่าผู้หญิงเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายของ ครัวเรือนทั้งหมด

ร้อยละ 80 เป็นผู้ตัดสินใจในการซื้อเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน
ร้อยละ 94 เป็นผู้ตัดสินใจซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยว
ร้อยละ 92 เป็นผู้ตัดสินใจซื้อบ้าน
ร้อยละ 91 เป็นผู้ตัดสินใจซื้อรถ
ร้อยละ 60 เป็นผู้ตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
ร้อยละ 51 และสำหรับอาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าจำเป็น ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภค

ผู้หญิงยังเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการซื้อวัตถุดิบและเตรียมอาหาร ด้วยในหลายประเทศ

ผู้หญิงเป็นผู้ตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ในครัวเรือนกว่าร้อยละ 85 ของทั้งหมด และสินค้าที่มีราคาสูง เช่น รถยนต์ กว่าร้อยละ 50 นอกจากนั้น ผู้หญิงยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของคนอื่นด้วย

การตัดสินใจซื้อรถยนต์กว่าร้อยละ 80 ของสามีหรือลูกได้รับ อิทธิพลจากผู้หญิง


3. เมื่อผู้หญิงมีพลัง : แบบแผนวิถีชีวิตของผู้หญิง ในเศรษฐกิจใหม่ อิสระมากขึ้น แต่งงานช้า และหย่าร้างเร็ว

การที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทในทางเศรษฐกิจ ไม่เพียงทำให้อำนาจซื้อของผู้หญิงเพิ่มขึ้น เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนแบบแผนวิถีชีวิตและการบริโภคของผู้หญิงไปอย่างมากด้วย ดังนี้

มีอิสระมากขึ้น การที่ผู้หญิงมีงานทำเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ผู้หญิงมีระดับความเป็นอิสระ ในการกำหนดชีวิตตัวเองที่มากขึ้น ทั้งในแง่ของพฤติกรรมการใช้เวลาและการใช้จ่าย ในด้านกลับ ผู้หญิงเองก็มีความต้องการอิสระมากกว่าที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

มีลูกน้อยลง การเข้าส่ตู ลาดแรงงานของผ้หู ญิงทำให้ผ้หู ญิงมีแนวโน้มที่จะมีลูกน้อยลงด้วย ทว่าจะซื้อสินค้าและบริการให้กับลูกมากขึ้น ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ในสหรัฐอเมริกา แม้ว่า อัตราเกิดจะลดลงอย่างมาก แต่ตลาดสินค้าสำหรับเด็กกลับเติบโต ข้อมูลจาก Brennan (2011) ระบุว่า ตลาดสินค้าสำหรับเด็กในสหรัฐอเมริกาในปี 2007 มีมูลค่ากว่า 9 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าในปี 1995 มากกว่าเท่าตัว

แต่งงานช้าลง ข้อมูลจาก UNECE (2014) (United Nations Economic Commission for Europe) ซึ่งเก็บสถิติอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่ แต่งงานครั้งแรก ระบุว่า ในแทบทุกประเทศ ทั้งในอเมริกาเหนือและยุโรป ผู้หญิงมีแนวโน้ม แต่งงานช้าลง นั่นหมายความว่า ในอนาคตจะเกิด ตลาดใหม่ขนาดใหญ่ นั่นคือ ตลาด ‘สาวโสด’ ขึ่น

หย่าร้างมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผู้หญิง มีบทบาทในตลาดแรงงานมากขึ้น นั่นแปลว่า ผู้หญิงจำนวนมากสามารถพึ่งพาตัวเองใน ทางการเงินได้ และทำให้ไม่จำเป็นต้องรักษา ชีวิตคู่ด้วยเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจเพียงอย่าง เดียวอีกต่อไป การหย่าร้างหมายถึงความ ต้องการสินค้าและบริการบางประเภทที่เพิ่มขึ้น เช่น บ้าน จากที่ต้องการ 1 หลัง ก็เพิ่มเป็น 2 หลัง เป็นต้น

ตลาดสินค้าออนไลน์จะใหญ่ขึ้น ผู้หญิงเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของการซื้อสินค้าออนไลน์ การสำรวจของ Nielsen (2011) ระบุว่า แม้ว่าหญิงและชายจะซื้อสินค้าและบริการในสัดส่วนที่มากทั้งสองเพศ แต่ว่าผู้หญิงยังเป็นกลุ่ม ที่ซื้อสินค้า     ออนไลน์มากกว่า โดยผู้หญิงกว่าร้อยละ 72 ซื้อของออนไลน์ มากกว่าผู้ชายอยู่ที่ร้อยละ 68 และใน กลุ่มผู้หญิงที่ใช้อินเทอร์เน็ตในการซื้อของ กว่าร้อยละ 22 ซื้อสินค้าออนไลน์อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง


ผู้หญิงกับการแต่งงาน

ผู้หญิงในแทบทุกประเทศมีแนวโน้มที่จะแต่งงานช้าลง ตัวอย่างเช่น ในปี 1980 ผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา โดยเฉลี่ยแต่งงานเมื่ออายุ 22 ปี แต่ในปี 2012 ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 26.6 ปี


4. โอกาสใหม่ที่เกิดจากพลังหญิง

เมื่อผู้หญิงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในทาง เศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โอกาสต่างๆ ก็เกิดขึ้น มากมาย กลุ่มผู้บริโภคหญิงจะกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ และทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมการบริโภค ของผ้หู ญิงที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดความต้องการใหม่ ตามมา มีสินค้าและบริการใหม่จำนวนมากเกิดขึ้นมา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการนี้

ในขณะเดียวกัน ขนาดตลาดของผู้หญิงที่ใหญ่ขึ้น ก็ทำให้ผู้ผลิตสินค้าที่เคยมุ่งแต่ขายสินค้าและทำการ ตลาดกับกลุ่มลูกค้าชาย ต้องหันมาสนใจและออกผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับรสนิยมของผู้หญิงมากขึ้น ต่อไปนี้คือ ตัวอย่างของธุรกิจที่ปรับตัวรับกับเทรนด์เศรษฐกิจ พลังผู้หญิงได้เป็นอย่างดี


ตัวอย่างเทรนด์เศรษฐกิจพลังผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเดินทางท่องเที่ยว

  • l ในสหรัฐอเมริกา ผู้หญิงเริ่มเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ และในประเทศอื่นๆ ตลาดนักท่องเที่ยว ผู้หญิงจะขยายตัวเป็นอย่างมากในอนาคต
  • การสำรวจจากนักท่องเที่ยวหญิงกว่า 9,181 คนจากทั่วโลก พบว่า กว่าร้อยละ 74 วางแผนที่จะเดินทางคนเดียวในปี 2015 (TripAdvisor Survey, 2014)
  • การเดินทางคนเดียวของผู้หญิงทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ต้องปรับตัวอย่างมาก เช่น บริษัททัวร์เริ่มหันมาคิดโปรโมชั่นและ แพ็คเกจทัวร์สำหรับบุคคลมากขึ้น จากเดิมที่มักจะคิดถึงแต่เฉพาะ ลูกค้ากลุ่มใหญ่และลูกค้าครอบครัว
  • ในเอเชีย แนวโน้มการเดินทางคนเดียวของผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกัน ที่น่าสนใจคือ จุดหมายปลายทางของผู้หญิงที่เดินทาง คนเดียวมักเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
  • นักท่องเที่ยวหญิงที่เดินทางท่องเที่ยวคนเดียว มีแนวโน้มที่จะ ท่องเที่ยวแบบผจญภัยและท่องเที่ยวกลางแจ้งเพิ่มมากขึ้น
  • กลุ่มนักท่องเที่ยวหญิงที่น่าสนใจอีกกลุ่มคือ กลุ่ม ‘PANK’ (Professional Aunt, No Kids) หรือ ผู้หญิงมีอายุ ทำงานในระดับสูง และ ไม่มีลูก คนกลุ่มนี้คือกลุ่มคนที่มีอิสระในการเดินทาง และมีรายได้ มากพอที่จะใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวและบันเทิง Euromonitor (2013) ระบุว่า กลุ่ม PANK เป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากที่สุด ในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน ทั้งนี้กลุ่ม PANK เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เดินทาง คนเดียวเพิ่มมากขึ้น ทว่า ในหลายๆ ครั้งคนกลุ่มนี้ก็จะเดินทาง กับหลานด้วย


• งานวิจัยของ SavvyAuntie พบว่า ในสหรัฐอเมริกามีประชากร กลุ่ม PANK* มากถึง 23 ล้านคน และคาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก ในแง่ของพฤติกรรมการบริโภค พบว่ากลุ่ม PANK ใช้จ่าย ให้กับเด็กมากถึง 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (คิดบนสมมุติฐานว่า PANK 1 คน ใช้จ่ายต่อเด็ก 1 คน)

