การสัมมนาวิชาการด้านการท่องเที่ยวในงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว WTM 2014 ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2557 ณ Excel Exhibition กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ผู้จัดงานได้จัดสัมมนาวิชาการด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเชิญองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมเวทีดังกล่าว

กิจกรรมเกี่ยวกับการสัมมนาในงาน WTM ทุกปี จะมีการกำหนด หัวข้อการสัมมนาที่หลากหลาย มีวิทยากรชั้นนำจากสาขาต่างๆ มาบรรยาย กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน ในบางหัวข้อ มีผู้เข้าฟังจำนวนมากจนห้องบรรยายไม่สามารถรองรับได้ ผู้เข้าฟังส่วนหนึ่ง คือ ผู้แทนที่มีหน้าที่ในบูธ และปลีกเวลาเข้ามารับฟัง เพื่อเพิ่มมุมมอง และ up date แนวโน้ม สถานการณ์ท่องเที่ยว หรือเลือกเข้าฟังหัวข้อที่มีความสนใจส่วนตัว

WTM ปีนี้ National Geographic นำเสนอหัวข้อการสัมมนา ในประเด็นเรื่อง Going Local ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นแนวโน้มสำคัญของการท่องเที่ยวในยุคนี้


Going Local by National Geographic
National Geographic สื่อนอกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ เป็นผู้จัดการสัมมนาและเปิดประเด็น Going Local คำถามพื้นฐาน ที่ถูกตั้งขึ้นง่ายๆ คือ “ทำไมนักท่องเที่ยวถึงต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวในที่ที่ชาวบ้านอยู่” ด้วยคำถามนี้ จึงเกิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่หลายประเทศทั่วโลกได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศตนเอง

ความหมายของการท่องเที่ยว Going Local มีรูปแบบคล้ายกับการท่องเที่ยวชนบท ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวตามพื้นที่ต่างๆ ในชนบทหรือในเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้คน และสิ่งที่ผู้คนในชนบททำกันในพื้นที่นั้นๆ

Going Local เป็นการค้นหากิจกรรมและรูปแบบการท่องเที่ยว ที่ไม่เป็นที่รู้จักและไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป ซึ่งบางครั้ง ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มีหลายเรื่องราวที่รอให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาค้นหาด้วยตัวเอง


Going Local : Going Philadelphia Anywhere but Here
ฟิลาเดลเฟีย เป็นเมืองใหญ่อันดับสองทางฝั่งตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองทางวัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยว และการพักผ่อน โดยศิลปะของเมือง ประกอบด้วย ดนตรี ภาพยนตร์ การออกแบบ แฟชั่น การแสดง และการปรุงอาหาร เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยว ในเมืองนี้จะได้สัมผัสเมืองในยุคฟื้นฟูศตวรรษที่ 21 ที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัส ความทันสมัย วัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ที่กำลังเบ่งบานและเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรม

ด้วยสปิริตที่เป็นอิสระ ก่อเกิดเรื่องราวใหม่ๆ สร้างพลังให้ผู้คนออกแบบเมืองโดยการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ สร้างความรู้สึกเหมือนเป็น ชาวฟิลาเดลเฟีย เมื่อเดินไปตามท้องถนนไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในทั้งยุคเก่า และยุคใหม่ของอเมริกา ภาพท้องถนนที่เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะ แม่น้ำ ร้านค้า ศิลปะสาธารณะ ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้อยู่ใกล้กับใจกลางเมืองสามารถเดินไปได้

เมืองฟิลาเดลเฟียได้กำหนดรูปแบบความโดดเด่นของเมืองไว้ว่า

  • เป็นเมืองในยุคฟื้นฟูที่ทันสมัย
  • เป็นเมืองกำเนิดของการทำ Workshop ของโลก
  • เป็นเมืองและแหล่งท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาส

Going local ในฟิลาเดลเฟียได้ให้ประสบการณ์การเดินทาง ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ

  • นักท่องเที่ยวไม่สามารถพบในโปรแกรมท่องเที่ยวทั่วไปได้ ทำให้ Brand ของเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น
  • ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองมากยิ่งขึ้น
  • มีแหล่งท่องเที่ยวที่แตกต่างจากที่อื่นๆ
  • สร้างประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมให้กับนักท่องเที่ยว

เมืองได้นำเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของผู้คน เช่น การเต้นรำ การเล่นดนตรี การเล่นสเกตของกลุ่มวัยรุ่นในเมือง การนั่งรถม้าชมเมือง การรับประทานอาหารท้องถิ่น เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ ไม่ได้รับการบรรจุไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นสิ่งที่ชุมชนหรือนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความเป็นท้องถิ่นเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตามรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวดังกล่าว ได้มีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเป็นคนนำเที่ยวเพื่อให้เกิดความเป็นมิตรระหว่างนักท่องเที่ยวกับผู้คนในท้องถิ่นและสร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

*ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.discoverphl.com


Going Local : Switzerland Go Go !

