เทรนด์การเดินทางของ ‘หญิงสาว’ มีจุดเริ่มต้นมาจากหมุดหมายอันใดหรือ? จากผีเสื้อสีเหลืองที่ผู้หญิงสูงวัย เห็นในวรรณกรรม ‘หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว’ หรือจากความฝันอยากโบยบิน ในตัวละครเด็กของหนัง ‘จิบลิ’, จากรอยเท้าแรกของนักท่องโลกอย่าง ‘ราเชล วีน’ หรือจากการ ออกนอกบ้านของตำนานสาวน้อยแบบ ‘โดโรธี’ จะมาจากต้นทางอันใดนั้น เมื่อโลกหมุนมาถึงปี 2015 ‘ผู้หญิง’ ก็ทำการยึดโลก (ก่อน ‘เอเลี่ยน’ และ ‘มนุษย์ต่างดาว’) อย่างเบ็ดเสร็จแล้วในทางวัฒนธรรมป๊อป, การเมือง และการท่องเที่ยว

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถ้าไปดูจำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ออกมา ‘ใช้ชีวิต’ ในและนอกประเทศตัวเองนั้น ‘ผู้หญิง’ เป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากกว่าเพศชาย และ ‘ผู้ฉิง‘ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแม้เพศชายจะมีรอยเท้ามาก่อน แต่ผู้หญิงมีความสลับซับซ้อนและอารมณ์ในการใช้ชีวิต Adventure มากกว่า (ซึ่งหมายความว่า แม้พวกเธอจะต้อง อยู่กับบ้านเลี้ยงลูกให้เติบโต เป็นเสาหลักต้นใหญ่ให้บ้าน แต่สาวๆ ก็ดำน้ำได้เหมือนผู้ชาย ปีนเขาได้เหมือนเพศพ่อ และมีกิจกรรมทุกอย่างที่คนอีกเพศเคยทำ)


โรนัลด์ บี. โทเบียส เคยแบ่ง Master Plot ที่หนัง ทั่วโลกใช้ ‘เล่าเรื่อง‘ ว่ามีอยู่แค่ 20 พล็อต แต่สำหรับ ความต้องการของผู้หญิง นักจิตวิทยาอย่าง สเตฟานี เรย์ แบ่งการใช้ชีวิตนอกบ้านของผู้หญิงออกเป็น ‘8 แบบ‘ ขอแค่ขจัดสิ่งเดียวของพวกเธอออกไป นั่นคือ ‘ความไม่ ปลอดภัย‘ (และทันทีที่อินเดียมีข่าวข่มขืนผู้หญิงต่อเนื่อง ในช่วงเวลาหนึ่ง กลุ่มนักท่องเที่ยวเพศหญิงลดลงทันที) ข้อสันนิษฐานที่ว่า ผู้หญิงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของการ ท่องเที่ยว (ด้วยภาระและกรอบเก่าที่สังคมวางไว้) จึงเป็น ความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง


ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ นาทีนี้ เวลานี้ เราจะพบว่า ผู้หญิงท่องเที่ยวในอาเซียนและโลกที่กว้างไกลมากขึ้น แถมที่น่าตกใจ ยินดี และน่าชื่นชมก็คือ ผ้หู ญิงที่ออกเที่ยว แบบ ‘คนเดยี ว‘ มีจำนวนมากขึ้นอย่างนา่ สนใจใคร่รู้ ทำไม ถึงเป็นเช่นนั้น? ในอดีตที่เราคุ้นเคยอย่างยาวนานเวลา ผู้หญิงแต่งงานและมีครอบครัว หน้าที่ซึ่ง ‘สังคม‘ ตะโกน บอกก็คือดูแลบ้านและขีดเส้นไว้แค่นั้น แต่เมื่อโลกมี อินเทอร์เน็ต มันคือเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนวิธีคิดของสังคม และผู้หญิงไปเกือบหมด


สาวๆ ที่อายุมากกว่า 35-40 ไม่ปล่อยให้ตัวเอง อ้วนฉุ ไม่เอาแต่สาละวนกับหลังบ้านและห้องครัว และไม่เอาแต่นั่งเจ็บปวดเมื่อสามีทอดทิ้ง พวกเธอ มีอีกโลกหนึ่งในอินเทอร์เน็ตและ Social Media ที่ค่อยๆ เรียนรู้ว่า ชีวิตมีอะไรมากกว่าความรักและ ‘ตัวผู้‘ โดยไม่ทำให้ ‘แก่ไปเรื่อยๆ‘ และ ‘หมดเสน่ห์‘


กิจกรรมนอกบ้านต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ได้พบเจอกับ ‘มิตรใหม่‘ ปลุกให้เธอออกเดินทาง และ ‘ใช้ชีวิต‘ ตั้งแต่ในหมู่บ้าน นอกบ้าน และไกล ออกไปจากประเทศตัวเอง ว่ากันว่า การดำน้ำและ ปีนเขา (ซึ่งทำให้สาวๆ ต้องออกมาฟิตและเฟิร์มนั้น ก็มาจากอินเทอร์เน็ตนี่เอง) แต่เทรนด์ใหม่ตอนนี้ ของผู้หญิง ไม่ใช่แค่ ‘ดำน้ำ-ปีนเขา‘ หากแต่เป็นการ เดินทางไปกินอาหารแปลกๆ ในชุมชนอาเซียน ที่บวกเข้าด้วยการท่องเที่ยวแหล่ง Hip Hip ที่เป็น ได้ทั้ง Hostel และหมู่บ้านเก่า (ลองดูตาม IG ของ สาวๆ หลายคน จะเห็นรูปถ่ายที่มาพร้อมโลเกชั่นที่ เก่า ดิบ และ Exotic)


