งาน International Luxury Travel Market (ILTM) 2014 ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เป็นงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นไปยังสินค้าและบริการที่หรูหรา (Luxury) โดยในปี 2014 จัดขึ้นระหว่าง  วันที่ 1-4 ธันวาคม 2557

ภายในงาน ILTM 2014 มีการจัดกิจกรรมสัมมนา โดยแบ่งการสัมมนาเป็น 2 ส่วน คือ Educational Forum และ Global Forum โดย Educational Forum จะเป็นการจัดสัมมนาที่ผู้เข้าร่วมสามารถแสดงความคิดเห็นและพูดคุยกับคณะวิทยากรได้ ส่วน Global Forum จะเป็นการบรรยายจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญจากการเข้าร่วมสัมมนา ดังนี้

Health is a new Wealth
เป็นการพูดคุยกันในกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านสุขภาพ เช่น ธุรกิจสปา (Mr. John Bevan - Spafinder Wellness UK Ltd.) ธุรกิจที่พักและสปา (Ms. Elena Black - Six Senses Hotel and Spa) ธุรกิจบริษัทนำเที่ยว (Ms. Frances Geoghegan - Healing Holiday) ธุรกิจโรงแรม (Ms. Anne Biging - Healing Hotels of the World) และธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสุขภาพ (Ms. Suzanne Duckett)

การสัมมนามีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในหลายประเด็น เช่น การพิจารณายกเลิกการใช้คำว่า ‘Spa’ ในการประชาสัมพันธ์ และใช้คำว่า ‘Wellness’ แทน เนื่องจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีเพียงแค่สปาเท่านั้น แต่รวมถึงการทำสมาธิ การบริหารร่างกาย (โยคะ, ฟิตเนส) รวมถึงการพักผ่อนเพื่อคลายความเครียดจากการทำงาน เป็นต้น

ในการสัมมนา ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า ‘Luxury Service’ ว่าเป็นการบริการที่ต้องการความเป็นพิเศษเป็นที่จดจำ ได้รับการบริการที่ตื่นเต้นเกินคาดหวัง (WOW Experience) มีความเป็นส่วนตัว และมีความอิสระ สามารถเปลี่ยนแปลงกำหนดการได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ผู้ให้บริการต้องมีพนักงานที่มีความรู้เฉพาะทาง และสามารถให้ข้อมูลแก่ลูกค้าได้ทันทีที่ลูกค้า    ร้องขอ

ในส่วนของโรงแรมที่พัก ธุรกิจด้าน Health and Wellness ถูกมองว่าเป็นเพียงองค์ประกอบทางธุรกิจเท่านั้น โดยวงสนทนาได้ชี้ประเด็นทิศทางของอุตสาหกรรมว่าธุรกิจที่พักที่มีบริการด้าน Health and Wellness จะถูกจัดประเภทออกเป็น 2 ประเภท คือ Primary และ Secondary ในส่วนของ Primary Business คือธุรกิจโรงแรมที่พักที่มีการบริการด้าน Health and Wellness เป็นหลักหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘Destination Spa’ เช่น Six Senses Hotel and Spa หรือ ชีวาศรมในประเทศไทย ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ใช้บริการเฉพาะด้านและใช้เวลาส่วนใหญ่ของการเดินทางอยู่ในที่พัก ขณะที่ Secondary Business จะเป็นธุรกิจที่พักที่มีบริการด้าน Health and Wellness เป็นส่วนเสริม กล่าวคือ เน้นการให้บริการด้านที่พักเป็นหลัก แต่มีการบริการด้าน Health and Wellness เป็นส่วนเสริมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ทั้งนี้วงสนทนายังเสนอให้มีการจัดระดับการบริการ (Star Rating System) เพื่อเป็นการแบ่งประเภทของธุรกิจในระดับต่างๆ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยว Luxury จะสามารถเข้าถึงการบริการที่คาดหวังไว้ได้อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่มีความพร้อมด้านธุรกิจเพื่อสุขภาพ (Health and Wellness) และมีแนวโน้มการขยายตัวธุรกิจประเภทนี้ค่อนข้างสูง ดังจะเห็นได้จากการขยายการลงทุนธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมี Destination Spa ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นชีวาศรม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ Six Senses Resort and Spa จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น ซึ่งหากสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเป็นไปตามที่วิทยากรบรรยายไว้ ประเทศไทยจะมีโอกาสในการขยายฐานลูกค้าที่ต้องการใช้บริการธุรกิจประเภท Primary Business หรือ ‘Destination Spa’ รวมถึงการทำสมาธิ (Meditation) ซึ่งประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนด้านศาสนาพุทธ และการทำสมาธิก็เป็นแขนงหนึ่งจากการวิปัสสนาในศาสนาพุทธนั่นเอง หากมีการปรับใช้ให้ถูกวิธี การให้บริการธุรกิจด้าน Health and Wellness จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ประเทศไทยสามารถชูเป็นจุดขายให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้มีรายได้สูง (Luxury Traveler) ได้
(ความเห็นผู้เขียน)


