ใครจะมองว่าบทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเกาะกระแสการโปรโมตเชียงใหม่เป็นมรดกโลกก็ว่าได้ แต่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือการทบทวนว่ามรดกวัฒนธรรมที่มีลักษณะเป็นย่านเมืองและชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตนั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในอาเซียนที่จะขอยกตัวอย่างบางเมืองจากบางประเทศขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวบางมุมโดยเฉพาะในมิติด้านท่องเที่ยววัฒนธรรม เพื่อให้ย้อนกลับมาคิดถึงความพร้อมของเชียงใหม่ที่มีความพยายามจะศึกษาความเป็นไปได้ในการเสนอตัวเป็นมรดกโลกอยู่ในขณะนี้2 ซึ่งนอกจากพิจารณาที่คุณค่าแล้ว ยูเนสโกมักสนับสนุนมรดกวัฒนธรรมที่อยู่ในความเสี่ยงเพื่อส่งเสริมมาตรการอนุรักษ์ และสร้างการจัดการที่ดีต่อไป

 

ในประเทศไทย ความคิดที่ว่า ‘สุโขทัย’ และ ‘อยุธยา’ คือเมืองมรดกโลก น่าจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอยู่มาก เมื่อเห็นชัดเจนว่านอกจากโบราณสถานและพื้นที่ซึ่งได้รับการประกาศเป็นอุทยานประวัติศาสตร์แล้ว บริเวณอื่นของเมืองโดยเฉพาะย่านชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตประจำวันนั้นอยู่ในสภาพที่ขาดความตระหนักในคุณค่าและไร้การจัดการดูแลสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง มรดกโลกของทั้งสองแห่งจึงเป็นเพียงแหล่งโบราณคดีที่ได้รับการดูแลแค่บางจุด และเน้นเฉพาะการอนุรักษ์ซากโบราณสถานกับการจัดการภูมิทัศน์ให้สวยงาม3

 

หันไปดูเมืองมรดกโลกในประเทศเพื่อนบ้านกันบ้าง เริ่มที่เมืองหลวงพระบางในประเทศลาว ที่ยูเนสโก ยกให้เป็นหนึ่งใน Best Practice ของการจัดการมรดกวัฒนธรรมทั้งในมิติที่จับต้องได้ เช่น การอนุรักษ์และควบคุมส่งเสริมคุณค่าสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมของวัด ตึกแถว บ้านเรือน และภูมิทัศน์ และในมิติที่จับต้องไม่ได้ เช่น การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ฝึกฝนทักษะงานช่างก่อสร้างแบบประเพณี ต่อยอดภูมิปัญญาและสืบทอดความเชื่อกับวิถีปฏิบัติทางพุทธศาสนา เป็นต้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีรายงานปรากฏผลกระทบจากการท่องเที่ยว4 รวมทั้งที่มีการอ้างถึงว่าเป็นผลกระทบที่มาจากการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และจากบทบาทการมีส่วนร่วมสนับสนุนของยูเนสโกเอง5

 

เมืองหลวงพระบางในยุคปัจจุบันจึงมีความทันสมัยมากและค่าครองชีพสูงกว่าเมืองหลวงอย่างเวียงจันทน์ชนิดที่ว่าหากไม่ได้ทำงานในภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็อาจไม่มีเงินเดือนพอซื้อของจ่ายกับข้าวในย่านกลางเมืองได้ และมีโรงแรมหรูหราที่ดัดแปลงมาจากคุกเก่าและโรงพยาบาลเก่า เช่น Hotel de la Paix และ Hotel Amantaka ซึ่งสวนทางกับความเชื่อถือเรื่องโชคลางและผีสางของคนท้องถิ่นเมืองหลวงพระบางมีตึกสวยสไตล์โคโลเนียล ลาว-ฝรั่งเศสเป็นจำนวนมากในแทบทุกตรอกซอกซอย ซึ่งแยกแยะได้ยากว่าตึกไหนอนุรักษ์จากของเก่า หรือสร้างขึ้นใหม่ และเจ้าของตึกสวยเหล่านี้มีน้อยรายที่เป็นคนท้องถิ่น เนื่องจากราคาที่ดินและค่าเช่าที่สูงขึ้น เพราะอิทธิพลจากการท่องเที่ยวทำให้คนท้องถิ่นเลือกที่จะออกไปใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองแทน

 