  • นักท่องเที่ยวหญิงมีแนวโน้มที่จะต้องการที่พักและบริการในระดับ ที่หรูหรามากขึ้น เพราะรายได้ของพวกเขามากขึ้น นอกจากนี้ การที่ ผู้หญิงมีประสบการณ์ในการเดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel) มากขึ้น ยังทำให้นักเดินทางกลุ่มนี้เคยมีประสบการณ์ในการใช้บริการ โรงแรมในตลาดระดับบน และคาดหวังว่า เมื่อตนเองท่องเที่ยวเพื่อ พักผ่อน ก็จะมองหาบริการที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน ข้อมูลบ่งชี้ว่า ในช่วงระหว่างปี 2011-2012 โรงแรมหรูขนาดเล็กมียอดจองจาก นักเดินทางหญิงเพิ่มมากถึงร้อยละ 53 (Dunham, 2013) ไม่เพียงเท่านี้ การสำรวจยังพบด้วยว่า นักท่องเที่ยวหญิงมีแนวโน้มที่จะอัพเกรดที่นั่ง เครื่องบินให้เป็นระดับที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้โดยสารชาย


พฤติกรรมการท่องเที่ยวของผู้หญิงในสหรัฐอเมริกา

Bond (2014) ได้ศึกษาบทบาทและพฤติกรรมของ ผู้หญิงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเดินทางในสหรัฐ อเมริกา พบข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆ ดังต่อไปนี้

• ในอนาคต ตลาดท่องเที่ยวของผู้หญิงจะมีมูลค่ามากถึง 19,000 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และได้กลายเป็นกลุ่ม เป้าหมายอันดับหนึ่งของธุรกิจท่องเที่ยวไปแล้ว (Tourism Review Online Magazine III, 2008)

• กว่าร้อยละ 80 ของการเดินทางที่มีผู้หญิงเข้าร่วมด้วย ผู้หญิงเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินเกี่ยวกับการเดินทางในเรื่อง ต่างๆ

• ส่วนใหญ่ของผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว คือ กลุ่มสาวโสด แต่ที่น่าสนใจไม่น้อยคือ การสำรวจพบว่า จำนวนของผู้หญิงที่ ‘หนีแฟนเที่ยว’ เริ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

• ในแง่ประชากรศาสตร์ มีสาวโสดมากถึง 32 ล้านคน ที่ท่องเที่ยวอย่างน้อย 1 ครั้งในแต่ละปี และร้อยละ 30 ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมท่องเที่ยวแบบผจญภัย เช่น การเดินป่า ปีนเขา และกิจกรรมกลางแจ้ง

• ผู้หญิงมีสัดส่วนคิดเป็นกว่าร้อยละ 75 ของนักท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

• ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะท่องเที่ยวเชิงผจญภัย และทำกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น การสำรวจในปี 2014 พบว่า ผู้หญิงใช้จ่ายในอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉลี่ย 295 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี โดยผู้หญิงสูงอายุมีแนวโน้ม ที่จะชอบท่องเที่ยวเชิงผจญภัยมากขึ้นด้วย


นักท่องเที่ยวหญิงมีความต้องการบริการบางอย่างเป็นกรณีพิเศษ อาทิ

• ด้านความปลอดภัย มีการสำรวจพบว่า ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (รถเช่า เอเยนต์ท่องเที่ยว โรงแรม สถานบันเทิง ฯลฯ) ที่หันมาใช้ ‘ความปลอดภัย’ เป็นจุดขายของตน เช่น การทำปุ่มฉุกเฉินในห้องพัก การมีระบบความปลอดภัย เฉพาะให้กับลูกค้าหญิง ทำให้มีลูกค้าหญิงให้ความสนใจมาใช้บริการมากขึ้น และ เมื่อพวกเธอให้ความไว้วางใจแล้ว พวกเธอมักจะกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

• อาหารท้องถิ่นเพื่อสุขภาพ นักท่องเที่ยวหญิงมักใส่ใจกับอาหารการกิน เป็นพิเศษ แต่ก่อนนั้นนักท่องเที่ยวมักจะแสวงหาเมนูที่ขึ้นชื่อด้านรสชาติ แต่ใน ปัจจุบัน เทรนด์การบริโภคอาหารท้องถิ่นที่มีความอร่อย ช่วยลดความอ้วน และมี ประโยชน์ต่อสุขภาพก็ได้รับความสนใจไม่น้อยจากนักท่องเที่ยวหญิง (Dunham, 2015)

นักท่องเที่ยวหญิงนิยมเดินทางไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ

นักท่องเที่ยวหญิงมีความละเอียดรอบคอบมากกว่านักท่องเที่ยวชาย และมัก เตรียมตัวสำหรับการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี พวกเธอจะหาข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียด

• นักการตลาดมักใช้จุดนี้ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวหญิง เช่น การออก โปรโมชั่นของโรงแรมที่ต้องมีการใช้แต้มสะสม หรือใช้แต้มจากบัตรเครดิต แลกรายการส่งเสริมการขาย

• ผู้หญิงมักจะหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มข้น ปัจจัยที่มีผลต่อการ ตัดสินใจของนักท่องเที่ยวหญิง คือ ข้อมูลจากบุคคลที่มีประสบการณ์ (Peer Review) ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการตลาดบนสื่อออนไลน์จะมีบทบาทอย่างมาก