 

Global Economic Megatrends
โดย Mr. Nenad Pacek
การสัมมนาในหัวข้อ ‘Global Economic Megatrends’ เป็นการสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก โดยภาพรวมจากการวิเคราะห์ของวิทยากรพบว่าขนาดของเศรษฐกิจทั่วโลกจะอยู่ในช่วงขาลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคยุโรป ปัญหาทางเศรษฐกิจยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Markets เช่น บราซิล และรัสเซีย จะประสบปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเช่นกัน ทั้งนี้ ประเทศจีนและสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 7 และร้อยละ 2.5 ตามลำดับ โดยสถานการณ์การแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลกคาดว่าจะมีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเทศจีนจะมีอำนาจในการแข่งขันทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจีนจะกลายเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกในปี 2016 ทั้งนี้ กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปได้มีการเตรียมรับมือจากสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ซึ่งต้องรอดูผลจากมาตรการต่างๆ ว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตได้หรือไม่


 

The Democracy Divided in Africa and Its Impact on Wealth Creation
โดย Mr. Justice Malala
ในหัวข้อนี้ วิทยากรได้หยิบยกประเด็นผลกระทบจากการระบาดของเชื้ออีโบลาในทวีปแอฟริกา รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองของทั้งภูมิภาค โดยวิทยากรได้ชี้แจงข้อมูลของการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาว่า การแพร่ระบาดมีอยู่ในวงจำกัดเพียง 3 ประเทศเท่านั้น แต่การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนซึ่งนำเสนอภาพใหญ่ของทั้งภูมิภาค ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในทวีปแอฟริกาซบเซา เนื่องจากนักท่องเที่ยวเกิดการหวาดกลัวและไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตน ทั้งนี้ ทวีปแอฟริกาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว Luxury ที่นักเดินทางให้ความสนใจ โดยสินค้าหลักของแอฟริกาคือการเที่ยวชมซาฟารี และในหลายพื้นที่ได้มีการพัฒนาสินค้าและบริการในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ในส่วนของประเด็นทางการเมือง วิทยากรได้อธิบายสถานการณ์ด้านประชาธิปไตยว่า ภายหลังจากการเสียชีวิตของ เนลสัน แมนดาลา ผู้ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยในแอฟริกา ระบอบประชาธิปไตยในแอฟริกายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะได้รับการพัฒนาในหลายพื้นที่

การสัมมนาในหัวข้อนี้เป็นการพูดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังจากการระบาดของเชื้ออีโบลา โดยวิทยากรได้นำข้อมูลจากแหล่งข้อมูลในพื้นที่มาเปรียบเทียบกับแหล่งข้อมูลทั่วไปถึงการนำเสนอข่าว ซึ่งพยายามชี้ให้เห็นความเป็นจริงในพื้นที่และเนื้อข่าวที่สื่อต่างชาติพยายามทำให้เกิดความหวาดระแวงในการเดินทางไปยังทวีปแอฟริกา


 