ปี 2013 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นที่ 1 จาก 140 ประเทศทั่วโลกด้านความสามารถในการแข่งขันทางด้านการเดินทางและการท่องเที่ยวโดย World Economic Forum โดยพิจารณา จากปัจจัย 14 ด้าน คือ 1) นโยบาย ระเบียบ กฎเกณฑ์ 2) ความยั่งยืน ของสิ่งแวดล้อม 3) ความมั่นคงและความปลอดภัย 4) สุขภาพและสุขอนามัย 5) ความสำคัญของการเดินทางและการท่องเที่ยว 6) โครงสร้างการขนส่งทางอากาศ 7) โครงสร้างการขนส่งภาคพื้นดิน 8) โครงสร้างด้านการท่องเที่ยว 9) โครงสร้างด้าน ICT 10) การแข่งขันด้านราคาในอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว 11) ทรัพยากรมนุษย์ 12) สิ่งดึงดูดใจสำหรับการเดินทางและการท่องเที่ยว 13) ทรัพยากรทางวัฒนธรรม และ 14) ทรัพยากรทางธรรมชาติ

สวิตเซอร์แลนด์ ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตกและทะเลสาบ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปสัมผัส การเล่นสกีบนหิมะ ซึ่งเป็นกิจกรรม การท่องเที่ยวในฤดูหนาว กิจกรรม Soft adventure เช่นการปีนหน้าผา กิจกรรมเดินป่าในฤดูร้อน เป็นต้น

ในปี 2012 ตามรายงานของธนาคารโลก รายงานว่า มีนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ประมาณ 8,566,000 คน นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ร้อยละ 80.8 เพื่อการพักผ่อน และมีเพียงร้อยละ 12.2 ที่เดินทางมาเพื่อการทำธุรกิจ

 

สวิตเซอร์แลนด์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว Going Local โดยได้นำเสนอภาพรวมการท่องเที่ยวในชนบทที่สร้างภาพลักษณ์ให้นักท่องเที่ยว ทำตัวเหมือนคนในชนบททั้งการแต่งกาย การรับประทานอาหาร การใช้ชีวิต โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปพักผ่อนตามบ้านเรือนของเขาที่ได้จัดไว้ และใช้ชีวิตเหมือนกับชาวบ้าน โดยนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว Going Local 5 ด้าน คือ

  • Sleeping like a local นำเสนอโรงแรมที่พักแบบชนบท ทั้งในด้านของการออกแบบ การอยู่เป็นครอบครัว โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวต้องช่วยตัวเองไม่มีคนให้บริการ
  • Travel like a local การเดินทางโดยรถในท้องถิ่น ซึ่งเดินทางไปด้วยกันกับคนในท้องถิ่น
  • Be active like a local ทำกิจกรรมเหมือนกับคนในท้องถิ่น เช่น ปั่นจักรยานท่องเที่ยว เล่นสกี พายเรือ เดินทักทายผู้คน ไปตามสถานที่ต่างๆ
  • Enjoy like a local ทำตัวให้มีความสุขเหมือนคนในชนบท โดยการเดินทางไปร่วมงานกิจกรรมต่างๆ ตามที่ชุมชนได้จัดขึ้น
  • Eat and drink like a local ส่งเสริมการรับประทานอาหาร ท้องถิ่น โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น การดื่มไวน์

*ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.myswitzerland.com


Going Local แบบไทยๆ
หาก Going Local คือ การเดินทางไปท่องเที่ยวในชนบท บ้านนอก หรือนอกเมือง เชื่อว่าประเทศไทยมีความพร้อมและมีศักยภาพพอที่จะสร้างความประทับใจได้ไม่แตกต่างจาก 2 ประเทศข้างต้น ในปี 2556 ชนบทไทย มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 30 ล้านคน จากประชากร 67 ล้าน คน จึงทำให้เชื่อได้ว่าความเป็นพื้นบ้านหรือท้องถิ่นของไทยยังเข้มข้น และที่สำคัญคือ ไทยมีการจัดการท่องเที่ยวในชนบทอย่างเป็นรูปธรรม และทำมานาน ซึ่งรู้จักกันในนามการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism) ที่ชาวบ้านคนในชนบทลุกขึ้นมาจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในหมู่บ้านชุมชนของตนเองเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ บางชุมชนทำมานาน บางชุมชนเพิ่งริเริ่ม บางชุมชนกำลังไปได้ด้วยดี แต่ก็มีบางชุมชนที่ล่มสลายไปแล้ว ชุมชนในภาคเหนือและภาคใต้ ถือว่ามีการรวมตัวกันเพื่อจัดการท่องเที่ยวมากที่สุด ชุมชนเหล่านี้ล้วนนำของดีที่มีอยู่ในชุมชนมาเสนอขายแก่นักท่องเที่ยวโดยมีจุดเด่นจุดขายของที่แตกต่างกันออกไปและสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสเมื่อไปท่องเที่ยวชุมชนคือ


