Tourism Talk ไตรมาสแรกของปี 2558 ต้อนรับปีท่องเที่ยววิถีไทย ด้วยการสนทนากับ ผศ.พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

ความเป็นไทย
ความเป็นมา และความเป็นสวนดุสิต

สวนดุสิต ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2477 ปีนี้ครบรอบ 80 ปีเดิมเป็นโรงเรียนสตรี เป็นโรงเรียนการเรือนแห่งแรกของประเทศ สอนการทำอาหาร ดอกไม้ใบตอง ศิลปะประดิษฐ์ คหกรรมศาสตร์ รากฐานของสวนดุสิตมาจากความเป็นไทย

ท่านอธิการบดี เปิดบทสนทนากับ TAT Review ด้วยการบอกเล่าความเป็นมาของสถาบันแห่งนี้เมื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตกับเรื่องการท่องเที่ยว ท่านอธิการบดีสรุปว่า ปัจจุบันในสวนดุสิตมีโรงเรียน 2 แห่ง คือ โรงเรียนการเรือน และโรงเรียนการท่องเที่ยวและบริการ เป็นการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท

นอกจากโรงเรียน 2 แห่งแล้ว ยังมีสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม และคณะวิชาอีก 6 คณะ คือ คณะครุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาการจัดการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์และบัณฑิตวิทยาลัย (เปิดสอนปริญญาโท และปริญญาเอก)

การผลิตบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรม
Be Smart Be Global

การผลิตบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของสวนดุสิต ดำเนินการผ่านโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ ปัจจุบันมี 5 หลักสูตร คือ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการบิน การท่องเที่ยว การออกแบบนิทรรศการและการจัดแสดง และการจัดงานบริการ (นานาชาติ) ‘ในแต่ละปีสามารถผลิตนักศึกษาออกมา หลักสูตรละประมาณ 80-100 คน และนักศึกษาส่วนใหญ่ที่จบจะมีงานรองรับ’ ท่านอธิการบดีย้ำในเรื่องคุณภาพของนักศึกษาที่จบออกไป และยืนยันว่า ‘ไม่อยากรับเยอะ’ เพราะต้องการเน้นคุณภาพเป็นสำคัญ 

การจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ดังนั้น สวนดุสิต จึงสร้างโรงแรมดุสิตเพลส ขนาด 120 ห้อง เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติจริงในระหว่างการเรียนการสอนและเพื่อเพิ่ม skill ประสบการณ์จริงให้กับนักศึกษาจริง สวนดุสิตยังทำความร่วมมือกับโรงแรมชั้นนำระดับห้าดาวในกรุงเทพฯ เพื่อให้นักศึกษาได้ไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

อีกทั้งมหาวิทยาลัยฯ ยังมีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศหลายแห่ง เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยกวางสี (สาธารณรัฐประชาชนจีน) ในลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนนักศึกษา 

สำหรับหลักสูตรธุรกิจการบินนั้น ได้สร้างห้อง mock up เป็นการจำลองสภาพเครื่องบินเสมือนจริง เพื่อให้เด็กได้มีการฝึกปฏิบัติจริง

 

ครัวไทยสู่ครัวโลก :
Fast Forward Foody

ปี 2549 เป็นปีที่รัฐบาลไทยประกาศโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก สวนดุสิตได้มีโอกาสจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและทำหลักสูตรครัวไทยสู่ครัวโลก ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ โดยเดินทางไปฝึกอบรมพ่อครัวแม่ครัว ในต่างประเทศให้ทำอาหารไทย ประเทศที่สวนดุสิตเดินทางไปอบรม มี 5 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรีย อังกฤษ และเดนมาร์ก

นอกจากโปรเจ็กต์ครัวไทยสู่ครัวโลกแล้ว สวนดุสิตยังได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบอาหารสำหรับกีฬา Asian Games เมื่อปี 2541 ไม่เฉพาะอาหารเท่านั้น สวนดุสิตยังรับผิดชอบเรื่องที่พักด้วย ท่านอธิการบดี กล่าวย้ำ

ในการฝึกเด็กนักศึกษาของสวนดุสิตนั้น โดยปกติ เด็กนักศึกษาจะได้รับการสอบให้ทำอาหาร หรือขนม พอทำเสร็จส่งให้อาจารย์ตัดเกรด ให้คะแนน แต่กระบวนการยังไม่จบแค่นั้น เด็กๆ จะต้องขายให้ได้ด้วย ดังนั้น จึงมีการซื้อรถเข็นมาเพื่อขายของ จากเบเกอรี่เล็กๆ ทุกวันนี้ขายได้อย่างดี นั่นคือโฮมเบเกอรี่สวนดุสิต ท่านอธิการบดีกล่าวถึงความเป็นมาของระบบการเรียนการสอนในปัจจุบัน