นักท่องเที่ยวหญิงรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะสนใจศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ มากยิ่งขึ้น ผู้หญิงที่มีพลังทางเศรษฐกิจมักจะมีภูมิหลังทางการศึกษาที่สูง ทำให้ พวกเธอมักมองหาความแปลกใหม่ หลากหลาย ที่มีแรงกระตุ้นทางปัญญาจาก การท่องเที่ยว การสำรวจพบว่า สัดส่วนของนักท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและ ธรรมชาติที่เป็นผู้หญิงสูงถึงร้อยละ 75 เลยทีเดียว (Dunham, 2013)

 


 

PANK : Professional Aunt, No Kids ในสหรัฐอเมริกามีประชากรกลุ่ม PANK มากถึง 23 ล้านคน และคาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคน ที่มีอิสระในการเดินทาง และมีรายได้มากพอที่จะใช้จ่าย เพื่อการท่องเที่ยวและบันเทิง



บรรณานุกรม

  • สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (2556). She-conomy : สตรี พลังใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ. สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ http:// ibmdismed.blogspot.com/2013/10/mega-trend-6-she-conomy.html
  • “A guide to womenomics” Economist. Economist, 12 Apr 2006. Web. 12 Dec 2014. Available at http://www.economist.com/node/6802551
  • A.T. Kearney. (2011). What Do Mature Consumer Want?. A.T. Kearney. Available at http://www.atkearney.at/documents/ 3709812/3710918/What_Do_Mature_Consumers_Want. pdf/2fab37a7-0c6a-4d9f-aba8-8cbd433f3920
  • Bond, M. (2014). Women Travel Statistics Explained by Travel Expert. Available at http://gutsytraveler.com/women-travel-statistics-2/ 
  • Brennan, Bridget. (2011). Why She Buys: The New Strategy for Reaching the World’s Most Powerful Consumers. New York: Crown Business.
  • Dunham, J. (2013). Marketing Travel to Women: Eight New Trends You Need to Know. Available at https://jamiedunham.wordpress. com/2013/07/16/marketing-travel-to-women-eight-new-trendsyou- need-to-know/
  • Dunham, J. (2015).Ten New Trends for Women Travelers.Available at https://jamiedunham.wordpress.com/2015/03/10/ten-new-trendsfor- women-travelers/
  • EIU (2012).Women’s economic opportunity 2012: A global index and ranking. Economist Intelligence Unit.London. Available at http://www.eiu.com/Handlers/WhitepaperHandler.ashx?fi=WEO_full_ report_final.pdf&mode=wp&campaignid=weoindex2012
  • Euromonitor (2013).World Travel MarketGlobal Trends Report 2013. Available at http://go.euromonitor.com/rs/euromonitorinternational/ images/WTM_2013_Trends_finalReport.pdf?mkt_tok=3RkMMJWWfF9 wsRoiuKrNZKXonjHpfsX66O4rXaKylMI%2F0ER3fOvrPUfGjI4CTcRrI%2BSL DwEYGJlv6SgFQrDAMatv0bgKWhg%3D
  • Fisher, Anne. (2013). “Boys vs girls: What’s behind the college grad gender gap?”.Fortune.Fortune. 27 Mar 2013. Web. 11 Feb 2015. Availabl at http://fortune.com/2013/03/27/boys-vs-girls-whatsbehind- the-college-grad-gender-gap/
  • Frost & Sullivan (2011).Shaping the future of travel in Asia Pacific 29.Available at http://www.amadeusapac.com/cmcapac/APACWhitepapers/ downloads/Shaping_the_future_of_travel_in_APAC.pdf
  • Grant ThorntonInternational (2013).Women in senior management: setting the stage for growth. Grant Thornton International. Available at http://www.grantthornton.ie/db/Attachments/IBR2013_WiB_ report_final.pdf
  • IMF (2013).Women, Work and the Economy: Macroeconomic Gains from Gender Equity. International Monetary Fund. IMF staff discussion note (Washington)
  • Luscombe, Belinda. “Woman Power: The Rise of the Sheconomy”. Time. Time, 22 Nov 2010. Web. 12 Dec 2014. Available at http:// content.time.com/time/magazine/article/0,9171,2030913,00.html
  • She-conomy.com.(2009). “Marketing to woman quick facts” Available at http://she-conomy.com/facts-on-women
  • Silverstein, Michael J., Sayre, Kate. “The Female Economy.”Harvard Business Review. Harvard Business Review, Sep 2009. Web. 11 Dec 2014. Available at https://hbr.org/2009/09/the-female-economy

 


 

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

Back to top

TAT 3/2015