แหล่งท่องเที่ยวชุมชน Local ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่ว่าเลือกที่จะไปท่องเที่ยวที่ไหน หากไปภาคเหนือ แน่นอนว่าจะไม่พลาดที่จะได้ขึ้นภูเขา เที่ยวดอย เยี่ยมเยือนชนเผ่าอีก้อ อาข่า มูเซอ หรือกะเหรี่ยง ซึ่งชนเผ่าเหล่านี้ได้ผันตัวเอง มาจัดการท่องเที่ยวภายในชุมชน หากไปท่องเที่ยวในภาคใต้ ก็จะได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนจากภูผาสู่มหานที ‘เขา ป่า นา เล พรุ ควน เลน’ โดยนำเอาความแตกต่างทางภูมิประเทศมาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวตั้งแต่ชุมพรถึงนราธิวาส

กิจกรรมท่องเที่ยวภายในชุมชน แน่นอนว่ากิจกรรมท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเกี่ยวโยงกับอาชีพของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ เช่น กรีดยาง จับปลา ทำนา ปลูกข้าว ไดหมึก เก็บผลไม้ ไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หัดพูดภาษาถิ่น ตลอดถึงเรียนการทำอาหารท้องถิ่นหรือแม้แต่ร้องรำทำเพลงของท้องถิ่นนั้นๆ

ที่พักชุมชน ในชนบทได้จัดที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวหลาย รูปแบบ โดยเริ่มจาก Homestay เชื่อว่าทุกคนรู้จักที่พักสไตล์นี้ เป็นอย่างดี เนื่องจากได้แพร่กระจายมาเปิดให้บริการไม่เว้นแม้แต่ในเมือง บ้านพักชุมชนหลายชุมชนในภาคใต้โดยเฉพาะที่เป็นชุมชน มุสลิม ไม่นิยมให้นักท่องเที่ยวมาพักที่บ้าน จึงรวมกันสร้างที่พักเป็นของชุมชนไว้บริการนักท่องเที่ยว รีสอร์ตชุมชน คล้ายกับบ้านพักชุมชน แต่มีการจัดการที่ดีกว่า เช่น ชุมชนหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 อำเภอ เบตง จังหวัดยะลา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มาจากมาเลเซีย แม้ว่าจะอยู่ใน ป่าดิบ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิเช่น เครื่องทำน้ำอุ่น สัญญาณ Wi-Fi ทีวีดาวเทียม เป็นต้น แม้แต่วัดก็เป็นที่พักในชนบทที่ได้รับความนิยม และบางชุมชนในจังหวัดพัทลุง จัดการท่องเที่ยวที่เรียกว่า School stay โดยให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวในชุมชนพักที่โรงเรียน

อาหารชุมชน เป็นความคาดหวังของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด นอกเมือง หรือชนบท ที่จะได้รับประทานอาหารท้องถิ่นในที่ที่ไปท่องเที่ยว อาหารสด (จากไร่ ฟาร์ม สวน ทะเล ฯลฯ) ปลอดสารพิษ เพื่อสุขภาพ ไร้สารกันบูด ปรุงใหม่ๆ คือเมนูที่ชุมชน ได้เตรียมไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในชุมชน

ปี 2558 รัฐบาลกำหนดให้เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย อาทิเช่น คน ประเพณี วิถีชีวิต สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ ภาษา การแต่งกาย เป็นต้น ทั่วประเทศถูกกำหนดให้เป็นสินค้าด้านการท่องเที่ยวที่รอให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัส เรียนรู้ สร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้คนในชุมชน ท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งอาจจะเรียกปีดังกล่าวว่า Going local ทั่วไทยก็ได้

*ค้นคว้าข้อมูลการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพิ่มเติมได้ที่ www.cbt-i.org


 

เรื่อง: ปรัชญากรณ์ ไชยคช
หัวหน้างานวิชาการ กองวิจัยการตลาด ททท.

TAT Review Magazine 1/2015
TAT Review Magazine 1/2015