The Collaborative Economy : A Game Changing Opportunities
โดย Ms. Lauren Capelin
สำหรับหัวข้อ ‘The Collaborative Economy : A Game Changing Opportunities’ เป็นการนำเสนอการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี โดยวิทยากรได้เน้นการบรรยายไปที่ ‘การเข้าถึง’ หรือ ‘Accessibility’ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ อุตสาหกรรม เช่น การเปลี่ยนแปลงจากการเช่าวิดีโอ หรือซีดีภาพยนตร์ เป็นการดาวน์โหลด ซึ่งทำให้การผลิตซีดีและเทปคาสเซ็ทลดลง และการใช้สินค้าประเภทนี้เปลี่ยนแปลงจากการครอบครองเป็นเจ้าของ เป็นเพียงการเข้าถึง (รับชม) เพียงเท่านั้น

พฤติกรรมการ ‘แบ่งปัน’ หรือ ‘Sharing’ เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ทำให้สภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ดังที่วิทยากรได้ยกตัวอย่างแอพพลิเคชั่น ‘Drive Car‘ ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยบริษัท BMW โดยบริษัทจะให้บริการเช่ารถโดยการจอดรถไว้ตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง ลูกค้าสามารถเช่ารถจากจุดหนึ่งเพื่อเดินทางไปยังอีกจุดหนึ่งโดยไม่ต้องคืนรถที่เช่าที่จุดเดิม ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดจำนวนรถและความหนาแน่นทางการจราจรในเขตเมือง รวมถึงเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย เว็บไซต์ Airbnb เป็นการแชร์บ้านที่อยู่อาศัยกับนักท่องเที่ยว โดยการเจริญเติบโตของธุรกิจดังกล่าวมีอัตราการขยายตัวที่สูงในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา แอพพลิเคชั่น ‘Vayable’ เป็นการบริการไกด์เฉพาะด้านจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น การเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวด้านแฟชั่นจากดีไซเนอร์ในเมืองมิลาน โดยการบริการดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับความสะดวกในการให้บริการของผู้ให้บริการเองเท่านั้น

การให้บริการแบบ ‘แบ่งปัน’ หรือ ‘Sharing’ ยังได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับการให้บริการด้าน Luxury Tourism เช่น การให้เช่าปราสาทเพื่อใช้เป็นที่พักระหว่างการเดินทาง และการบริการสุดพิเศษ หรือแม้กระทั่งการให้เช่าประเทศลิกเตนสไตน์ทั้งประเทศ ก็มีการเสนอบริการด้วย

สำหรับประเทศไทย ธุรกิจเหล่านี้ยังคงไม่แพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งการขยายตัวของธุรกิจประเภทดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ โดยผู้ประกอบการจะต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้บทบาทของคนกลาง (บริษัทนำเที่ยว) ลดลง


 

A View from the Future
โดย Ms. Edie Weiner
A View from the Future เป็นการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต โดยวิทยากรได้ให้ประเด็นการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้เงินจากการใช้เงินสด เป็นการใช้เงินดิจิทัล (Digital Currency)
  • การท่องเที่ยวจะมุ่งเน้นการเสนอขายแบบเมือง มากกว่าแบบทั้งประเทศ เนื่องจากรูปแบบการแบ่งกลุ่มลูกค้า (Segmentation)
  • ประชากรสูงวัยเพิ่มมากขึ้น โดยประชากรในช่วงอายุ 35-75 ปี จะทำกิจกรรมรูปแบบเดียวกัน และเกิดอาการเบื่อในสิ่งที่ทำอยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ธุรกิจมุ่งเน้นมวลชนทั่วไป (Mass Business) จะถูกลดราคาสินค้าและบริการ เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งนี้ วิทยากรได้แนะนำให้ผู้ประกอบการธุรกิจประเภทดังกล่าวพยายามหาสิ่งแปลกใหม่ในการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่ให้บริการที่มีคุณภาพสูงว่า การกำหนดราคาที่ค่อนข้างสูงกับสินค้าคุณภาพสูงเป็นสิ่งที่ผิด เนื่องจากการแข่งขันมีอัตราการขยายตัว อาจทำให้สินค้าและบริการไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
  • การสื่อสารแตกต่างในเพศต่างๆ โดยเพศหญิงนิยมการสื่อสารผ่านทางคำพูด ในขณะที่เพศชายนิยมการสื่อสารจากการมองเห็น ทั้งนี้ วิทยากรแนะนำให้มีการนำกลิ่นมาใช้กับสินค้าและบริการในการเพิ่มมูลค่า เช่น การนำน้ำมันหอมระเหยมาใช้ในพื้นที่โรงแรมและบริเวณห้องพัก เป็นต้น
  • รูปแบบการใช้พลังงานจะเปลี่ยนไป โดยวิทยากรได้ยกประเด็น ‘BAANGFUEL’ ซึ่งย่อมาจาก Bits Atoms Antimatters Neurons Genes Frequencies Ultra Infra Spectral Energy and Light อันเป็นหน่วยขนาดเล็กที่จะมีผลในกระบวนการผลิตต่างๆ ทั้งกระบวนการผลิตสินค้า นวัตกรรมทางการแพทย์ และการสร้างพลังงาน
  • ‘เวลา’ คือ สิ่งหรูหราสิ่งใหม่ (Time is a New Luxury) เนื่องจากเวลาเป็นสิ่งที่หายากในปัจจุบัน และคนจำนวนมากยินยอมที่จะจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อเวลา หรือใช้เวลาตามที่ตนต้องการ ดังนั้น เวลาจึงถือเป็นสิ่งหรูหราสิ่งใหม่ที่มีมูลค่ามหาศาล