 

AEC : Inside out Outside in

เมื่อท่านอธิการบดีพูดถึง ประชาคมอาเซียน ท่านให้มุมมองว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กำลังจะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2558 นั้น ต้องให้ทุกประเทศในอาเซียนเดินเข้ามาหา
“อยากให้คนมาหาเรา เราต้องคิดแปลก แตกต่าง เข้มแข็ง แบรนด์ดี เดี๋ยวเขามาหาเราเอง”

 

ยุทธศาสตร์ ป่าล้อมเมือง : กระจายศูนย์ทั่วทุกภาค

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดศูนย์การศึกษาในภูมิภาคต่างๆ 5 แห่ง คือ ภาคเหนือที่ลำปาง ภาคกลางที่สุพรรณบุรีและนครนายก ภาคใต้ที่หัวหินและตรัง ในแต่ละภาคจะเปิดตามความต้องการของตลาด “โดยหลักๆ ตอนนี้ จะมีการเน้นไปที่อาหารและการศึกษาปฐมวัย สำหรับพื้นที่ภาคใต้ จะมุ่งเน้นเรื่องอาหาร      ฮาลาลในอนาคต”

บุคลากรเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีประมาณ 2,400 คน และมีนักศึกษา ประมาณ 17,000 คน

 

ถักทอเครือข่าย ขยายคนเข้าสู่ธุรกิจ
ธุรกิจภาคเอกชน เช่น S&P, CP และ TRUE จะมาทำความร่วมมือกับสวนดุสิต เพื่อหาบุคลากรไปทำงาน ดังนั้น เมื่อเด็กสวนดุสิตจบไป ก็จะเข้าสู่ธุรกิจได้โดยตรง

ในกรณีของหลักสูตรธุรกิจการโรงแรมก็เช่นกันนักศึกษาของเราจะไปฝึกปฏิบัติจริงในโรงแรมที่มีความร่วมมือมากกว่า 19 แห่งในกรุงเทพฯ ถือว่าได้ประสบการณ์ตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการงานอาชีพมาก

กรณีของคณะพยาบาลศาสตร์ ปัจจุบันเด็กที่จบจะมีงานรองรับ 100% ในอนาคต หากสามารถเพิ่มจำนวนนักศึกษาที่จบได้ก็จะเป็นประโยชน ์ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism และกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงวัย นักศึกษาจะมีทักษะในการดูแล และให้บริการได้

ปัจจุบันการผลิตบุคลากรในคณะพยาบาลศาสตร์ ยังถูกควบคุมโดยสภาการพยาบาล เนื่องจากต้องให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานของบุคลากรที่จบมา ดังนั้น การจะได้มาซึ่งใบประกอบวิชาชีพจึงเป็นเรื่องยากและต้องให้ความสำคัญ

การสนทนากับท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตในครั้งนี้ จบลงด้วยการเดินชมพื้นที่ต่างๆ ในมหาวิทยาลัย อาทิ ชมห้องปฏิบัติการอาหารนานาชาติ ใช้ในการเรียนการสอนด้านการอาหารและเบเกอรี่ของโรงเรียนการอาหารนานาชาติ ได้เห็นการฝึกปฏิบัติจริงของนักศึกษาและสภาพแวดล้อม นอกจากนั้น ชมห้อง Mock Up ที่จำลองพื้นที่เสมือนจริงของเครื่องบิน และสภาพแวดล้อมในสนามบิน ทำให้แอบอิจฉาเด็กๆ ที่นี่

การสนทนาในครั้งนี้ นอกจากได้ความรู้ ความเข้าใจ และความตั้งใจมุ่งมั่นในการทำงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตแล้ว ยังเกิดแรงบันดาลใจที่จะต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำอาหาร ขนม เบเกอรี่ โดยการสมัครเรียนเป็นคอร์สที่สวนดุสิตเปิดสอน

 

ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ไว้ตั้งแต่นี้

สวัสดีค่ะ อาจารย์


 

เรียบเรียง: กองบรรณาธิการ

TAT Review Magazine 1/2015
TAT Review Magazine 1/2015