เมืองหลวงพระบางมักถูกนำมาอ้างอิงใช้เปรียบเทียบกับเมืองเก่าในประเทศไทยในแง่การจัดการมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเมืองเชียงใหม่ หากไม่นับว่ามีวัฒนธรรมแบบชาวพุทธลาว-ไทย ที่คล้ายคลึงกัน ตลอดจนรูปแบบสิ่งปลูกสร้างสไตล์พื้นถิ่นผสมโคโลเนียลที่พอเทียบเคียงกันได้แล้ว เมื่อพิจารณาดูระดับความเป็นสังคมเมืองจะพบว่าเชียงใหม่เป็นนครขนาดใหญ่ที่เปิดกว้าง ต่างกับหลวงพระบางที่เป็นเมืองเล็กในหุบเขา ทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยววัฒนธรรมของเชียงใหม่เป็นแบบสังคมเมืองเต็มที่ และมุ่งไปสู่ความเป็นศูนย์กลางของอะไรต่อมิอะไรต่างๆ นานามากมาย ทั้งศูนย์การประชุมนานาชาติท่องเที่ยว อุตสาหกรรมแปรรูป การค้า การศึกษา ฯลฯ และล่าสุดกับความพยายามผลักดันให้เชียงใหม่เป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการออกแบบ โดยนอกจากการจัด TEDx อย่างต่อเนื่องแล้วยังมี TCDC เชียงใหม่เป็นผู้นำร่องการจัด ChiangMai Design Week 2014

 

ในมิติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชียงใหม่เลือกที่จะเทียบเคียงตัวเอง กับประสบการณ์ของเมืองอื่นในภูมิภาค ที่เริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้น คือ ยอร์กยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และปีนัง ประเทศมาเลเซีย ทั้งสองกรณีมีความน่าสนใจ เพราะนอกจากยอร์กยาการ์ตาจะเป็น sister city กับเชียงใหม่แล้ว แม้ตัวเมืองเก่าจะไม่ได้เป็นมรดกโลก แต่ได้รับการให้คุณค่าค่อนข้างมากจากยูเนสโก ประกอบกับมีโบราณสถานสำคัญที่เป็นมรดกโลกถึงสองแหล่ง คือ บุโรพุทโธ กับ ปรัมบานันและเป็นศูนย์กลางการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ ส่วนปีนังมี จอร์จทาวน์ ที่ย่านเมืองเก่าได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกซึ่งเมืองนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าในแง่การดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยววัฒนธรรมผสมกับการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เป็นต้น

 

เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีของฝากให้เลือกซื้อเยอะมาก ถ้าจะว่าไปเมืองหลวงพระบาง (ซึ่งไม่ใช่เมืองท่าค้าขายมาแต่ไหนแต่ไร) และจอร์จทาวน์ (ซึ่งเป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญในอดีต) ไม่ได้มีของฝากที่เป็นผลิตภัณฑ์ประจำถิ่นที่มากมายเท่าเชียงใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าของโหลจะดีสู้ผลิตภัณฑ์แบบประณีตหรืองานศิลปะออกแบบประยุกต์อย่างสร้างสรรค์ที่กลุ่มชุมชนเล็กๆ ที่มีใจรักในอัตลักษณ์ท้องถิ่นตั้งใจประดิษฐ์ขึ้นและนำเสนอ ซึ่งเป้าหมายไม่ได้มีแค่ผลิตจำนวนมากแบบซื้อมาขายไป แต่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตรวมทั้งความรู้สึกภาคภูมิใจในท้องถิ่น ส่งเสริมการต่อยอดมรดกวัฒนธรรมสู่วิถีชีวิตในสังคมปัจจุบัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันผ่านการท่องเที่ยววัฒนธรรม ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของนำติดตัวกลับไปได้ แต่เป็นประสบการณ์ที่ประทับอยู่ในความทรงจำ เป็นต้น

 

ย่านเมืองเก่าฮอยอัน เป็นมรดกโลกในประเทศเวียดนามที่ใช้ชื่อเสียงจากการเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมผนวกกับประวัติศาสตร์ด้านการเป็นเมืองท่าค้าขาย ส่งเสริมการขายสินค้าวัฒนธรรมอย่างเต็มที่ ตึกเก่าได้รับการอนุรักษ์และบางหลังยังคงมีครอบครัวที่สืบทอดต่อกันมาอยู่อาศัย และเป็นผู้ให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างเยี่ยมชม แต่ร้านค้าส่วนใหญเ่ปลี่ยนไปขายผลิตภัณฑ์ที่ซ้ำกันเป็นจำนวนมาก เช่น โคมผ้าไหม หรือร้านตัดเสื้อแบบเวียดนามที่เน้นขายสินค้าและบริการให้นักท่องเที่ยว6 ในขณะที่ตลาดท้องถิ่นยังคงความหลากหลายของสินค้าและวิถีชีวิตไว้ได้ แต่ที่สำคัญคือภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่เปลี่ยนไปและไม่ได้ส่งเสริมคุณค่าการใช้ชีวิตในท้องถิ่น พื้นที่การเกษตร ตลิ่งน้ำธรรมชาติ และพื้นที่โล่งรองรับน้ำที่ลดลง สุสานถูกใช้เป็นที่ทิ้งขยะ และทางเท้าถูกใช้เป็นที่ขายของ7

 