SHOW CASE
สินค้าและบริการที่นำเสนอขายจากประเทศคู่แข่งที่สำคัญ 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น อินเดีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ในงาน ILTM 2014

ประเทศญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นได้นำเสนอพื้นที่เฉพาะสำหรับการขายในงาน ILTM 2014 คือ ‘เมืองนารา’ โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นของความเป็นเมืองโบราณและมีวัฒนธรรมที่โดดเด่น รวมถึงการให้ข้อมูลในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เช่น การให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Free Wi-Fi) ศูนย์ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว รวมถึงแผ่นพับอธิบายช่วงเวลาในการจัดเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี


ประเทศอินเดีย
ประเทศอินเดียเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นไปที่การสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ เช่น การพิชิตยอดเขาหิมาลัย เป็นต้น


ประเทศนิวซีแลนด์
ประเทศนิวซีแลนด์ได้ยกแคมเปญ ‘100% Pure New Zealand’ โดยเน้นการขายแหล่งท่องเที่ยวที่ยังบริสุทธิ์อยู่ จากข้อมูลโดยการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ (Tourism New Zealand) พบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวหลักของนิวซีแลนด์คือนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี กลุ่มลูกค้าที่นิวซีแลนด์ต้องการ คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวผู้มีรายได้สูงถึงสูงมาก (Very High and Ultra High New Worth / HNWI) โดยอาศัยความร่วมมือจากคู่ค้าที่เจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ยังได้กำหนดกลยุทธ์ในการสร้างภาพลักษณ์เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรูหรา ดังนี้

  • การสร้างภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของภาพลักษณ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรูหรา
  • สร้างการเรียนรู้และพัฒนาช่องทางการสื่อสารทางการขาย
  • สร้างความร่วมมือกับองค์กรระดับพรีเมียมเพื่อขยายโอกาสทางการสื่อสาร และสร้างผลทางการตลาด

นิวซีแลนด์ยังได้ยกประเด็นการสร้างความแตกต่าง ‘Differentiate’ จากประเทศต่างๆ โดยอาศัยลักษณะทางกายภาพของประเทศเป็นจุดขายอีกด้วย

ประเทศออสเตรเลีย
ประเทศออสเตรเลียหยิบยกประเด็นความแตกต่างมาเป็นจุดขาย โดยนำเสนอแคมเปญ ‘There’s Nothing Like Australia’ เป็นประเด็นหลัก จากข้อมูลของ Tourism Australia พบว่า ประเทศออสเตรเลียได้นำเสนอขายสินค้าหลัก 4 ประเภท คือ การท่องเที่ยวเกี่ยวกับไวน์ (Wine Tourism) การท่องเที่ยวหรูหรา (Luxury Lodges) กอล์ฟ (Great Golf Courses) และการท่องเที่ยวในเส้นทางเดินเท้า (Great Walks of Australia)

 


 

เรียบเรียงโดย : พงษ์พันธ์ มอญพันธุ์
พนักงานวางแผน กองวิจัยการตลาด ททท.

 ดาวน์โหลด PDF คลิกที่นี่


TAT Review Magazine 2/2015