ก่อนหน้านี้ อาจเป็นปีนเขานำ ดำน้ำนำ หรือสามี นำ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของเทรนด์อาหาร แถมสะท้อน ได้ด้วยเทรนด์ของอาหารเลบานอน (Lebanise Food) ที่กำลังเป็นเทรนดี้มากๆ แบบที่ Hope Street (จากการรายงานของ GQ ของ UK)


แต่เรื่องเทรนด์การเดินทางของหญิงสาวหรือ เพศหญิงนั้น ผมว่าเมื่อเราลองคุ้ยให้ลึกลง น่าจะมี ที่มามากกว่านี้ ประการแรก น่าสังเกตว่ามากกว่าครึ่ง กิจกรรมต่างๆ และวัฒนธรรมใหม่ การท่องเที่ยวใหม่ ของหลายสินค้าใช้ ‘เซเลบ‘ ที่เป็น ‘ผู้หญิง‘ มาเป็น ตัวนำเสนอ ในทางจิตวิทยาแล้ว การที่มีคนนำเสนอ เป็นผู้หญิง คนดูซึ่งเป็นเพศเดียวกับเธอก็จะรู้สึก ไปด้วยว่า โลกแบบใหม่ที่น่าท่องเที่ยวนี้ ปลอดภัย สำหรับตัวเอง ยิ่งนำเสนอแบบอารมณ์ความรู้สึก ผู้หญิง ทำให้คนดูที่เป็นผู้หญิงรู้สึกว่ามันเป็นพื้นที่ ของพวกเธอได้


อย่างที่สอง เราจะพบว่าเมื่อเกิดการร่วมมือ ‘ทางอ้อม‘ ของทัวร์และสถานที่พัก รวมไปถึงร้าน อาหารและโรงแรมที่พัก ก็ทำให้เพศหญิงมีตลาด อย่างมีนัยสำคัญขึ้นมา เช่น ทุกฝ่ายคิดภาพการ ท่องเที่ยวออกมาเพื่อรองรับเพศหญิง ตั้งแต่จัด เทศกาลอาหารแปลกๆ, สถานที่พักที่มีชั้นรับรองเฉพาะผู้หญิง (เหมือนห้าง สรรพสินค้าจัด Parking Lady) และที่สำคัญ บริษัททริปทัวร์ มีไกด์เป็นเซเลบ หญิงสาวชื่อดังที่เราคุ้นหน้าจากจอทีวี (บางครั้งจัดเป็นธีมแก๊งบ้าง คนเดียวบ้าง ก็ได้ตลาดขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ)


พ้นจากนี้ สิ่งที่น่ามองต่อก็คือ อะไรทำให้ผู้หญิงที่เคยอยู่กับบ้านและ หลังบ้านอย่างน่าเห็นใจ รู้จักใช้ชีวิตและออกมาอ่านโลก เหตุผลสำคัญก็คือ Social Media และการใช้ช่องทางในออนไลน์เข้าถึงสถานที่ปรารถนาต่างๆ อย่างง่ายขึ้น พวกเธอสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้เอง (และอาจดีกว่าเพศชาย) การจำกัดพื้นที่หนึ่งให้ผู้หญิง อาจถูกค่อนแคะว่าเป็นการเบียดบังทางเพศ แต่แท้จริงถ้าไม่ตื้นเขินเกินไป จะรู้ได้ว่ามันคือการตลาดสมัยใหม่ที่วงการ โฆษณาใช้มานานแล้ว เพราะอย่างที่รู้ อะไรก็ตามที่มีความชัดเจนหรือ Specific มันสามารถทำตลาดได้


อาหาร ศาสนา แหล่งวัฒนธรรมเก่า และความรัก ยังคงมีซอกหลืบ อีกมาก ที่พร้อมจะดึงพวกเธอออกมาเที่ยวอาเซียนในเร็ววันนี้ ขอให้แปลก เก่า และไม่บอบช้ำเกินไปจาก ‘รอยเท้า‘ ผู้มาก่อน


ไหนๆ Fifty Shades of Grey และไดโนเสาร์ Jurassic World ก็ทำการ ‘เชิดชูเพศหญิง‘ แล้ว ถ้าใครสักคนจะเชื่อว่า นับจากนี้ การท่องเที่ยวเดินทาง จะทำให้ผู้หญิงอายุ 40-50 ยังดู ‘สาว‘ และมีชีวิตชีวา หลักฐานต่างๆ ก็กำลัง ‘แสดงตัว‘ อยู่แล้ว จาก ‘พื้นที่อื่นๆ‘ โลกของผู้หญิงจึงไม่ได้มีแค่ ‘คลอดลูก‘ และ ‘เช็ดอ้วกให้สามี‘ แต่โลกของเธอมีไว้ให้อ่าน และ ‘ค่อยๆ อ่าน‘


 

เรื่อง : นันทขว้าง สิรสุนทร

Back to top

TAT 3/2015