การผลักดันให้เชียงใหม่เป็นมรดกโลกจะเรียนรู้จากตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้อย่างไรบ้าง ล่าสุดมีข่าวว่าเมืองเสียมเรียบ ซึ่งเป็นที่ตั้งของมรดกโลกนครวัดในประเทศกัมพูชา ได้รับการโหวตจากสื่อท่องเที่ยว Travel+Leisure ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเอเชียประจำปี 2014 เป็นอันดับสองรองจากเมืองเกียวโตซึ่งมีมรดกโลกเป็นพื้นที่โดยรอบศาสนสถานสำคัญหลายแห่งในเมืองเกียวโตและเมืองข้างเคียงอีกสองเมือง ซึ่งแม้พื้นที่ที่เหลือในเมืองจะไม่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก แต่การพัฒนาเมืองอย่างทันสมัยและการวางผังเมืองที่ดีในแบบญี่ปุ่น ทำให้มรดกวัฒนธรรมเก่าแก่อยู่ร่วมและสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการท่องเที่ยวของเมืองได้เป็นอย่างดีและอาจนำมาใช้เป็นโมเดลในการนำเสนอเชียงใหม่และลำพูนเป็นมรดกโลก8

 

ในขณะนี้ที่เชียงใหม่มุ่งสู่ความเป็นไปได้ในหลายทางเลือกของการพัฒนาทั้งการเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้านการออกแบบร่วมสมัย เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม และเมืองสร้างสรรค์งานหัตถกรรมและศิลปะท้องถิ่น (UNESCO Creative City of Crafts and Folk Art) หน่วยงานต่างๆ ทั้งส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นเริ่มทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับชุมชนและองค์กรภาคประชาชนที่มีหลากหลายกลุ่มและรุ่นอายุตามความสนใจที่แตกต่างกัน เช่น กลุ่มคนใจบ้าน สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดร่วมนอกจากความสนใจและเห็นคุณค่าในทุนทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นท้องถิ่น คือการมุ่งเป้าไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในระยะยาว ทั้งในกลุ่ม ‘เจ้าบ้าน’ ด้วยกันเอง และกับ ‘ผู้มาเยือน’ ที่ย่อมมีความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นในการที่จะได้เห็นเชียงใหม่แสดงตัวตนของตนเองอย่างเด่นชัดผ่านการจัดการที่ดีและเรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศเพื่อนบ้าน

 

นอกจากจับตามองความเป็นไปของเชียงใหม่ท้องถิ่นอื่นๆ ในประเทศไทยน่าจะย้อนกลับมามองตนเองว่ามีทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรตลอดจนภูมิปัญญาใดสะสมไว้และจัดการต่อยอดได้บ้างในยุคปัจจุบันที่ย่านและเมืองต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าเมืองเล็กหรือใหญ่ เมืองโบราณหรือสมัยใหม่ หันกลับมามองทุนทางวัฒนธรรมของตนเองเพื่อสร้างอัตลักษณ์การพัฒนาที่ไม่ซ้ำใคร ทุกภาคส่วนควรช่วยกันคิดนอกกรอบภาระหน้าที่แต่มีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์ที่ยืนให้กับทุกท้องถิ่นได้ภาคภูมิใจในตัวตน พัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการผังเมืองที่ดี พร้อมไปกับการจัดการองค์ความรู้แบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


 

2) มีการประชุมสัมมนาเรื่องนี้แล้วหลายครั้งทั้งที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ
ดูใน Compass, Issue 124 September 2013. มรดกโลก ‘เชียงใหม่’ ไกลเกินไปหรือใกล้แค่ปลายจมูก http://www.compasscm.com/viewissue.php?id=251&issue=124&lang=th

3) ดูเพิ่มเติมใน จาตุรงค์ โพคะรัตน์ศิริ (2557) มรดกโลก-มรดกใคร? 
สุโขทัยกับการเปลี่ยนกระบวนวิธีคิดด้านท่องเที่ยววัฒนธรรม
www.tatreviewmagazine.com/mobile/index.php/menu-read-tat/menu-2014/menu-2014-jan-mar/157-12557-sukhothai

4) Impact LuangPrabang ดูใน http://www.unescobkk.org/fileadmin/user_upload/culture/Impact/impact.pdf

5) Berliner, D. (2011) The Politics of Nostalgia and Loss in LuangPrabang (Lao PDR) in Daly, P. and Winter, T. (eds.) Routledge Handbook of Heritage in Asia, pp. 234-246. Abingdon: Routledge.

6) Impact Hoi An ดู http://unesdoc.unesco.org/images/0018/001826/182646e.pdf

7) ดูเพิ่มเติมใน จาตุรงค์ โพคะรัตน์ศิริ (2557) การทบทวนตัวชี้วัดประเมินคุณค่าเชิงคุณภาพ เพื่อระบุปัญหาซ่อนเร้นในสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมของชุมชน ใน Proceeding of Built Environment Research Associates Conference, BERAC 3, 2012, pp.103-114
ดูเอกสารได้ที่ berac.org/BERAC/BERAC%203/9%20Jaturong%20Pokharatsiri.pdf

8) ไทยรัฐออนไลน์. 3 กรกฎาคม 2557. จ่อชง ‘เมืองเชียงใหม่’ เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม http://www.thairath.co.th/content/433806


 

เรื่อง : ดร.จาตุรงค์ โพคะรัตน์ศิริ
อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติดต่อที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

TAT Review Magazine 1/2015
TAT Review Magazine 1/2015